หาทางออกสรรหา กกต. ครม.เห็นชอบแก้ร่าง รธน.บางมาตรา

ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ประชาไท - 22 พ.ย. 48      ศาลปกครองสูงสุดยังไม่ส่งตัวแทนมาแทนที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญที่ว่างลง ครม.หวั่นเกิดปัญหาไม่มีคณะกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้งตามมา จึงมีมติเห็นชอบในการร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเสนอ


 

ทั้งนี้ในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ ครม.มีมติเห็นชอบดังกล่าว เสนอให้แก้ไข 3 มาตรา เพื่อให้สามารถดำเนินการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการได้ทันเวลา คือแก้ใน  มาตรา 138 (1) เกี่ยวกับองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 255 วรรคสอง เพื่อให้ดำเนินการเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ในกรณีที่ไม่สามารถสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแทนตำแหน่งที่ว่างภายในกำหนดเวลา และ มาตรา 257 (1) เกี่ยวกับองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แล้วให้ดำเนินการต่อไป

 

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานเกี่ยวกับหนังสือศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้เรียนมาทางนายกฯ โดยมีรายละเอียดว่า สืบเนื่องจากประธานศาลรัฐธรรมนูญ คือ นายกมล ทองธรรมชาติ ซึ่งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มาจากตุลาการศาลปกครองสูงสุดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 255 วรรค 1 (2) ให้พ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ ในวันที่ 7 พ.ค.2548 ซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 260(2) ตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญเลยว่างลงตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค. 2548

 

โดยรัฐธรรมนูญมาตรา 261(2) ประกอบกับมาตรา 255 วรรค 1(2) บัญญัติให้ดำเนินการเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแทนตำแหน่งที่ว่างภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง ทางศาลรัฐธรรมนูญเองได้มีหนังสือประสานเรื่องนี้ไปทางวุฒิสภา และทางประธานศาลปกครองสูงสุด แต่ว่ายังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องของการที่ศาลปกครองสูงสุดจะต้องสรรหาตัวแทนที่มาอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ
       
อยากจะเรียนว่า ศาลรัฐธรรมนูญโดยรัฐธรรมนูญกำหนดให้มี 15 ท่าน โดยที่ 2 ท่านมาจากที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด  5 ท่านมาจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาสรรหามา 5 ท่านมาจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านนิติศาสตร์ และ 3 ท่านมาจากผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านรัฐศาสตร์

 

ดังนั้น เมื่อนายกระมล ทองธรรมชาติ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ พ้นจากตำแหน่ง และป็นตำแหน่งที่มาจากที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด เมื่อขาดไป 1 ท่าน ที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดต้องคัดเลือกผู้ที่จะมาเป็นศาลรัฐธรรมนูญจากที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด แต่ถึงวันนี้ผ่านมาประมาณ 6 เดือนครึ่ง ที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดยังไม่ได้ส่งผู้ที่จะมาเป็นตัวแทนในศาลรัฐธรรมนูญ
       
เพราะฉะนั้น เป็นเหตุทำให้มีปัญหาว่าการดำเนินการในบางเรื่องที่เกี่ยวข้องไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ เพราะว่าไม่มีประธานศาลรัฐธรรมนูญ และหน้าที่ของประธานศาลรัฐธรรมนูญ มีทั้งสิ้น 5 ประการ ประการที่ 1 คือ เป็นหนึ่งในกรรมการสรรหา ป.ป.ช. ประการที่ 2 เป็นหนึ่งในกรรมการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประการที่ 3 เป็นประธานเวลาพิจารณาคดีในศาลรัฐธรรมนูญ ประการที่ 4 คือ ปกครอง บังคับบัญชาสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และประการที่ 5 เป็นผู้แทนศาลรัฐธรรมนูญในพิธีการต่างๆ ของรัฐ

 

ซึ่งขณะนี้มีคณะกรรมการการเลือกตั้งเสียชีวิตไปในช่วงที่ผ่านมา ตามบทบัญญัติว่า จะต้องมีคณะกรรมการสรรหา 10 คน เสนอภายใน 30 วัน เสนอชื่อของคณะกรรมการการเลือกตั้งภายใน 30 วัน ซึ่งคณะกรรมการสรรหา 10 ท่าน นอกเหนือจากอธิการบดีที่จะต้องเลือกกันเองให้เหลือ 4 ท่าน ผู้แทนพรรคการเมืองที่จะต้องเลือกกันเองให้เหลือ 4 ท่าน ประธานศาลปกครองสูงสุดแล้ว ยังระบุว่าจะต้องมีประธานศาลรัฐธรรมนูญอยู่ในคณะกรรมการสรรหาด้วย
       

