เรื่องที่ไม่เป็นข่าวเรื่องที่ 6 แผนฮุบภาคการเกษตรอิรักของสหรัฐฯ

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ในการเข้าโจมตีอิรักของสหรัฐฯนั้น แน่นอนว่า คนส่วนใหญ่นั้นคิดว่าที่สหรัฐฯกระทำไปทั้งหมดก็เพื่อน้ำมัน  ซึ่งก็นับว่าถูกต้องแต่ก็ไม่ทั้งหมดเสียทีเดียว เพราะนอกจากน้ำมันแล้วสิ่งหนึ่งที่อยู่ในแผนการด้วยก็แผนการเข้าไปกุมกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อการครอบครองธุรกิจด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับการเกษตร

 

บทความของเกร็ก พาลาสต์ ในเว็บไซด์  tomplain.com หัวข้อ  Adventure Capitalism ได้เปิดโปงแผนลับของสหรัฐฯที่จะทำให้ภาคธุรกิจของรัฐนั้นตกอยู่ภายใต้การดำเนินของต่างประเทศ  โดยบอกว่า แผนการนี้ได้เตรียมไว้ก่อนที่จะส่งรถถังไปถล่มที่นั่นเสียอีก  โดยหนึ่งในเป้าหมายการคือการเข้าไปกุมอำนาจในกฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญหาที่เอื้อประโยชน์ให้กับหลายๆชาติ เพเลสต์ถือว่า การประทำครั้งนี้เป็นประวัติศาสตร์ของแผนการโจมตีทางการทหารที่สนับสนุนให้จัดการกับเป้าหมายเรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์ของชาติ

 

ดังนั้นเขาจึงสรุปว่า ที่ใครก็ตามคิดกันว่าเหตุของการโจมตีทั้งหมดคือที่น้ำมันนั้นจึงเป็นเพียงความคิดที่ถูกต้องเกือบทั้งหมดเท่านั้น " แผนการนั้นค่อนข้างชัดมากๆ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เข้าไปเพื่อน้ำมันก็ตาม แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะกลับออกมาอย่างไม่มีอะไรติดตัวออกมาหรอก" เพเลสต์

 

โกรเวอร์ นอร์ควิสต์ นักล็อบบี้ทางการทหารให้สัมภาษณ์กับเพเลสต์ว่า  สิทธิทางการค้า ลิขสิทธิ์  เหล่านี้ล้วนไม่จำเป็นจะต้องตัดสินใจด้วยการเลือกตั้งแบบประชาธิบไตย  เพราะสิ่งเหล่านี้ตัดสินใจโดย คณะผู้บริหารเฉพาะกิจ หรือรัฐบาบาลชั่วคราวที่นำโดยสหรัฐฯ  โดยผู้บริหารสูงสุดคือ พอล เบรเมอร์   ที่ก่อนจะออกจากตำแหน่งเขา ได้ออกคำสั่ง ประมาณ 100 คำสั่งที่ทำให้อิรักนั้นต้องอยู่ในแผนเศรษฐกิจใหม่ และคำสั่งเหล่านี้ก็มีผลในการเปลี่ยนแปลงกฎหมายอิรัก

 

ตัวอย่างที่ชัดๆเรื่องหนึ่งก็คือการเข้าไปรุกรานในเรื่องภาคการเกษตร รายละเอียดส่วนหนึ่งของการปฎิรูปการตลาดบอกว่า  "คำสั่งที่ 81 เรื่อง สิทธิบัตร การออกแบบอุตสาหกรรม ข้อมูลที่ไม่เปิดเผย การรวมเขตพื้นที่ และ ความหลากหลายของพืชพรรณ  ที่ในเว็บไซด์ Grain ได้บันทึกเอาไว้บอกว่า "คำสั่งนี้ทำให้ ชาวนาอิรักทำผิดกฎหมาย หากนำเมล็ดพันธุ์ที่เก็บเกี่ยวกลับมาใช้ใหม่ โดยที่เมล็ดพันธ์เหล่านั้นอยู่ในกลุ่มที่จดทะเบียนภายใต้กฎหมายสิทธิบัตร" การคุ้มครองความหลากหลายของพืชพรรณ ( PVP) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการจำแนกเมล็ดพันธุ์ว่า อันไหนนำมาใช้ใหม่ได้อันไหนไม่สามารถนำมาใช้ได้  PVP เป็นสิทธิด้านทรัพย์สินทางปัญญา หรือ สิทธิบัตรสำหรับพืชพรรณชนิดต่างๆซึ่งให้สิทธิการผูกขาดให้กับวัตถุดิบในการเพาะปลูกให้แก่ผู้ที่อ้างว่าได้คิดค้นผสมพันธ์ หรือ พัฒนาพันธ์ไม้ขึ้นมาใหม่ ดังนั้นคำว่า "การคุ้มครอง" ใน PVP จึงไม่ได้มีผลใดๆต่อการอนุรักษ์พันธุ์พืช  แต่เป็นการปกป้องผลประโยชน์ทางธุรกิจของเจ้าของพันธุ์พืชต่างๆที่อ้างว่าคิดขึ้นมาได้ใหม่ซึ่งโดยปกติแล้วก็มักจะเป็นบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลายนั่นเอง"

