เล่าเรื่องการชุมนุมเอฟทีเอ

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

 

ในวินาทีที่ขบวนผู้ชุมนุมต้านเอฟทีเอเคลื่อนมาถึงหน้าโรงแรมเชอราตัน จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเสียงเพลง "อะไรก็ไม่รู้" แม้คุณจะฟังเนื้อเพลงที่ผ่านออกมาจากลำโพงเสี้ยงอู้อี้ไม่ออก หรือจับเนื้อหาของเพลงที่เบลอๆ จากปากของผู้คนเรือนหมื่นไม่ได้ แต่มันเป็นวินาทีที่คุณสามารถรู้สึกได้อย่างกระจ่างแจ้งในความหมายของเพลง สัมผัสได้ในเอกภาพและการต่อสู้

 

คุณไม่ต้องเห็นด้วยกับผู้ชุมนุม หรืออาจจะมีท่าทีขาวๆ ดำๆ กับการเจรจาเอฟทีเอ หรืออาจจะถูกหัวโขนความเป็นสื่อกักขังมิให้อารมณ์ความรู้สึกไหลลื่นไปกับกระแสประชาชน แต่หากคุณเชื่อว่า สิ่งที่คุณเห็นอยู่ตรงหน้าคือคลื่นขบวนนับหมื่นที่ต่อสู้เพื่อเพื่อน ญาติมิตร เพื่อคนอื่นๆ เพื่อตัวเขาเอง และเพื่อคุณ เชื่อเถิดบางทีน้ำตาของคุณอาจจะต้องไหลรื่นอยู่ในเบ้าตา

 

เราไม่เห็นความตื้นตันของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งกำแพงกั้นผู้ชุมนุมอยู่ในวันนั้นหรอกครับ เพราะทุกคนหยุดนิ่ง หรืออันที่จริงคงต้องบอกว่า "โลกในเวลานั้นหยุดยิ่ง มีแต่ผุ้ชุมนุมเท่านั้นที่เคลื่อน" ผมเองก็ไม่มีปัญญาจะเห็นว่า หัวใจของเจ้าหน้าที่เหล่านั้นสูบฉีดเลือดให้ไหลลงไปที่ตาตุ่มหรือไม่ แต่ผมมั่นใจได้ว่า แต่ละคนคงจะงงๆ หรือบางคนอาจจะถามตัวเองอยู่บ้างก็ได้ว่า นี่เขาได้รับคำสั่งให้ต้องมาเผชิญหน้ากับ "กองทัพ" อันแข็งแกร่งเช่นนี้เชียวหรือ

 

อย่าลืมนะครับว่า ผู้คนที่มาชุมนุมในวันนั้นมาจาก 12 เครือข่าย ส่วนใหญ่ไม่รู้จักกันมาก่อน มาจากคนละภาค เหนือ กลาง อีสาน ใต้ มากันด้วยความตระหนักเน้นกันคนละปัญหา แต่มีจุดร่วมกันคือ ต่อต้านการเจรจาเอฟทีเอไทย-สหรัฐ การบริหารขบวนประชาชนนับหมื่นให้อยู่ในระเบียบวินัยทั้งๆ ที่แต่ละคนที่ไม่เคยผ่านการอบรม ฝึกฝน และใช้ชีวิตอย่างธรรมดาเหมือนเราๆ นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย และคงจะยากกว่าที่จะขับเคลื่อนให้ไปสู่เป้าหมาย กระทั่งยากยิ่งกว่ายาก ที่จะร้อยรัดเครือข่ายเหล่านี้เข้ามาเหนื่อยร่วมกัน อาทรกันและกัน กระทั่งสละทุกอย่างเพื่อต่อสู้ร่วมกัน

 

ผมเคยเห็นการชุมนุมมาหลายครั้งครับ แต่ถ้ามันไม่ต่างก็คงไม่หยิบมาพูดมาเขียนมาบอกเล่า

 

