วัดใจ "ตำรวจ" รักน้ำปิง ย้าย ! อนุสาวรีย์ผู้กล้าแก้น้ำท่วม

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

มีความท้าทายหนึ่งเกิดกับตำรวจเหนือ ที่ถือเป็นเกมวัดใจก็ว่าได้ !!

            เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมเมืองเชียงใหม่ กำลังเป็นปัญหาร้อนที่ต้องแก้ไข หนึ่งในนั้นคือปัญหาแม่น้ำคับแคบ และหนึ่งในสองจุดที่คับแคบที่สุดในเขตเมือง คือที่อยู่ของตำรวจภาค 5

             นี่คือการระบุของนายภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่เมืองเชียงใหม่ครั้งแรกของปี 48 นั่นคือราว 13 สิงหาคม หลังการมองจากมุมสูงจากเฮลิคอปเตอร์และล่องเรือตรวจสภาพลำน้ำ นายภูมิธรรมได้กล่าวว่า อย่างน้อยพื้นที่ 2 จุดที่ส่งผลให้ลำน้ำปิงคับแคบคือที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และที่โรงแรมเพชรงาม ซึ่งเป็นของพี่สาวนักการเมืองพรรคชาติไทย

            ประเด็นของที่เอกชน กระบวนการทางศาลกำลังขับเคลื่อนไปอย่างที่หลายฝ่ายมองว่าล่าช้า มีคดีถึงที่สุดโดยคำพิพากษาศาลจำนวน 8 คดี คำสั่งศาลคือปรับ 5,000 - 82,500 บาท บางรายให้รื้อถอนอาคารภายใน 30 วัน บางรายมีโทษจำคุกรอลงอาญา บางรายคุมประพฤติให้ทำกิจกรรมบริการสาธารณประโยชน์ แต่ก็มีอยู่ 7 คดีที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง อยู่ในพื้นที่ ต.ป่าตัน ช้างม่อย และวัดเกต และมีคดีที่อยู่ในชั้นการพิจารณาของพนักงานอัยการอีก 12 คดี

            แต่ในส่วนของหน่วยราชการ ดูเหมือนจะต้องใช้เวลากว่า !

            หลังนายภูมิธรรมให้นโยบาย จากนั้นได้มีการประชุมขึ้นครั้งหนึ่งระหว่างตำรวจภูธรภาค 5 กับกรมการขนส่งทางน้ำเมื่อต้นเดือนตุลาคม แต่ผลการเจรจาไม่เป็นที่เปิดเผย

            การมาเชียงใหม่ครั้งล่าสุดของนายภูมิธรรม เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2548 เขาได้ติดตามการรายงานจากพื้นที่ และให้สัมภาษณ์พลเมืองเหนือว่า อาจต้องคุยกันถึงระดับนโยบายและออกแบบให้ชัด เพราะเบื้องต้นที่เจรจาพบว่าติดขัดที่อนุสรณ์สถานตำรวจผู้กล้าที่เพิ่งสร้างขึ้นมาด้วย

            "ส่วนที่เจรจากับกองบังคับการตำรวจภูธรภาค 5 นั้นปรากฏว่าที่จะร่นไปได้ไม่มาก เพราะจะกระทบกับอนุสรณ์สถานตำรวจผู้กล้า ก็เลยให้มีการออกแบบและคุยถึงระดับนโยบายว่าที่ร่นได้น้อยที่สุดหรือมากที่สุดจะได้เแค่ไหน ที่สำคัญถ้าสามารถเคลื่อนย้ายอนุสาวรีย์ได้ก็จะแก้ไขปัญหาได้ง่ายขึ้น ตรงนี้เป็นจุดสำคัญ เพราะแม่น้ำเป็นคอขวด กำลังดูว่าจะใช้วิธีขยายไปทางไหนได้ ทางฝั่งตำรวจก็จะมีโรงอาหารและบ้านพักข้าราชการด้วย แต่หากเป็นฝั่งตรงข้ามจะกระทบกับราษฎรเพียงใด ต้องมีข้อสรุปและควรจะต้องทำให้จบก่อนฝนหน้า มิเช่นนั้นก็จะเกิดปัญหาเดิมอีก"

           

            อนุสรณ์สถานผู้กล้าตำรวจแห่งล้านนาดังกล่าวใช้งบประมาณก่อสร้างราว 3 ล้านบาท เพิ่งประกอบพิธีทำบุญเปิดไปเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2549 ตามแนวนโยบายของพล...ภานุพงษ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ที่สร้างขึ้นเพื่อสดุดีตำรวจผู้กล้าในภาคเหนือที่เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ ย้อนหลังไปประมาณ 50 ปี ซึ่งมีราว 100 ราย โดยด้านหลังยังจะใช้เป็นพิพิธภัณฑ์สิ่งของที่เคยใช้งานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในอดีตทั้งอาวุธปืนโทรศัพท์เครื่องพิมพ์ดีดหรือเครื่องพันธนาการต่างๆ

            ที่ตั้งของอนุสรณ์สถาน เลือกที่ก่อสร้างริมแม่น้ำปิง ใกล้กับสะพานป่าแดด ห่างจากแนวตลิ่งเพียงราว 10 เมตรเท่านั้น ซึ่งกลายเป็นเงื่อนไขใหม่ที่ต้องมาพิจารณาใหญ่ชั่งน้ำหนักในการแก้ไขปัญหาที่ดินรุกล้ำจนทำให้ลำน้ำปิงคับแคบ ..

    เงื่อนไขทั้งแง่ของข้อเท็จจริงในพื้นที่และจิตวิทยา !!

             ซึ่งทางออกที่กำลังมองหาถึงขึ้นการ "วัดใจ" ว่าจะเลือกทางไหน ?

 แม่น้ำปิงที่ว่าแคบ ณ จุด กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 5 นั้น มีความกว้างเพียงแค่ 60 เมตร เป็นแนวโค้ง ปัจจุบันพื้นที่ตลอดแนวมีสิ่งปลูกสร้างมากมาย ตั้งแต่บ้านพักข้าราชการตำรวจระดับสูง ห้องประชุมที่ปรับปรุงมาจากโรงอาหารที่มีอยู่เดิม ไปจนถึงอนุสรณ์สถานที่เพิ่งสร้างใหม่ขึ้นมา ขณะที่ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านเรือนราษฎรและร้านอาหาร

หลักการที่กระทรวงคมนาคมวางไว้คือควรจะขยายออกไปด้านละ 20 เมตรเพื่อให้ได้แนวกว้าง 100 เมตร และเห็นว่าหน่วยราชการควรจะเป็นตัวอย่างของการเห็นความสำคัญของความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งความชัดเจนต่อการย้ายพื้นที่กีดขวางลำน้ำ ณ จุดนี้จะเป็นสัญลักษณ์ของการจริงจังแก้ไขปัญหาอีกจุดหนึ่ง ตามนโยบายของรัฐมนตรี

ข้อพิจารณาต่ออนาคตแม่น้ำปิง ณ จุดที่แคบที่สุดที่อยู่มือของหน่วยราชการ จึงถือเป็นความท้าทายที่ต้องหาคำตอบให้ชัดว่าจะ "เลือกหรือไม่เลือกปฏิบัติ"

 และถือเป็นการ "วัดใจ" ทั้งภาคการเมือง ภาครัฐ ว่าจะมีให้กับการแก้ไขปัญหาของแม่น้ำปิงเชียงใหม่มากน้อยเพียงใด ?

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์