 

การกระทำที่สอดรับกับคำสั่งนี้ก็คือแผนการ ให้ความรู้ใหม่แก่เกษตรกร ในการเพิ่มผลผลิต  ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งของงบประมาณ 107 ล้านเหรียญสหรัฐฯที่ใช้ในโครงการที่จะดำเนินการโดยบริษัท A& M จากเท็กซัส จะเป็นการนำมาใช้ในการจัดหาอุปกรณ์และ เมล็ดพันธุ์ที่อยู่ภายใต้การคุ้มครอง PVP ที่ให้ผลผลิตสูงมาให้แก่เกษตรกรชาวอิรัก

 

เจเรมี สมิทธ์ จาก  Ecologist  ชี้ว่า "หลังจากนี้อีกหนึ่งปี เกษตรกรก็จะได้เห็นผลผลิตที่พุ่งสูงขึ้นมาก หลายๆคนอาจจะคิดละทิ้งการเพาะปลูกแบบดั้งเดิมและหันมาหาเทคโนโลยีใหม่  ทิ้งกระบวนการแบบดั้งเดิม และต้องนำเข้าเมล็ดพันธุ์จากอเมริกา" ต่อจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับกฎหมายสิทธิบัตร "ลูกค้า"คนใด หรือ ชื่อเดิม "เกษตรกร" คนใด ต้องการที่จะปลูกเล็ดพันธุ์ใดก็จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเพื่อปลูกเมล็ดพันธุ์นั้นๆ"

 

สมิทธ์อธิบายว่า "ภายใต้การให้ความช่วยเหลือใช้อิรักยืนได้บนขาของตัวเองแบบปลอมๆนี้ สหรัฐฯได้เตรียมการที่จะปรับโครงสร้างระบบการเพาะปลูกแบบดั้งเดิมตามแบบของอิรักให้มาเป็นธุรกิจการเกษตรตามแบบสหรัฐฯ ( US- style Corporate Agribusiness" ตามระบบดั้งเดิมนั้น ร้อยละ 97 ของเกษตรกรอิรักจะเก็บเมล็ดพันธุ์ของตนเองเอาไว้ หรือไม่เช่นนั้นก็จะซื้อมาจากตลาดท้องถิ่น  แต่น่าเสียดายว่า มรดกแห่งชีวิตหรือองค์ความรู้เหล่านี้เชื่อว่าได้สูญหายไปแล้ว อันเนื่องมาจากการตกเป็นเหยื่อของการชี้นำแบบนี้และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศที่เกิดขึ้นเป็นเวลาหลายปี"

 

แน่นอนว่า โครงการดังกล่าวนี้จะต้องนำมาซึ่ง บรรดาสารเคมีใหม่ๆด้วย ในรูปของ ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าเชื้อรา ซึ่งทั้งหมดนี้จำหน่ายในอิรักโดยบริษัท มอนซานโต คาร์กิลล์ และ โดว์

 

ทีมนักเขียนใน Grain ชี้อีกประเด็นว่า "เมื่อทศวรรษที่ผ่านมานี้กลุ่มประเทศทางซีกโลกทางใต้นั้นได้ถูกบังคับให้ยอมรับกฎหมายสิทธิบัตรเรื่องเมล็ดพันธุ์นี้โดยการทำความตกลงแบบทวิภาคีกับสหรัฐฯ ทว่า สถานการณ์ของอิรักนั้นต่างกันออกไป กล่าวคือ การยอมรับกฎหมายสิทธิบัตรนั้นไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาระหว่างประเทศที่มีอธิปไตยด้วยกัน และไม่มีองค์กรในการออกกฎหมายที่มีอำนาจอธิปไตยในการออกกฎหมายที่สะท้อนเจตจำนงของประชาชนชาวอิรัก ปฎิบัติการของสหรัฐนั้นชัดเจนมากว่าเจตจำนงของชาวอิรักไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย 100 คำสั่งที่ออกโดยพอล เบรเมอร์นั้นก็เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่สหรัฐฯต้องการจะเป็นไปตามนั้น 

 

Grain  มีความเห็นว่า เรื่องอิสรภาพและอำนาจอธิปไตยของอิรักนั้นยังจะเป็นที่กังขาอยู่ต่อไปตราบเท่าที่ชาวอิรักไม่สามารถจะกำหนดได้ว่า จะหว่าน จะปลูก  จะเก็บเกี่ยว หรือ จะกินอะไร  เรื่องตลาดเสรีในอิรักนั้นไม่เสรีจริง"

 

-------------------------------------------------------------------------------

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์