จับตา 15 ต.ค. กฟผ.ปรับค่าไฟรับเข้าตลาดหุ้น

นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานกรรมการ บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยถึงการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ว่า จะช่วยดึงเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งมีเม็ดเงินใหม่จากกลุ่มที่ไม่เคยลงในตลาดหลักทรัพย์ แต่กฟผ.เป็นกิจการที่ผูกขาด มีรายได้จากทางเดียว คือรายได้ค่าไฟฟ้า ดังนั้น กฟผ.จึงต้องเคลียร์ตัวเองให้ชัดเจน เพื่อเป็นข้อมูลให้กับนักลงทุน

 

โดยนักลงทุนจะศึกษาในเรื่องค่าไฟฐาน,ค่าเอฟที และการแบ่งสัดส่วนรายได้ของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง โดยก่อนวันที่ 15 ต.ค.นี้จะต้องมีคำตอบที่ชัดเจนว่าจะมีการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าหรือไม่

        

ทั้งนี้ สูตรค่าไฟฐานที่จะมีการปรับเปลี่ยนหรือใช้สูตรไหนต้องประกาศอย่างชัดเจน แต่เห็นว่ากฟผ.ควรจะมีการปรับขั้นค่าไฟฟ้า เพื่อสะท้อนถึงต้นทุนที่แท้จริง เนื่องจากปีนี้จะเป็นปีที่กฟผ.มีผลการดำเนินงานขาด ทุนประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท เนื่องจากต้องแบกรับต้นทุนการผลิตด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้น  โดยที่มีข่าวว่าจะกฟผ.จะขอปรับลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานจาก PPT นั้น ต้องรอความชัดเจนอยู่ นอกจากนี้เห็นว่าควรมีองค์กรกำกับดูแลด้านพลังงานในประเทศให้ชัดเจน เช่นเดียวกับการมีกทช. กสช.

        

นายปิยสวัสดิ์กล่าวว่า การที่กฟผ.เข้าตลาดมีหลายปัจจัยที่นักลงทุนต้องรอความชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงในการลงทุนเนื่องจากหากมีความไม่ชัดเจนหรือความเสี่ยงสูงก็จะมีการสะท้อนมายังราคาหุ้น IPO ทำให้ราคาต่ำ

        

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท.(PTT) กล่าวว่า มีความเห็นเช่นเดียวกับนายปิยสวัสดิ์ว่า กฟผ.ควรเคลียร์ตัวเองให้ชัดก่อนเข้าตลาด ซึ่งควรจะต้องแยกแยะถึงประเด็นการเข้าตลาดของกฟผ. และการขึ้นค่าไฟฟ้า

        

ส่วนจะมีการปรับค่าไฟหรือไม่นั้นต้องรอดูในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ ทั้งนี้ที่ทุกฝ่ายเห็นว่าการปรับขึ้นค่าไฟเนื่องจากมีต้นทุนด้านพลังงานสูงและจะขอเจรจากับปตท.ในเรื่องเชื้อเพลิงนั้น ต้องการให้ยอมรับความเป็นจริงว่าในปัจจุบันราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวขึ้นไปสูงมาก ราคาค่าไฟฟ้าจึงจำเป็นต้องปรับตามภาระที่เกิดขึ้นจริง

        

นายประเสริฐกล่าวว่า การขอปรับลดนั้น ในส่วนปตท.ได้รับค่าก๊าซธรรมชาติที่ส่งผ่านท่อเพียง 17 สตางค์ต่อหน่วย จากค่าไฟฟ้า 2.7 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้ราคาก๊าซธรรมชาติหน้าหลุมปรับตัวเพิ่มมากขึ้นในส่วนของปตท.ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นมา 4 ปีแล้ว ซึ่งจะผลักภาระมาที่ปตท.เพียงที่เดียวไม่ได้ เนื่องจากมีการรับก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอื่นด้วย ทั้งนี้ราคาจะต้องสมเหตุสมผลกับภาวะตลาด แต่ก็ควรปรับขึ้นในระดับที่ประชาชนรับได้ ไม่ใช่ปรับขึ้นในคราวเดียว เนื่องจากแบกรับภาระต้นทุนไว้สูงมากในปัจจุบัน

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์