ภาคประชาชนสับ รัฐตั้งชุดกำกับไฟฟ้าอิสระ-ประชาพิจารณ์ หลอก!

ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ประชาไท—21 พ.ย. 48 ภาคประชาชนจี้รัฐบาลอย่าขายผ้าเอาหน้ารอด ตั้งคณะกรรมการกำกับอิสระไฟฟ้าและประชาพิจารณ์หลอกๆ พร้อมระบุรัฐต้องสร้างความเข้าใจและให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ด้านมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนปรบมือให้การตัดสินใจระงับหุ้น กฟผ.ของศาลปกครองสูงสุดด้วย


 

สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค (สอบ.) ส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้ยกเลิกนโยบายและกระบวนการแปรรูปกิจการไฟฟ้าทั้ง บริษัท กฟผ.จำกัด (มหาชน) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เข้าตลาดหลักทรัพย์  แม้ว่าเมื่อ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำสั่งระงับการเสนอขายหุ้นของ กฟผ.เป็นการชั่วคราวแล้วก็ตาม แต่รัฐบาลกลับไม่ใส่ใจในความคิดเห็นและการเคลื่อนไหวคัดค้านของภาคประชาชนแต่อย่างใด

 

นายไพโรจน์ พลเพชร ประธาน สอบ.ระบุในหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีว่า ทางสหพันธ์ฯ และเครือข่ายองค์กรภาคประชาชนไม่เห็นด้วยและคัดค้านรัฐบาลในการเดินหน้านำกิจการไฟฟ้าไปขายในตลาดหลักทรัพย์ ดังนี้

 

1.ขอให้ยกเลิกนโยบายและกระบวนการแปรรูปกิจการไฟฟ้าทั้ง กฟผ. กฟน.และ กฟภ.ซึ่งในการแปรรูป กฟผ.รัฐบาลได้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินผิดพลาด จากมูลค่านับล้านล้านบาท ก็เหลือเพียง 2.8 แสนล้านบาทเท่านั้น ถือเป็นการนำสมบัติของประชาชนราคาแพงไปขายในราคาถูก ถึงแม้รัฐบาลจะอ้างว่า กฟผ.ยังเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่ โดยมีกระทรวงการคลังยังถือหุ้นใหญ่ 75% และการกระจายหุ้น กฟผ.ในตลาดหลักทรัพย์มีเพียง 25% เท่านั้น แต่จากบทเรียนของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) พบว่าปัจจุบันรัฐบาลถือหุ้นอยู่เพียง 52% เท่านั้น

 

ทั้งข้อกล่าวอ้างที่ว่าต่างชาติไม่สามารถเข้ามาฮุบ กฟผ.ได้เพราะการกระจายหุ้นครั้งนี้มีสัดส่วนเพียง 25%โดยในจำนวนนี้ได้กำหนดขายหุ้นให้นักลงทุนต่างชาติเพียง 30% ส่วนอีก 70% จะขายให้กับนักลงทุนในประเทศทั้งหมด แต่รัฐบาลได้ทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ทำให้ข้อเท็จจริงแล้วรัฐบาลไม่สามารถกีดกันนักลงทุนต่างประเทศได้

 

2.ขอให้รัฐบาลยกเลิกพระราชกฤษฎีกาทั้งสองฉบับโดยไม่ต้องรอคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุด รวมทั้งยกเลิกกฎหมาย กฎ มาตรการ ระเบียบ ประกาศ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการแปรรูปทั้งหมด เช่น มติ ครม.เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2546, 30 ส.ค. 2548 เป็นต้น

 

3.รัฐบาลต้องหยุดดำเนินการที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น การยืนยันจ่ายเงินปันผลหุ้นให้กับพนักงานเพราะอาจเข้าข่ายเป็นการให้สินบนพนักงานไม่ให้เคลื่อนไหวต่างๆ และอาจจะขัดต่อคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งทางกลุ่มจะพิจารณาว่าหากมีกรณีใดขัดต่อคำสั่ง ก็จะร้องต่อศาลปกครองสูงสุดขอคุ้มครองชั่วคราวเป็นกรณีไป

 

4.รัฐบาลต้องไม่ใช้กลไกทางการเมืองของรัฐบาลเสียงข้างมากสร้างความสับสนให้กับประชาชน ระหว่างการแปรรูปกิจการไฟฟ้ากับการปฏิรูปกิจการไฟฟ้า โดยพยายามแก้ไขปัญหาแบบแยกย่อยเป็นจุดๆ เพื่อนำไปสู่กระบวนการแปรรูปและการขายหุ้น กฟผ.ต่อไปได้ เช่น ไม่ยอมรับการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการไฟฟ้าที่กำลังจะมีการประกาศรายชื่อ 7 คน ในวันที่ 22 พ.ย.นี้ โดยที่ยังไม่มีพระราชบัญญัติรองรับ ซึ่งจะทำให้คณะกรรมการชุดนี้ไม่มีอำนาจกำกับกิจการไฟฟ้าอย่างแท้จริง

 

กล่าวคือ องค์กรภาคประชาชนยืนยันที่จะไม่ยอมรับการเร่งรีบดำเนินการประชาพิจารณ์ร่างพระราชบัญญัติประกอบกิจการไฟฟ้า เพียงเพื่อสร้างความชอบธรรมแก่การแปรรูป กฟผ. นอกจากรัฐบาลต้องยกเลิกนโยบายแปรรูปกิจการไฟฟ้าเสียก่อน แล้วจึงเริ่มกระบวนการปฏิรูปและปรับปรุงกิจการไฟฟ้าทั้งกระบวนการใหม่ โดยมีร่าง พ.ร.บ.เป็นองค์ประกอบหนึ่งและให้ประชาชนมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง

 

ด้านมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนได้ออกจดหมายเปิดผนึกกรณี กฟผ. ประชาชน และศาลปกครองสูงสุด
ถึงประชาชนและสังคมไทย โดยมีความเห็นเพิ่มเติมว่า ประชาชนจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการกำกับดูแลการบริหาร และการให้บริการที่เป็นธรรม เพื่อความโปร่งใสและรับผิดชอบ ทั้งนี้เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคตามมาตรา 57 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2540

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนยังเห็นด้วยกับการตัดสินศาลปกครองสูงสุดในการสั่งระงับการเปิดจองหุ้น กฟผ. เป็นการชั่วคราว ซึ่งเท่ากับกระบวนการยุติธรรมของสังคมไทยได้ก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง ในการเข้ามามีบทบาทอย่างชัดเจนในการวางนโยบายรัฐและสังคม จึงขอสนับสนุนกระบวนการยุติธรรมทั้งปวงเพื่อเป็นการถ่วงดุลอำนาจการบริหารที่ไม่เป็นธรรมต่อไป

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์