ปั๊มน้ำมันอิสระเชียงใหม่อ่วม ต้นทุนพุ่ง-แห่ปิดตัวระนาว

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

จากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะกว่า 1 ปี ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคน้ำมันและพลังงานในเกือบทุกประเทศทั่วโลกอย่างเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันราคาขายปลีกน้ำมันจะลดระดับลงมาบ้าง แต่ก็ยังถือว่ายังอยู่ในภาวะผันผวนได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ นอกจากผลกระทบจากปัญหาราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นจะตกอยู่กับผู้บริโภคแล้ว ในส่วนของธุรกิจสถานีบริการน้ำมันหรือปั๊มน้ำมันก็ได้รับผลกระทบจากต้นทุนราคาทั้งระบบที่เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะปั๊มอิสระรายย่อยในจังหวัดเชียงใหม่ที่เริ่มปิดตัวกันไปแล้วหลายราย

 

นางสาวกาญจนา สิมะนราธร ผู้ช่วยผู้จัดการ หจก.อรพินปิโตรเลียม ผู้ค้าน้ำมันแบรนด์พีพี ในเขตอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ผลพวงจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 1 ปี ส่งผลกระทบต่อผู้ค้าน้ำมันอิสระรายย่อย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการท้องถิ่นต้องปิดตัวไปแล้วกว่า 10 ราย เนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นได้ ซึ่งเท่าที่ทราบมีผู้ประกอบการบางรายหันไปเปิดบริการปั๊มหลอดขนาดเล็กแทนเพื่ออยู่รอด ขณะที่ผู้ค้าน้ำมันที่ยังเปิดให้บริการอยู่ กรณีของ หจก.อรพินปิโตรเลียม ก็จำเป็นต้องเพิ่มช่องทางอื่น ๆ เพื่ออยู่รอดเช่นกัน เช่น เปิดมินิมาร์ท เปิดศูนย์ถ่ายน้ำมันเครื่อง หรือเปิดศูนย์ล้างรถ

 

ทั้งนี้ พบว่าต้นทุนการดำเนินการสำหรับ หจก.อรพินปิโตรเลียม ก่อนหน้าที่ราคาน้ำมันในภาพรวมจะปรับขึ้น ต้นทุนทั้งระบบ ซึ่งได้แก่ ต้นทุนค่าขนส่ง ค่าไฟ ค่าคนงาน ฯลฯ อยู่ที่ประมาณ 80 สตางค์ต่อลิตร แต่ปัจจุบันต้นทุนเพิ่มขึ้นเป็น 1.50 บาทต่อลิตร และจากเดิมที่เคยได้กำไรเมื่อหักต้นทุนแล้วจะได้กำไรประมาณ 70 สตางค์ต่อลิตร แต่ปัจจุบันกำไรเหลือเพียง 30 สตางค์ต่อลิตรเท่านั้น ขณะที่การสั่งซื้อน้ำมันจากรถขนส่ง 1 คันที่บรรทุกน้ำมันได้ประมาณ 15,000 ลิตร ต้องจ่ายค่าน้ำมันสูงถึง 380,000 บาท ซึ่งจะได้กำไร เพียง 6,000 บาท ขณะที่ก่อนหน้านี้ สั่งซื้อน้ำมันในปริมาณเท่ากันจ่ายเงินซื้อเพียง 170,000 บาท แต่ได้กำไรมากถึง 15,000 บาท และนี่คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ค้าน้ำมันรายย่อยต้องทยอยปิดกิจการ

 

สำหรับ หจก.อรพินปิโตรเลียม ได้สั่งซื้อน้ำมันโดยตรงจากบริษัททางภาคใต้คือ บริษัทภาคใต้เชื้อเพลิง จำกัด (มหาชน) ซึ่งยังคงส่งให้ตามปกติ ส่วนผู้ค้าน้ำมันอิสระรายอื่น ๆ ส่วนใหญ่จะสั่งซื้อน้ำมันจากคลังน้ำมันหลาย ๆ แห่งที่มีต้นทุนต่ำ

 

ด้านนายพิชิต สุขเขียว เจ้าของปั๊มน้ำมันทวี สุขเขียว ผู้ค้าน้ำมันอิสระรายย่อย ตำบลป่าไผ่ เขตอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เท่าที่ทราบตอนนี้ปั๊มอิสระจำนวนมากที่ปิดกิจการลงไปแล้ว เนื่องจากไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นได้ สำหรับปั๊มน้ำมันของตนนั้น รับน้ำมันมาจากบริษัทคอสโม ในเขตอำเภอสารภี ซึ่งต้องไปขนส่งเองทั้งหมด ทั้งนี้ จากสถานการณ?ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นมาก ทำให้ต้นทุนทุกส่วนทั้งค่าขนส่ง ค่าการตลาดที่บริษัทน้ำมันให้ผู้ค้าอิสระก็ลดลง

 

อย่างไรก็ตาม เพื่อความอยู่รอดก็จำเป็นต้องปรับตัวในเกือบทุกด้าน ในส่วนปั๊มของตนนั้น เป็นธุรกิจเล็ก ๆ ในครอบครัวและใช้แรงงานในครอบครัว จึงสามารถลดต้นทุนค่าจ้างแรงงานลงไปได้ ขณะเดียวกันก็พยายามใช้กลยุทธ์การตลาดดึงดูดลูกค้า เช่น เติมน้ำมัน 500 บาท แถมน้ำ 1 ขวด หรือเติมน้ำมัน 100 - 200 บาท แถมหมากฝรั่ง ซึ่งกลยุทธ์แบบนี้ปั๊มใหญ่ ๆ ไม่มีแล้ว

 

นายพิชิต กล่าวต่อว่า ปั๊มของตนยังสามารถอยู่ได้ เพราะตั้งอยู่ในเขตชนบท การแข่งขันไม่สูง ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร และชาวบ้านทั่วไป ซึ่งยอมรับว่าแม้จะยังสามารถอยู่ได้ แต่กำไรและรายได้ก็ลดลงตามภาวะ ซึ่งอนาคตหากสถานการณ์รุนแรงกว่านี้ และรายได้หรือกำไรในแต่ละวันไม่เป็นไปตามเป้าก็อาจต้องปิดกิจการเหมือนเช่นผู้ประกอบการรายอื่น ๆ

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์