เพลงที่มารู้ชื่อทีหลังว่า "โซลิดาริตี้" ในจังหวะมาร์ชทรงพลัง ฮึกเหิม "แม้เวลาจะยังยาวไกล เลือดรดรินหลั่งไหล เราก้าวไปด้วยกำลังใจ สู่เส้นชัยเสรี" ที่มีท่อนแทรกว่า "ไม่เอาเอฟทีเอ" เปล่งออกมาอย่างเต็มปากเต็มคำของคนทั้งหมื่นเท่าที่ปอด หลอดคอ และกล่องเสียงจะอนุญาต นั่นเป็นเพียงส่วนเดียว

 

อีกไม่กี่นาทีต่อมาที่คุณได้เห็น "หน่วยผ้าดำ" ทำหน้าที่แนวหน้าผลักดันแนวกำแพงของตำรวจ ในขณะที่ ด้านหลังหน่วยผ้าดำ มีอีกหน่วยหนึ่งที่นำไม้รวกกั้นเป็นแนว เพื่อป้องกันผู้คนนับหมื่นที่อยู่หลังแนวนั้นฮือบุกเข้าสมทบกับหน่วยผ้าดำ จนอาจจะทำให้เกิดความวุ่นวายหรืออยู่ในสภาพที่ควบคุมไม่ได้นั้น บอกกับเราว่า นี่เป็นการจัดการม็อบที่เต็มไปด้วยความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้คนอันรอบคอบ

 

พูดก็พูดเถิดครับ เราเห็นแม้กระทั่งการป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับทรัพย์สินสาธารณะที่อยู่บริเวณนั้น ขณะที่เราไม่เห็นการป้องกันนี้จากเจ้าหน้าที่รัฐ  อาจจะเพราะเจ้าหน้าที่ได้รับคำสั่งมาเพียงแค่ป้องกันมิให้ผู้ชุมนุมเข้ามาในบริเวณที่ผู้แทนจากสองประเทศกำลังเจรจาเท่านั้น ขณะที่ผู้ชุมนุมเหล่านั้นมาด้วยจิตใจที่เห็นใจคนอื่นๆ ไม่ว่าคนอื่นๆ เหล่านั้นจะก่นด่า ไม่เห็นด้วย หรือเพราะไม่รับรู้ถึงความร้ายแรงจากเอฟทีเอหรือไม่

 

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องบอกว่า ตำรวจภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ระดับสูงซึ่งผมไม่ทราบว่าเป็นใคร เป็นตำรวจชุดที่รับมือกับผู้ชุมนุมได้ดี เราได้ยินการสำทับครั้งแล้วครั้งเล่าจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงสั่งการให้ตำรวจใช้การผลักดันอย่างเดียว เราไม่เห็นเจ้าหน้าที่ติดอาวุธ (มีแต่ปืนยิงแก๊สน้ำตาที่สะพายหลังอยู่กับตำรวจตระเวนชายแดนซึ่งไม่ได้ใช้) กระบองที่ตำรวจถือ เราไม่เห็นว่ามันถูกยกขึ้นมาเกินกว่าระดับเอว นั่นหมายความว่า มันไม่ได้ถูกใช้เพื่อฟาด เว้นเสียแต่ตำรวจบางคนที่สกัด หน่วยผ้าพันคอดำ 20 คนที่ว่ายน้ำข้ามแม่ปิงขึ้นโรงแรม ที่เลือกจะใช้ความรุนแรง ทั้งฟาดทั้งกระทืบเพียง เพื่อจะหยุดการรุกคืบของมนุษย์กบ แทนที่จะเลือกใช้กำแพงเจ้าหน้าที่ที่มากพอจะยืนนิ่งๆ ปิดทางสกัดการวิ่งขึ้นบก ซึ่งทำให้เราไม่สามารถจะเอ่ยชมเจ้าหน้าที่ชุดนี้ได้เต็มปาก

 

เช่นเดียวกับผู้ชุมนุมที่เราไม่เห็นแม้แต่การชูมือขึ้นเหนือไหล่ในยามที่บุกเข้าผลักดันตำรวจ ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมต่างก็ทำหน้าที่ของตน อยากจะบอกด้วยสำเนียงแบบน้ำเน่าสักนิดด้วยซ้ำว่า ผู้ชุมนุมหน่วยผ้าดำเขาใช้หน้าอกในตำแหน่งที่ตรงกับหัวใจ และไหล่ที่เขาใช้แบกชีวิตเป็นอวัยวะส่วนที่ดันกำแพง แน่นอนภายใต้ขนาดหัวใจที่ต่างกัน ผลก็คือ ม็อบทั้งหมดรุกคืบเข้ายึดพื้นที่หน้าโรงแรมได้เกือบเบ็ดเสร็จ

