บทวิเคราะห์ : "ยุทธ ตู้เย็น" ชายผู้ถูกต่อท้ายด้วยเครื่องหมายอัศเจรีย์


 


ยงยุทธ ติยะไพรัช

 

ครั้งหนึ่ง ความขยันขันแข็งเอาการเอางานในการปราบปรามยาเสพติดของชายคนหนึ่งได้พุ่งถึงขีดสุด กระทั่งตู้เย็นในบ้านของตระกูล "ศตะกูรมะ" ถูกถล่มจนพรุน ครานั้น แม้หลายเรื่องจะพัดหายไปกับสายลม แต่สรรพนามเชิงสรรพยอก "ยุทธ ตู้เย็น" กลับตราตรึงอยู่ในความทรงจำของหลายคนอย่างยากจะลบเลือน

 

ผลจากการถล่มตู้เย็น แม้เก้าอี้จะร้อนเพราะถูกรุมจวกจากสาธารณชน แต่ก็ทิ้งระยะเวลาอีกนานทีเดียวกว่าเขาจะจรจากตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีท่ามกลางความอาลัยรักของนายกรัฐมนตรี ซึ่งยืนยันความผิดพลาดครั้งนั้นว่าเป็นเพราะ เลขาฯ ในดวงใจขยันมากเกินไป

 

ยุทธศาสตร์การปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลทักษิณ 1 ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับการสนองด้วยปฏิบัติการอย่างขยันขันแข็งยิ่งของเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ถูกตั้งคำถามจากองค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งในประเทศและองค์การระหว่างประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ องค์การสหประชาชาติ....เป็นนโยบายปราบปรามยาเสพติดที่แลกกับ สิทธิในความเป็นมนุษยชนกว่า 2,000 ศพ กับตู้เย็นอีก 1 เครื่อง

 

วันนี้ เขากลับมาอีกครั้งในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เขายืนยันเรื่องการจัดการป่าในประเด็นป่าชุมชนว่า "คนอยู่กับป่าไม่ได้" แม้กระทั่งจากการให้สัมภาษณ์ครั้งล่าสุดในรายการสุดฮิตอย่าง "ถึงลูกถึงคน" เมื่อคืนวานนี้ (14 ธ.ค.) โดยระบุอย่างชัดเจนด้วยความเชื่อมั่นว่า "คน" ไม่สามารถสร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศได้ และคนที่อยู่ในป่าไม่ได้ "ทำหมัน" เพราะฉะนั้นก็จะขยายเผ่าพันธุ์ไปเรื่อยๆ ที่สุดแล้วทรัพยากรก็จะมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของมนุษย์

 

ในทางกลับกัน หนังสือพิมพ์ข่าวสดรายงานคำให้สัมภาษณ์ของบุคคลคนเดียวกันในวันเดียวกัน กรณีโครงการตัดถนนผ่านป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ซึ่งเป็นป่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เขาตอบว่า "ไม่ใช่ว่า เป็นพื้นที่มรดกโลกแล้วแตะต้องไม่ได้"

 

ดูคำให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับป่าของคนๆ เดียวกันแล้วก็ให้นึกสงสัย ไม่รู้ว่าอะไรคือ "สิ่งแรก" ที่เขาคิด "ประชาไท" ลองย้อนกลับไปตั้งข้อสังเกตดูอีกที ที่ผ่านมา รัฐมนตรีคนนี้เคยโชว์วิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหาไว้อย่างไร และอะไรเป็นหลักคิดที่เขายึดถือเป็นประโยชน์แรก

 

กรณีชาวบ้าน บ้านคลิตี้ อ.ทองผาภูมิ ได้รับผลกระทบจากการปนเปื้อนของสารตะกั่วจากการทำเหมืองคลิตี้ เขาเสนอให้ย้ายชาวบ้านออกจากพื้นที่

 

"ด้าน ยงยุทธ ติยะไพรัช รมว.ทส. กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนสารตะกั่วในลำห้วยคลิตี้ ต้องให้ชาวบ้านย้ายออกจากพื้นที่ดังกล่าว เพราะพื้นที่ 2 ใน 3 ของ อ. ทองผาภูมิ เป็นแหล่งแร่ตะกั่วแหล่งใหญ่ที่สุดในประเทศ การแก้ไขโดยจะให้ทางการขุดเอาแร่ออกจากพื้นที่นั้นคงทำไม่ได้ ขณะที่การเลี้ยงสัตว์และการปลูกพืชของชาวบ้านก็จะมีสารตะกั่วปนเปื้อนอยู่ด้วย (ผู้จัดการ 10/08/48)"

 

