โวย"กฟผ."ผูกขาดสายส่งกระทบพลังงานทางเลือก

ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

อ.ประสาท มีแต้ม

 

ประชาไท - แฉอุปสรรคใหญ่พลังงานทางเลือก รัฐบาลยกให้ "กฟผ." ผูกขาดสายส่ง ชาวบ้านผลิตไฟฟ้าได้แต่ส่งเข้าระบบไม่ได้ นักวิชาการชี้ต้องแก้กฎหมายผูกขาดขายไฟ โวยแปรรูป "กฟผ." คุมกำเนิดพลังงานทางเลือก

 

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 พฤศจิกายน 2548 ที่โรงแรมลี การ์เดนส์ อำภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โครงการเสริมสร้างจิตสำนึกนิเวศวิทยา ร่วมกับคณะกรรมการประประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ กลุ่มพลังงานทางเลือกเพื่ออนาคต และวิทยาลัยวันศุกร์ ได้จัดสัมมนาเรื่อง "น้ำมันแพง พลังงานหมุนเวียนคือทางออกของคนไทย" มีผู้เข้าร่วมประมาณ 60 คน

 

นายประสาท มีแต้ม อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ บรรยายเรื่องทิศทางพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยและภาคใต้ว่า ปัจจุบันประเทศไทยใช้พลังงานทางเลือกเพียงร้อยละ 0.6 ของพลังงานทั้งหมด ขณะที่ทั่วโลกใช้พลังงานทางเลือกมา 25 ปี แล้ว ปัจจุบันโลกผลิตไฟฟ้าจากกังหันลมรวม 8,000 เมกะวัตต์ ขณะนี้ประเทศในเอเชียหันมาใช้กังหันลมมากขึ้น เช่น จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ สำหรับในประเทศไทย มีฟาร์มเลี้ยงหมูที่จังหวัดราชบุรีใช้มูลของหมูมาผลิตไฟฟ้าได้ถึง 0.43 เมกะวัตต์ ใช้เฉพาะในฟาร์มเพียงร้อยละ 50 หากขายไฟฟ้าที่เหลือให้กับบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) ไม่ได้ ผู้ผลิตก็ขาดทุน เพราะฉะนั้น ประชาชนต้องช่วยกันผลักดันให้แก้ไขกฎหมายไม่ให้ผูกขาดสายส่งไฟฟ้า

 

"ในยุโรปถือว่า ทุกคนมีสิทธิผลิตและขายไฟฟ้า โดยส่งเข้าสู่ระบบสายส่ง แต่ในการแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้เอาระบบสายส่งไฟฟ้าไปด้วย เพราะฉะนั้นการผูกขาดเป็นอุปสรรคในการพัฒนาพลังงานทางเลือก เพราะถึงแม้ชุมชนผลิตไฟฟ้าได้ก็ไม่สามารถนำไปขายได้" นายประสาท กล่าว

 

นายชัยพันธุ์ ประภาสะวัติ ผู้อำนวยการโครงการโรงงานต้นแบบผลิตปุ๋ยและก๊าซจากเศษอาหารและสารอินทรีย์ องค์การบริหารส่วนตำบลดอนเปา อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า โรงงานแห่งนี้ ผลิตไฟฟ้าได้ถึง 15 กิโลวัตต์ต่อวัน สามารถใช้ได้ทั่วทั้งตำบล ด้วยปริมาณขยะ 5 ตันต่อวัน ผสมกับเศษอาหาร ผลิตเป็นก๊าซมีเทนแล้วนำไปผลิตกระแสไฟฟ้า แต่บริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) ซึ่งกำลังจะแปรรูปให้เอกชนเข้ามาถือหุ้น ได้ผูกขาดธุรกิจพลังงาน ผูกขาดสายส่ง ไม่เปิดโอกาสให้ชุมชนส่งไฟฟ้าเข้าระบบสายส่ง ชุมชนจึงไม่สามาถผลิตกระแสไฟฟ้ามาใช้ได้เอง โรงงานของชุมชนต้นเปา ต้องแก้ปัญหาด้วยการผลิตเป็นก๊าซบรรจุใส่ถังนำไปใช้ในครัวเรือน ทั้งที่ทุกองค์กรปกครองท้องถิ่นสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าใช้เองได้ แต่ก็ไม่มีโอกาส เพราะถูกผูกขาดสายส่ง ถ้าเปิดโอกาสให้ทุกตำบลผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบสายส่งได้ ตนเชื่อว่าสามารถปิดเขื่อนที่ใช้ผลิตไฟฟ้าทุกเขื่อนได้เลย

 

นายอำนวย ทองสถิตย์ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน กล่าวถึงนโยบายพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยว่า รัฐบาลมีนโยบายเพิ่มการใช้พลังงานทดแทนร้อยละ 8 ภายในปี 2548 - 2554 ประกอบการผลิตไฟฟ้าชีวมวล 1,548 เมกะวัตต์ ไฟฟ้าพลังน้ำ 35 เมกะวัตต์ พลังงานลม 4 เมกะวัตต์ ก๊าซชีวภาพ 10 เมกะวัตต์ และขยะ 100 เมกะวัตต์ สำหรับพลังงานลมสำรวจพบว่าบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช มีความเหมาะสมมากที่สุด โดยในปี 2549 ทางกรมฯจะสร้างกังหันลมผลิตไฟฟ้าขนาด 1.5 เมกะวัตต์ 1 ชุด และขนาด 250 กิโลวัตต์ 2 ชุด ที่อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ส่วนพลังน้ำจากการศึกษาพบว่า มีแหล่งน้ำขนาดเล็กที่เหมาะสม 350 แห่ง สามารถเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กได้          

 

นางสาววัชรี เผ่าเหลืองทอง จากกลุ่มศึกษาพลังงานทางเลือกเพื่ออนาคตกล่าวกับ "ประชาไท" ว่า การพัฒนาพลังงานทางเลือกเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้ารัฐบาลไม่สนับสนุนงบประมาณบางส่วนให้กับเอกชนผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานทางเลือก แล้วบังคับให้บริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) รับซื้อ เพราะไฟฟ้าจากพลังงานทางเลือกเข้าสู่ระบบสายส่งไม่ได้ ถ้าบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) ไม่รับซื้อ เนื่องจากพระราชกฤษฎีจัดตั้งบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2548 ยกสายส่งไฟฟ้าทั้งหมดให้กับบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน)

 

"การแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) เป็นการเปลี่ยนเป้าหมายจากเดิมที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ทำหน้าที่จัดหาไฟฟ้าเพื่อสาธารณะ มาเป็นการลงทุนเพื่อแสวงหากำไร ขณะที่พลังงานทางเลือกไม่สามารถทำกำไรได้ เนื่องจากต้นทุนการผลิตสูงกว่าไฟฟ้าที่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิล" นางสาววัชรี กล่าว

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์