พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลฯ ถวายพระพรชัยมงคล

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 4 ธ.ค. 2548 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จลง ณ ศาลาดุสิตดาลัย พระตำหนักจิตลดารโหฐาน โปรดฯ ให้นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการ นิสิตนักศึกษา พ่อค้าประชาชน และผู้แทนมูลนิธิต่างๆ เข้าเฝ้า ถวายพระพร เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 78 พรรษา

      

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลฯ ถวายพระพรชัยมงคลในนามของคณะบุคคลที่เข้าเฝ้าฯ ความว่า

 

0 0 0

 

"ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยประชาชนทุกศาสนา ทุกสาขาอาชีพ รู้สึกปีติยินดีเป็นล้นพ้น ที่วันเฉลิมพระชนมพรรษาในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง ความปีติยินดีนี้ยิ่งทวีคูณเมื่อมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระราชวโรกาสให้ปวงข้าพระพุทธเจ้าเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล และรับพระราชทานพระราชดำรัส อันจะเป็นศุภศิริสวัสดิ์ พิพัฒนมงคลชัยคุ้มเกล้าคุ้มกระหม่อมสืบไปชั่วกาลนาน

      

นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา บรรดาพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกาทั้งหลายที่นำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย เริ่มเฉลิมข้อความไว้ในพระราชปรารภว่าเป็นปีที่ 60 ในรัชกาลปัจจุบัน ความข้อนี้ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทย ทางราชการจึงได้ประกาศให้ พ.ศ.2548 เป็นปีเริ่มต้นแห่งการเฉลิมฉลองวาระที่ทรงดำรงอยู่ในสิริราชสมบัติเป็นปีที่ 60 ซึ่งจะมีต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2549 โดยมีศูนย์รวมอยู่ที่การประกอบพิธีต่างๆ ในเดือน มิถุนายน.ศกหน้า อันจะบรรจบครบ 60 ปี แห่งรัชกาลโดยบริบูรณ์

      

บรรดาชาวไทยถือเอาวโรกาสนี้เป็นศุภมงคลดิถีอันเกรียงไกร ซึ่งจะเกริกก้องอัศจรรย์บรรลือไกลไปในนานาประเทศ ด้วยเหตุอันแซ่ซ้องสดุดีว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แห่งราชอาณาจักรไทย ทรงดำรงอยู่ในสิริราชสมบัติ ยาวนานยิ่งกว่าพระราชาธิบดีพระองค์ใดในประเทศทั้งปวง ณ สมัยปัจจุบัน โดยได้ทรงประกอบการรัชดาภิเษกสมโภชครบ 25 ปี และกาญจนาภิเษกสมโภชครบ 50 ปี แห่งการเสด็จผ่านพิภพแล้ว พสกนิกรชาวไทยที่มีโอกาสได้พบเห็นการสมโภชวโรกาสดังกล่าวจนถึงบัดดนี้ จะเป็นคำรบที่สามนั้นต้องถือว่าเป็นบุญตัวและสิริมงคลแก่ตนยิ่งนัก

      

ทั้งนี้รัฐบาลได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตกราบบังคับทูลไปยังสมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชนีทั้งหลายในสากลประเทศด้วยแล้ว เพื่อเชิญเสด็จพระราชดำเนินมาทรงร่วมงานมหาสโมสรสันนิบาตในปี 2549 นี้ ความยืนยงแห่งรัชกาล มิใช่เป็นความยาวนานแห่งกาลเวลาแต่ประการเดียว หากแต่ยังเกี่ยวด้วยสายสัมพันธ์อันร้อยรับไว้ด้วยความจงรักภักดีในหัวใจของชาวไทยทุกรูปทุกนาม และสนองตอบด้วยความเมตตาอาทร ความเสียสละที่ทรงมีต่อพสกนิกรถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นชาวป่า ชาวเขาที่ยากแค้นรำเค็ญ ชาวบ้านที่ขาดแหล่งน้ำ ขาดที่ดินทำกิน ชาวกรุงที่ประสบปัญหาจราจร ตำรวจ ทหารที่ลาดตระเวนอยู่ตามชายแดน หรืออยู่ในบังเกอร์หลบภัย นักศึกษาใดที่เรียนดี ควรได้ไปศึกษาวิทยาการชั้นสูงในต่างประเทศก็ได้ทรงตั้งทุนอานันทมหิดล พระราชทานมาแล้วหลายรุ่น เมื่อปรากฏว่าเยาวชนไทยขาดความรู้ในเชิงลึก

