ภรรยา "เจริญ" ทวงถามความยุติธรรม

ตามที่นายเจริญ วัดอักษร ชาวบ้านนักต่อสู้แกนนำต่อต้านโรงไฟฟ้าบ่อนอก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตอย่างอุกอาจ เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2547 บริเวณทางแยกเข้าบ้านบ่อนอก จนกลายเป็นข่าวครึกโครมสะเทือนขวัญไปทั่วประเทศนั้น

 

ต่อมา ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีคำสั่งแต่งตั้งพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ กรณีฆาตกรรม นายเจริญ วัดอักษร โดยให้เป็นคดีพิเศษ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2547 เนื่องจากเป็นคดีที่มีความซับซ้อน จำเป็นต้องใช้วิธีการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ผู้กระทำผิดเป็นผู้มีอิทธิพล เป็นตัวการ ผู้ใช้ และสนับสนุน

 

ทางคดีมีพยานหลักฐานที่จะต้องรวบรวมเป็นจำนวนมาก เพื่อให้การสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ จึงแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษขึ้นจำนวนทั้งหมด 55 คน โดยให้ร่วมกันทำการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พุทธศักราช 2547 ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว แล้วรายงานผลการสืบสวนสอบสวนให้กรมสอบสวนคดีพิเศษทราบทุกระยะ

 

โดยมีพลตำรวจเอกสมบัติ อมรวิวัฒน์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ และพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นรองหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนสอบสวนคดีพิเศษ เป็นคณะสืบสวนสอบสวน

 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการติดตามคดีการสังหารนายเจริญ วัดอักษร แกนนำกลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก ที่ยังไม่มีความคืบหน้าว่า การสอบสวน สืบสวนก็มีการดำเนินการอยู่ ทราบว่าขณะนี้จะมีการโอนคดีไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการต่อ และ "เข้าใจว่าเขารับไปแล้ว ก็ต้องมีการสอบสวนต่อ ซึ่งตนก็ให้ดำเนินการเต็มที่ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ใครอยู่เบื้องหลังให้จัดการให้หมด ไม่ต้องไปไว้หน้า"

 

โดยนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า แต่ว่าบางครั้งต้องเข้าใจว่าคนลอบฆ่าเมื่อจับมือปืนได้ถ้าไม่มีการซัดทอดไปถึงผู้จ้างวาน หรือผู้จ้างวานมีการตัดตอนที่ดี ก็ทำให้สาวไม่ถึงตัวการ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย บางครั้งการสืบสวนเราพอจะเดาได้ว่าเป็นเรื่องอย่างไร แต่การสอบสวนที่จะนำไปขึ้นศาลต้องมีพยานหลักฐาน ความยากอยู่ตรงนี้ ได้สั่งการให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องไปไว้หน้าใครทั้งสิ้น กฎหมายบ้านเมืองต้องเป็นกฎหมาย ใครจะมาใช้อิทธิพลใดๆ ไม่ได้

 

แต่จนบัดนี้ คดีดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด จนกระทั่ง ล่าสุด นางกรณ์อุมา พงษ์น้อย ภรรยาของนายเจริญ วัดอักษร ที่ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงจนเสียชีวิต ได้ออกให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว "ประชาไท" อีกครั้ง

 

นางกรณ์อุมา กล่าวว่า จริงๆ แล้ว คดีการเสียชีวิตของ นายเจริญ วัดอักษร ได้แยกเป็นสองส่วน คือ จับผู้ต้องหาได้ 4 คน เป็นมือปืน 2 จ้างวานฆ่า 2 แต่พอเรียกร้องให้มีการโอนคดีมาที่ดีเอสไอ ตอนแรกก็เป็นข่าวครึกโครมกันเหมือนกับจะให้ความสนใจกับคดีนี้เป็นอย่างมาก แม้กระทั่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ให้สำคัญโดยออกมาพูดก็ตาม แต่จริงๆ แล้ว ยังไม่มีความคืบหน้า มีเพียงการจับเพิ่มเพียงแค่ 1 คนเท่านั้น คือนายเจือ หินแก้ว พ่อของผู้ต้องหา ผู้ใช้จ้างวาน หลังจากนั้น ก็ไม่มีการดำเนินการใดๆ อีกเลย

 

"จากการที่ได้ติดตามในระยะต้นๆ ตั้งแต่ดีเอสไอยังไม่รับคดี เราก็รู้ดีว่า มีการรับสารภาพจากมือปืน รวมทั้งมีการซัดทอดผู้เกี่ยวข้อง ว่าก่อนที่จะลงมือยิงเจริญ ได้เข้าไปพักที่บ้านของนายธนู หินแก้ว ซึ่งเป็นลูกน้องและเป็นเครือญาติกันด้วย ซึ่งมีระยะห่างจากจุดที่ลงมือยิงประมาณ 20 กว่ากิโลเมตร โดยได้สารภาพว่า นายธนู ได้ขับรถยนต์มาส่งตรงบริเวณปั๊มน้ำมัน และนัดเจอนายเสน่ห์ เหล็กล้วน ก่อนขับมอเตอร์ไซค์มาจุดบริเวณที่เกิดเหตุ"

