บทความ: ไม่ได้ขายหุ้น กฟผ. เศรษฐกิจไทยไปไม่รอด?


น่าแปลกใจ

เมื่อวันก่อน เห็นข่าวนายวิเศษ จูภิบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ถูกไต่สวนในศาลปกครองสูงสุด ในคดีการแปรรูป กฟผ. ที่นายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กระทรวงพลังงาน และคณะรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกฟ้องคดี

 

นายวิเศษ พยายามชี้แจงต่อศาลปกครองอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูว่า หากมีการสั่งชะลอระงับการกระจายหุ้น กฟผ.ไว้ก่อน จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของตลาดหลักทรัพย์อย่างแน่นอน เพราะจะขาดความน่าเชื่อถือต่อนักลงทุนต่างชาติ!!!

 

ฟังเผินๆ เหมือนพวกเราและศาลปกครองกำลังถูกข่มขู่

 

น่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือครับ... เจ้านายยยยยย!!!

 

เรื่องนี้ ไม่รู้จะเชื่อใครดี ระหว่าง "ทักษิณ" กับ "วิเศษ จูภิบาล" ???

 

"ทักษิณ" พยายามพูดมาโดยตลอดว่า เศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่ง เศรษฐกิจไทยไม่มีปัญหา ตลาดหุ้นของเราก็มีปัจจัยพื้นฐานรองรับอย่างมั่นคง นักลงทุนต่างชาติมีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทยสูงมาก เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจภายในประเทศของเราแข็งแรง รากหญ้าเข้มแข็งด้วยนโยบายประชานิยมๆ เราไม่เปราะบางเหมือนเดิมแล้ว เพราะเราไม่ได้พึ่งพาต่างชาติเป็นหลัก

 

สมมติว่า เชื่อตาม "ทักษิณ"

 

แต่แล้ว "วิเศษ จูภิบาล" กลับให้การชี้แจงกับศาลปกครองสูงสุดในทางตรงกันข้าม เพราะบอกว่า แค่มีการสั่งระงับการกระจายหุ้นของรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งของประเทศไทยเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ก็จะกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจเสียแล้ว

 

นี่แสดงว่า ระหว่าง "ทักษิณ" กับ "วิเศษ จูภิบาล" ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องถูก และอีกฝ่ายจะต้องผิด!

 

ความเป็นไปได้ของเรื่องนี้ จึงมีดังต่อไปนี้

 

1) ถ้าที่ผ่านมา "ทักษิณ" พูดจริง ก็แสดงว่า "วิเศษ จูภิบาล" ผู้เป็นหนึ่งในคณะรัฐบาล รู้หรือสมควรอยู่แล้วว่า การชะลอหรือระงับการกระจายหุ้น กฟผ. ย่อมไม่มีอันตรายร้ายแรงถึงขนาดว่าจะกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้ถึงขนาดนั้น แต่ในเมื่อรู้อยู่แล้ว "วิเศษ จูภิบาล" ยังกล้าไปแถลงอย่างนั้นต่อหน้าศาลปกครอง ก็ส่อถึงเจตนาที่ต้องการจะข่มขู่ศาลปกครอง เพื่อมุ่งหมายจะให้ศาลปกครองไม่กล้าวินิจฉัยออกคำสั่งชะลอหรือห้ามการกระจายหุ้น กฟผ. หรือ

 

2) ถ้าหากว่า "วิเศษ จูภิบาล" แถลงต่อศาลเป็นความจริง นั่นย่อมแสดงว่า "ทักษิณ" ได้พยายามบิดเบือนความจริง ลวงหลอกประชาชนเกี่ยวกับความเปราะบางของเศรษฐกิจของประเทศมาโดยตลอด เพราะแสดงว่า เศรษฐกิจไทยยังต้องพึ่งพาทุนต่างชาติเป็นหลัก ในขณะที่ตลาดหุ้นก็ขึ้นอยู่กับการชี้นำโดยนโยบายของรัฐบาล โดยไม่ได้มีปัจจัยพื้นฐานที่มั่นคง

 

พูดง่ายๆ ว่า นโยบายประชานิยมทั้งหมดที่รัฐบาลทุ่มทุนทุ่มเทลงไป หาได้มีผลงอกเงยเป็นความเข้มแข็ง มั่นคงแก่ภาคเศรษฐกิจหรือภาคประชาชนในประเทศ เพราะในที่สุด เศรษฐกิจภายในประเทศกลับอาจถูกทำให้ไม่มั่นคงได้ เพียงแค่การระงับการกระจายหุ้น กฟผ. เท่านั้นเอง

 

ประชาชนจะเชื่อใครดี....

 

เชื่อ "ทักษิณ" ก็กลัวคำขู่ของ "วิเศษ จูภิบาล" หรือถ้าจะเชื่อ "วิเศษ จูภิบาล" ก็คงจะต้องสิ้นศรัทธากับ "ทักษิณ" !!!

 

น่ายินดี ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้ว พบว่า คดีที่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีพลังงาน และคณะรัฐบาลถูกฟ้องร้องนั้น "มีมูล" และมีเหตุที่ศาลจะรับคดีไว้พิจารณาได้

 

ศาลปกครองสูงสุด จึงออกคำสั่งวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดีการแปรรูป กฟผ. โดยสั่งห้ามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และบริษัท กฟผ.จำกัด (มหาชน) มิให้เสนอขายหรือดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการขายหุ้นของบริษัท กฟผ. จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาเป็นอื่น

 

น่าจะคอยติดตามดูว่า เศรษฐกิจไทย ตลาดหุ้นไทย จะพังพินาศ เหมือนที่คุณวิเศษได้ให้การกับศาลปกครองสูงสุด หรือไม่ !?!

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์