      

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญผู้รู้มาเรียบเรียงสารานุกรมไทยฉบับเยาวชนเผยแพร่ และโปรดให้จัดระบบการสอนทางไกลผ่านดาวเทียมพระราชทานไปทั่วทุกถิ่น ทรงอนุเคราะห์ผู้ประสบภัยธรรมชาติ ตั้งแต่ภัยแล้งในภาคกลาง น้ำท่วมในภาคอีสาน จนถึงวาตภัยที่แหลมตลุมพุก และธรณีพิบัติภัยที่ภาคใต้ ได้พระราชทานแนวทางการสร้างฝายแม้ว การทำฝนหลวง การจัดระบบชลประทานตั้งแต่แก้มลิงจนถึงอ่างเก็บน้ำและเขื่อนตามความจำเป็นในแต่ละภูมิประเทศตลอดจนการแปลงบ่อพุให้เป็นบึงและนาข้าว ที่บัดนี้ออกรวงเหลืองอร่าม ทรงห่วงใยเยาวชนของชาติ

      

นับตั้งแต่เรื่องการใช้ภาษาไทย การออกกำลังกาย ปัญหาอบายมุข มลพิษทางเสียง บุหรี่ จนถึงยาเสพติด ทรงอนุเคราะห์ผู้ป่วยวัณโรค โรคเรื้อน โรคเอดส์ นอกจากนั้นพระมหากรุณายังแผ่กว้างไกลไปจนถึงสัตว์เลี้ยงที่เจ็บป่วย พิการควรได้รับการบำบัดรักษา กระทั่งช้างป่าที่พลัดถิ่นหลงฝูงด้วย ยามใดที่ประเทศชาติมีปัญหาได้พระราชทานทรัพย์และปัญญาแก่ผู้เกี่ยวข้องอยู่เสมอ เมื่อประมาณ 50 ปีที่ล่วงมาได้เคยพระราชทานแนวพระราชดำริให้รัฐจัดตั้งสถาบันการศึกษาชั้นสูง ทางด้านพัฒนบริหารศาสตร์ขึ้นตั้งแต่สมัยที่คนไทยยังไม่รู้จักศาสตร์สาขานี้จนกระทั่งตั้งขึ้นสำเร็จในบัดนี้ คือสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 40 ปีก่อนได้ทรงริเริ่มการจัดรายการบรรเลงดนตรีการกุศลทางสถานีวิทยุกระจายเสียงเป็นครั้งแรก โดยทรงดนตรีร่วมกับข้าราชบริพาร เพื่อรับบริจาคช่วยผู้ประสบภัยภาคใต้จนสามารถตั้งเป็นมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ 30 ปีที่แล้วได้ทรงริเริ่มการปฏิรูปที่ดินด้วยการพระราชทานที่ดินอันเป็นพระราชทรัพย์ในพื้นที่ภาคกลางให้นำมาปฏิรูปช่วยชาวนา

      

เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ได้พระราชทานแนวพระราชดำริให้ขยายถนนเชิงสะพานพระปิ่นเกล้า และสร้างทางคู่ขนานลอยฟ้า รวมทั้งสร้างสะพานแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งใหม่ จนสามารถแก้ปัญหาการจราจรได้อย่างดี เร็วๆนี้ยังทรงแนะนำให้รัฐจัดสร้างอ่างเก็บน้ำขึ้น 3 แห่งใน จ.เพชรบุรี รับสั่งว่าถ้าสร้างได้น้ำจะไม่ท่วมเพชรบุรี ซึ่งเป็นความจริงนับแต่บัดนี้ อีกทั้งโปรดให้ขยายขอบอ่างเก็บน้ำยางชุม จ.ประจวบคีรีขันธ์ให้สูงขึ้น เพื่อเพิ่มปริมาณการเก็บกักน้ำเมื่อประเทศมีปัญหาเรื่องพลังงานได้พระราชทานแนวพระราชดำริเรื่องพลังงานทดแทน โดยทรงทดลองและทรงนำมาตรการประหยัดพลังงานมาใช้ด้วยพระองค์เอง ในด้านการพัฒนาวิถีชีวิต ได้พระทานหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ เช่น คราวพระราชพิธีกาญจนาภิเษก ทรงขอให้คนไทยมีคุณธรรม 4 ประการ โดยทรงเน้นการอดทน อดกลั้น และอดออม เมื่อสังคมเริ่มแปลกแยกแตกต่างกัน ได้ทรงเตือนให้ฟังการติติงและพึงโต้เถียงกันแต่เรื่องที่เป็นสาระตลอดจนรู้รักสามัคคียามที่สังคมเริ่มขาดความเอื้ออาทร

      

ได้รับสั่งเมื่อคราวเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบว่า ขอให้คนไทยมีไมตรีจิตต่อกัน และเมื่อสังคมท้อแท้ เพราะถดถอยทางเศรษฐกิจได้พระราชทานหลักชัยแห่งชีวิตว่าด้วยเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นทางสายกลางนำมาใช้ได้กับทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ยังไม่นับงานศิลปะที่พระราชทานอีกอเนกอนันต์ เพื่อยังความสดชื่นรื่นรมย์แก่ชาวไทย เช่นเพลงปลุกใจ และบทเพลงอันไพเราะ ที่บัดนี้วงดนตรีในนานาประเทศต่างนำไปขับขานบรรเลง อีกทั้งบทพระราชนิพนธ์อันงดงามด้วยคติธรรม และรสแห่งภาษาที่ชาวไทยทุกคนควรอ่าน กระทั่งถึงภาพวาด ภาพถ่าย และงานปั้นฝีพระหัตถ์นับไม่ถ้วน ทรงรักษาศีล บำเพ็ญภาวนาและปฏิบัติสมาธิ แผ่พระราชกุศล ไปยังพสกนิกรถ้วนหน้า

      

ข้าพระพุทธเจ้า มั่นใจว่ามาถึงวันนี้ไม่มีชาวไทยคนไทย ไม่ว่าเชื้อชาติใด ศาสนาใด และไม่ว่าจะพำนักอยู่ ณ ถิ่นใด บนพื้นแผ่นดินนี้ ที่ยังไม่เคยได้รับละอองธุลีแห่งพระมหากรุณาธิคุณอันแผ่พระราชทานไปถึง ซึ่งอาจมากบ้าง น้อยบ้าง ตามอัตภาพ ไม่โดยตรงก็โดยอ้อม ทุกครั้งที่พระเถระออกพระนามถวายพระพร จะต่อท้ายด้วยคำว่า "ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ" ซึ่งไพเราะกินใจนัก เพราะมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นก็ดี พระเมตตาอันไพศาลก็ดี และพระปัญญาคุณอันกว้างไกลก็ดี ล้วนแต่บริสุทธิ์ ประเสริฐ ทั้งพระกาย พระวาจา และพระราชหฤทัย ด้วยไม่ทรงหวังสิ่งตอบแทนใดๆ ดังที่ทรงสอนให้ปิดทองหลังพระ และให้ความสำคัญกับการทำตามหน้าที่ด้วยความถูกต้อง เป็นธรรม ยิ่งกว่าการอ้างอำนาจ ได้ตรัสอยู่เสมอดุจที่สมเด็จพระบรมราชชนนีเคยตรัสว่า "ถ้าทำดีคิดดี พูดดี แล้วจะดีเอง" นอกจากนั้นไม่ทรงท้อถอยคอยหวังแต่ผลสำเร็จจากการงานใด ดังที่ทรงสอนให้ชาวไทยมีความฝันอันสูงสุดและมีความเพียรอันบริสุทธิ์ จึงควรที่พสกนิกรทุกคนจะก้าวเดินตามรอยพระยุคลบาท

      