 

นางกรณ์อุมา กล่าวอีกว่า นายเสน่ห์ได้รับสารภาพกับเจ้าพนักงานสอบสวนในเบื้องต้นว่า หลังจากที่ได้ลงมือยิงนายเจริญ ได้โทรศัพท์หาลูกพี่ถึง 3 ครั้ง ซึ่งเป็น ส.จ.ในพื้นที่คนหนึ่ง ซึ่งจากการให้ปากคำดังกล่าว เราได้ติดตามมาโดยตลอด รวมทั้งการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วย ก็พบว่ามีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติ ซึ่งเราก็รู้อยู่แล้วว่า เราพึ่งหวังอะไรไม่ได้ จึงมีความหวังที่จะให้ทางดีเอสไอมาทำคดี ซึ่งคิดว่าน่าจะดีขึ้น

 

"เมื่อผู้ต้องหามีการซัดทอดอย่างนี้ ทางเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้ทันที เพราะว่าเทคโนโลยีสมัยนี้สามารถตรวจสอบหลักฐานได้ ไม่ว่าเรื่องสัญญาณโทรศัพท์ หรือการแกะร่องรอย ซึ่งเราก็รู้ชัดว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ได้ลงพื้นที่เพื่อค้นหาหลักฐาน ก็ได้ตรวจสอบและพบหลักฐานการโทรศัพท์ติดต่อกันระหว่างผู้ถูกกล่าวหา แต่เมื่อมาถึงตอนนี้ ปรากฎว่า ไม่ได้นำหลักฐานตรงนี้มาใช้ประกอบในสำนวนคดีแต่อย่างใด"

 

ดีเอสไอ อ้างไม่มีหลักฐานสัญญาณโทรศัพท์

นางกรณ์อุมา กล่าวต่อว่า เมื่อโอนคดีมาให้ดีเอสไอ ก็ไม่ได้มีการตามแต่อย่างใด อีกทั้งยังกล่าวอ้างด้วยว่า สัญญาณโทรศัพท์ที่ผถ้ถูกกล่าวหาติดต่อระหว่างกันนั้นไม่มี หลังจากนั้น ทางดีเอสไอ ก็ออกมาอ้างอีกว่า หมดอำนาจในการควบคุมตัวผู้ต้องหา 84 วัน จำเป็นต้องนำส่งผู้ต้องหาขึ้นสู่ชั้นศาล พร้อมกับย้ำว่า คดีเจริญ ยังไม่ปิด ยังจะต้องดำเนินการจนกว่าจะขยายผลต่อไป

 

มีความพยายามตัดตอนคดีออกเป็น 2 ส่วน

นางกรณ์อุมา ยังกล่าวด้วยว่า จวบจนบัดนี้ ผ่านไป 1 ปี 6 เดือน ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เลย อีกทั้งยังเมื่อเข้าสู่กระบวนการของศาล เราได้พยายามติดตาม ปรากฏว่า กลุ่มผู้ต้องหาชุดแรกนี้ ได้มีการออกแบบคดีเสร็จแล้ว นั่นคือ มีการพยายามตัดผู้เกี่ยวข้องที่เหลือทั้งหมดออกไป เพราะฉะนั้น คดีเจริญ ในขณะนี้ มองได้ 2 ส่วน คือ มีการตัดตอนผู้ที่เกี่ยวข้องระหว่างมือปืน กับลูกพี่ที่เป็นคนรับงานมา และกลุ่มที่ถูกตั้งข้อหาใช้จ้างวานกับผู้บงการ โดยให้มือปืนได้ให้การพลิกกลับจากการให้ปากคำเบื้องต้น โดยได้รับสารภาพในชั้นศาล ว่าโกรธแค้นเจริญเป็นเรื่องส่วนตัว และที่มานั่งอยู่บริเวณศาลานั้น ก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาดักยิงเจริญ เพียงแต่มานั่งดื่มสุรา และพอเห็นเจริญเดินลงจากรถ จึงเกิดบันดาลโทสะ ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะเจริญไม่ได้นิสัยอย่างนั้น และไม่เคยมีความขัดแย้งกับใครเลย

 