เพราะฉะนั้นเมื่อไม่มีประธานศาลรัฐธรรมนูญการที่จะมีคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้เพราะไม่มีคณะกรรมการสรรหา ก็มีผู้ที่ได้ไปดูในรัฐธรรมนูญแล้วบอกว่า รัฐธรรมนูญระบุไว้ในมาตราหนึ่งว่า ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาสามารถเสนอชื่อกรรมการเลือกตั้งภายใน 30 วันได้ ถ้าคณะกรรมการสรรหาไม่อาจเสนอได้ภายใน 30 วัน หรือเสนอไม่ครบ ให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเสนอจนครบภายใน 15 วัน

 

มีการตีความว่าในวรรคนี้ เขียนว่าถ้าคณะกรรมการสรรหาไม่สามารถเสนอได้ภายใน 30 วันหรือไม่ครบ คือต้องมีคณะกรรมการสรรหาแล้ว แต่ ณ วันนี้ยังไม่มีคณะกรรมการสรรหา เพราะยังไม่มีประธานศาลรัฐธรรมนูญ
       

ทางคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเองได้พิจารณาในรัฐธรรมนูญของมาตรา 255 วรรค 1 บอกว่าเมื่อศาลรัฐธรรมนูญเหลือเพียง 14 ท่าน 14 ท่านนี้ไม่สามารถเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญได้และในกฎบัญญัติรัฐธรรมนูญเอง ก็ไม่ได้มีผลอย่างที่ว่า ให้มีตำแหน่งรองประธานศาลรัฐธรรมนูญ และไม่มีบทบัญญัติที่บอกว่าสามารถให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านใดท่านหนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ในตอนที่ยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญอยู่

 

ดังนั้น เมื่อไม่มีประธานศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่สามารถจะมีคณะกรรมการสรรหา คณะกรรมการเลือกตั้งที่เสียชีวิตได้ ตรงนี้จะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต ถ้าไม่มีกรรมการเลือกตั้ง เหลือเพียง 4 ท่านและไม่สรรหาต่อจะทำอย่างไร
       
ศาลรัฐธรรมนูญเองก็ได้เสนอมาเมื่อวันที่ 29 ก.ย.2548  ขอให้ ครม.พิจารณาเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม โดยมีรายละเอียดว่า ขอให้แก้ไขเพิ่มเติมในวรรค 2 ของมาตรา 138 (1) จากเดิมให้เป็นว่ากรณีที่คณะกรรมการสรรหากรรมการเลือกตั้งมีจำนวนไม่ครบองค์ประกอบตามกำหนด หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการสรรหากรรมการเลือกตั้งประกอบด้วยกรรมการที่มีอยู่

 

หมายความว่า รัฐธรรมนูญบอกว่ากรรมการสรรหากรรมการเลือกตั้งมี 10 ท่าน ซึ่ง 1 ในท่านนั้นมาจากประธานศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าหากไม่มีประธานศาลรัฐธรรมนูญอยู่ ก็ขอให้กรรมการสรรหากรรมการเลือกตั้งอีก 9 ท่านสามารถดำเนินการต่อไปได้ อันนั้นคือส่วนที่ขอแก้ไข

 

ส่วนที่ 2 ที่ทางศาลรัฐธรรมนูญได้เสนอมาให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา คือ ขอให้ยกเลิกความในวรรค 2 ของมาตรา 255 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและให้ใช้ข้อความต่อไปนี้ คือ กรณีเรื่องการเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญ ที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าถ้าไม่ครบ 15 ท่านไม่สามารถเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ ก็ขอให้แก้ไขเป็นว่า ให้ผู้ได้รับเลือกตามวรรค 1 คือผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมและเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และแจ้งให้ประธานวุฒิสภาทราบ

 

กรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีองค์ประกอบหรือจำนวนไม่ครบตามวรรค 1 คือไม่ครบ 15 คน แต่ไม่น้อยกว่า 10 คน และการสรรหาและเลือกบุคคลที่เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแทนตำแหน่งที่ว่างยังไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จภายในเวลาตามมาตรา 261 ก็ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเท่าที่มีอยู่ประชุมและเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และแจ้งให้ประธานวุฒิสภาทราบ ในมาตรานี้คือถึงแม้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่ครบ 15 ท่านก็ขอให้ถ้ายังเหลือไม่น้อยกว่า 10 ท่าน สามารถคัดเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญได้
       
อีกข้อที่ศาลรัฐธรรมนูญเสนอมาคือ ขอให้เพิ่มวรรค 2 ของมาตรา 257/1 ว่า กรณีที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีจำนวนไม่ครบองค์ประกอบตามที่กำหนด หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่ เนื้อหาดังกล่าวคือเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เสนอมาที่นายกฯ

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์