ในปีนี้ ปวงข้าพระพุทธเจ้า ต่างปลื้มปีติยินดียิ่งนัก ด้วยได้ประจักษ์แก่ตาว่าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงพระเกษมสำราญ มีพระพลานามัยดี แต่พสกนิกรก็อดแสดงความห่วงใยด้วยความจงรักภักดีไม่ได้ว่า ยังทรงงานอย่างหนักดังที่ในรอบปีที่ผ่านมาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจลงพระปรมาภิไธยในร่างกฎหมายที่นำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายจำนวนมากอยู่เป็นนิจ ทรงวินิจฉัยฎีกานักโทษ และฎีการ้องทุกข์เป็นปกติ ทรงสดับรายงานกิจการบ้านเมือง โดยสม่ำเสมอ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล และทรงรับอาคันตุกะ ผู้มาขอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเป็นประจำ ทั้งยังพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ แก่ประชาชนทุกหมู่เหล่าเป็นอาจิณ นับว่าเป็นพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ที่ทรงปฏิบัติตามกฎหมายและจารีตของบ้านเมืองอย่างเคร่งครัด

      

แต่ด้วยพระราชหฤทัยที่เที่ยงธรรม โดยไม่เคยทรงอ้างถึงพระราชอำนาจใดๆ ให้เป็นที่คร้ามเกรง หนทางหนึ่งที่ชาวไทย น่าจะสนองพระมหากรุณาธิคุณได้เป็นอย่างดีในยามนี้ คือการสมัครสมานสามัคคี คิดดี พูดดี ทำดี ช่วยกันสร้างความสงบร่มเย็นและสันติสุขโดยทางสายกลางแก่ชาติบ้านเมือง เพื่อให้การแปรพระราชฐานไปประทับอยู่ที่พระราชวังไกลกังวล หัวหิน เป็นความไกลจากความกังวลในพระราชหฤทัยอย่างแท้จริง และเป็นการแสดงออกถึงสัจจะวาจา นอกเหนือจากการสวมใส่สายรัดข้อมือว่า "เรารักพระเจ้าอยู่หัว" ได้อีกสถานหนึ่ง

      

ด้วยเดชะอำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยอันศักดิ์สิทธิ์และมหิธิฤทธิ์แห่งเทพยดาอารักษ์ ทั่วจักรวาล ด้วยบุญญาภินิหาริย์แห่งพระสยามเทวาธิราช คุ้มครองพระเศวตฉัตรและสมเด็จพระบูรพมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ด้วยอำนาจแห่งพระราชกุศลที่ได้ทรงบำเพ็ญปฏิบัติดุจพระโพธิสัตย์ สะสมทศบารมี โปรดประชุมบันดาลอภิบาลรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระบรมราชินีนาถฯ อีกทั้งพระบรมราชจักรีวงศ์ ให้ทรงสมบูรณ์พูนสุขด้วยจตุรพิธพร พระเกียติยศจงแผ่ขจรไปทั่วทิศานุทิศ พระราชปรารถนาให้พสกนิกรสามัคคีร่มเย็นจงเป็นผลสัมฤทธิ์ หมู่ปัจจามิตร ที่หวังประทุษร้ายต่อพระบรมเดชานุภาพจงพ่ายแพ้แก่ทศพิธราชธรรมจรรยา และพระราชสัมมาปฏิบัติ ขอทรงสถิตย์เป็นร่มฉัตรปกเกล้า ปกกระหม่อมชาวไทยให้พ้นจากทุกข์ร้อนและภัยพาล ขอทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจให้บังเกิดความสมานฉันท์แกล้วกล้า อีกทั้งขอทรงเป็นพลังแห่งแผ่นดินดุจธวัชฉัตร ธงนำหน้า ขับเคลื่อนสยามรัฐสีมาอาณาจักร ให้สามารถปกปักรักษาอิสราธิปไตยแห่งพระราชอาณาเขต และพัฒนาประเทศไปสู่ความรุ่งโรจน์อย่างยั่งยืนทุกสถาน ตราบนิรันดร์เทอญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ"

แสดงความคิดเห็น

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์