ยืนยันเสียชีวิต เพราะขัดขวางผลประโยชน์กลุ่มอิทธิพล

นางกรณ์อุมา กล่าวย้ำและยืนยันด้วยว่า เจริญได้ทำหน้าที่คัดค้านเรื่องโรงไฟฟ้าร่วมกับชาวบ้าน จนได้รับชัยชนะ ทำให้รัฐบาลต้องสั่งย้ายโครงการไปจากพื้นที่ประจวบฯ และการคัดค้านการออกโฉนดบนที่ดินสาธารณะคลองชายธง ในเนื้อที่ทั้งหมด 53 ไร่ นอกจากนั้น เป็นเรื่องของการเข้าไปตรวจสอบการบุกรุกการทำนากุ้งในที่ดินสาธารณะคลองชายธง ดังนั้น เรื่องอื่นๆ ไม่ว่าเรื่องความเป็นนักเลง หรือความขัดแย้งส่วนตัว เรื่องชู้สาว การพนัน อบายมุขต่างๆ นั้นตัดไปได้เลย

 

"แต่ก็ยังมีการพยายามที่จะปิดคดีเพียงแค่คนกลุ่มเดียว ซึ่งชาวบ้านนั้นรู้ดีว่า กลายเป็นคนกลุ่มนี้เป็นเพียงคนรับงานมา และสั่งลูกน้องให้ทำงาน แต่ผู้บงการจริงๆ อยู่เบื้องหลัง ซึ่งหลายเดือนก่อน นายสุวัฒน์ ลิปตพัลลภ รมว.ยุติธรรม ในขณะนั้น เรียก พล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มารับฟังข้อมูล กลับกลายเป็นว่า ทางอธิบดีได้แสดงท่าทีไม่พอใจกับพวกเรา อีกทั้งยังมีการตั้งคำถามอีกว่า แล้วจะให้จับใครอีก ซึ่งตนบอกว่า เราไม่ใช่จะบอกว่าให้จับคนโน้นคนนี้ แต่เราอยากให้ทำคดีไปตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่จู่ๆ จะหยุดคดีเพียงแค่นี้ อีกทั้งผู้ที่ใกล้ชิดมาบอกว่า ทางดีเอสไอ ได้มีการพูดคุยกับนายสุวัฒน์ในครั้งนั้นว่า คดีได้เท่านี้ก็ดีแล้ว พอเท่านี้แหละ ซึ่งทำให้ตนรู้สึกไม่สบายใจเลย"

 

ชาวบ้านผิดหวัง ย้ายคดีเจริญ ไปศาล จ.ประจวบฯ

นางกรณ์อุมา ได้แสดงความรู้สึกผิดหวัง กรณีที่ศาลอาญา กรุงเทพฯ ได้ส่งสำนวนคดีเจริญ กลับไปที่ศาล จ.ประจวบคีรีขันธ์ว่า ที่ชาวบ้านได้เรียกร้องให้มีการย้ายโอนคดีจากศาล จ.ประจวบคีรีขันธ์ มาอยู่ที่ศาลอาญาที่กรุงเทพฯ ก็เพราะชาวบ้านรู้ดีว่า หนึ่งในผู้ต้องหาในคดีนี้เป็นทนายความ และมีความสนิทสนม มีเครือข่ายอิทธิพล การปฏิสัมพันธ์กันเป็นอย่างดีในวงการศาลที่ประจวบฯ แต่กลับกลายเป็นว่า ในขณะนี้ ได้มีคำสั่งจากศาลอาญา กรุงเทพฯ ให้มีการส่งสำนวนคดีเจริญกลับไปที่ศาล จ.ประจวบฯ ตามเดิม ซึ่งการกระทำเช่นนี้ ได้ทำให้ชาวบ้านรู้สึกผิดหวังอย่างมาก กับกระบวนการยุติธรรม

 

สะท้อน ความล่าช้าของยุติธรรม คือ ความอยุติธรรม

นางกรณ์อุมา กล่าวว่า ในส่วนของคดีตอนนี้ มีเพียงแค่นัดไต่สวน อีกทั้งทางศาลได้แจ้งว่า ไม่มีวาระให้ ทำให้คดีนี้จะต้องนำไปพิจารณาคดีในปีหน้า ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าในข้อเท็จจริงมันคืออะไร แต่ทำให้เกิดความสงสัยเป็นอย่างมาก ซึ่งเมื่อมาถึงตอนนี้ ชาวบ้านทุกคนมีความรู้สึกกันว่า ความล่าช้าของยุติธรรม ก็คือความอยุติธรรมนั่นเอง เช่นเดียวกับ กรณีนายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความนักสิทธิมนุษยชนที่ถูกอุ้มหายตัวไป หรือคดีการฆาตรกรรมพระสุพจน์ สุวโจ พระนักปฏิบัติที่ขัดขวางนายทุนฮุบที่ดินสวนเมตตาธรรม อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ก็ล้วนตกอยู่ในสภาพเดียวกัน คือหวังพึ่งกระบวนการยุติธรรมของไทยไม่ได้เลย

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น