กรณีข่าวเขื่อนในจังหวัดกาญจนบุรีแตก เนื่องจากเป็นจังหวัดที่อยู่ในแนวรอยเลื่อนเปลือกโลก เขาคนนี้ตอบว่า เป็นข่าวที่ไม่จริง เพราะถ้าเขื่อนจะแตก ก็ต้องใช้เวลาประมาณ 6-7 ช.ม. "พอจะอพยพชาวบ้านได้ทัน"

 

"ยงยุทธ กล่าวถึงเขื่อน 2 แห่งใน จ.กาญจนบุรี ว่า หากเกิดแผ่นดินไหวจนทำให้เขื่อนแตก จะเกิดเป็นรอยร้าว และมีทรายพังลงมาก่อนที่น้ำจะค่อยๆ ซึม ไม่ใช่พังลงมา แต่จะใช้เวลา 6-7 ชั่วโมง ดังนั้น จึงมีเวลาพอที่จะอพยพคนออกจากพื้นที่ได้ทัน ยงยุทธ กล่าว http://www.nationweekend.com/2005/10/14/NW11_117.php

สำหรับกระแสป่าชุมชนที่ร้อนแรงและเผาไหม้ผู้เกี่ยวข้องอยู่เงียบๆ มาแรมเดือนนั้น จุดยืนของเขาคือ เอาชุมชนที่เคยอยู่ต้นน้ำออกมาจากต้นน้ำ

"ยงยุทธ ติยะไพรัช รมว. ทส. มอบนโยบายผ่านรองปลัด ทส. ในฐานะเป็นกรรมาธิการร่วมพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ป่าชุมชน โดยเสนอห้ามชาวบ้านทำป่าชุมชนในพื้นที่ป่าต้นน้ำ สร้างความไม่พอใจให้กับสมาชิกเครือข่ายป่าชุมชนทั่วประเทศเป็นอย่างมาก เดโช ไชยทัพ ผู้ประสานงานเครือข่ายป่าชุมชนภาคเหนือ กล่าวว่า รมว. ทส. ยังเตรียมเสนอให้ตั้งนิยามคำว่าป่าอนุรักษ์ใหม่ จากเดิมที่หมายถึงป่าในอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยเพิ่มคำว่า ป่าต้นน้ำลงไปด้วย ซึ่งพื้นที่ป่าต้นน้ำมากกว่าครึ่งเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านทั่วประเทศดูแลอยู่ในฐานะป่าชุมชน" (มติชน 01/08/48)

และเรื่องล่าสุด หลังจากม็อบป่าชุมชนเดินเท้า "ธรรมชาติยาตรา" มากว่า 800 กิโลเมตร ตลอด 35 วัน เพื่อมาแสดงเจตนารมณ์ว่า ชาวบ้านรักษาป่าได้ และเรียกร้องให้ ส.ส.ผู้ทรงเกียรติทั้งหลายยืนยัน พรบ. ป่าชุมชนฉบับที่เหล่าท่านเคยชูมือให้ผ่านการพิจารณามา 2 ครั้ง ให้ออกมาเป็นกฎหมายต่อไป พวกเขา (ชาวบ้าน) ก็ถูกสกัดไว้ด้วย "ม็อบเขียวปี๋" ที่ชูกฎหมายของกรรมาธิการร่วมของสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภาโดยระบุว่า ไม่ควรยกป่าให้คนกลุ่มน้อย และพวกที่ไม่ใช่คนไทย

รมว. ยงยุทธ เลือกไปขึ้นเวที "ม็อบเขียวปี๋" เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของวานนี้ เพื่อให้กำลังใจ อย่างไรก็ตามเมื่อชาวบ้านจาก "ม็อบป่าชุมชน" ให้ข้อมูลกลางรายการ "ถึงลูกถึงคน" ว่า ม็อบที่เขาไปให้กำลังใจนั้นประกอบด้วยชายฉกรรจ์ที่มีไม้รวกท่อนยาวถือติดมืออยู่เป็นส่วนใหญ่ เขาจึงยืนยันว่าจะดำเนินตรวจสอบ ม็อบที่เขาไปให้กำลังใจว่า ใครเป็นคนจัดตั้งมา

สะระตะสารพันเรื่องที่ชายชื่อ ยงยุทธ ติยะไพรัช เข้าไปเกี่ยวข้อง เมื่อประมวลจากวิธีการและวิสัยทัศน์ที่ผ่านมาแล้ว แม้จะยังไม่ได้คำตอบชัดๆ ว่าเขาคิดอะไรเป็นสิ่งแรก แต่แล้วคำถามหนึ่งก็ผุดพรายขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

คำถามนั้นก็คือ ในสายตาของรัฐมนตรีที่ชื่อยงยุทธนั้น เห็น "คน" และ "คุณค่าของความเป็นคน" รวมทั้งเคารพในเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญว่าด้วย "ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" อยู่หรือไม่

 กลับหน้าแรกประชาไท

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์