 

ภายใต้สภาพการจัดการเช่นนี้ ผมเชื่อแน่ว่า จะไม่มีทางที่ความรุนแรงและความวุ่นวายใดๆ จะเกิดขึ้นจากฝ่ายผู้ชุมนุมไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ  ผมไม่เชื่อด้วยว่าจะมีใครกล้ามาสลายการชุมนุม เพราะนั่นเท่ากับผู้สลายนั่นเองที่จงใจใช้ความรุนแรงเพื่อทำให้เกิดสภาพจลาจล ใครที่มักจะด่าว่าการชุมนุมเป็นพวกชอบใช้ความรุนแรง น่าจะได้ลองมาดูการชุมนุมครั้งนี้หรือครั้งไหนๆ บ้างว่า การชุมนุมโดยการจัดการทั้งครั้งนี้และในทุกครั้งที่ผ่านมา เป็นกลไกที่เกิดขึ้นเพื่อป้องกันความรุนแรง ทั้งจากแรงกดดันของปัจเจกที่ไม่พอใจที่รัฐกระทำกับเขา ทั้งจากมือที่สาม หรือทั้งจากฝ่ายรัฐที่จะใช้ความรุนแรง

 

หากชัยชนะของการชุมนุมครั้งนี้อยู่ที่การยกเลิกการเจรจา หรือล้มการเจรจา ก็คงต้องบอกว่า ขบวนผู้ชุมนุมครั้งนี้มิได้ประสบชัยชนะ ชัยชนะแบบนั้นมิได้ยั่งยืน เพราะที่สุดมันจะมีประเด็นอื่นๆ คืบเข้ามาอีก ชัยชนะที่ยั่งยืนคือจะทำอย่างไรที่จะเกิดการต่อสู้อย่างทรงพลังในทุกครั้งที่มีประเด็นเข้ามาอันกัดกินชีวิต ซึ่งผมว่าการชุมนุมครั้งนี้ทำได้ ทำได้ดี และเกินความคาดหวังของแกนนำการชุมนุมทุกคน นอกเหนือจากที่ทำให้ผู้แทนเจรจาทั้งสองฝ่ายต้องเผ่นหนีข้ามจังหวัดไปประชุมที่อื่นซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้การชุมนุมที่อ่อนล้าโรยแรงต้องสลายลง

 

ผมคิดว่า ผู้ชุมนุมทุกคนต่างก็รู้ว่า วันหนึ่งเขาจะกลับมา คราวนี้เขาจะร้องเพลง "โซลิดาริตี้" ได้ดีกว่าเดิม ทรงพลังกว่าเดิม

 

ไม่แน่นักหากวันหนึ่ง การค้าเสรีมันเข้ามาคุกคามธุรกิจและเสรีภาพของสื่อ วันหนึ่งมันเข้ามาเปลี่ยนชีวิตคนชั้นกลางให้เป็นแรงงานไร้ความหมาย เปลี่ยนเถ้าแก่ให้กลายเป็นลูกจ้างบรรษัทข้ามชาติ กินข้าวจีเอ็มโอ จำต้องก้มกราบหากจะหาซื้อยามารักษาโรค ไม่แน่หรอกว่า วันนั้น "สื่อ" คนชั้นกลางเองก็อาจจะต้องมาร้องเพลงนี้ร่วมกัน  ผมจึงอยากเสนอว่า หัดร้องเพลงนี้ไว้บ้างก็ดี

 

ก่อนผู้ชุมนุมจะแยกย้าย ผมได้ยินเพลงโซลิดาริตี้อีกครั้ง เชื่อไหมครับ ในเนื้อเร้องเดิม จังหวะมาร์ช จังหวะเดิม เพลงนี้ช่างเป็นเพลงที่หวานจับใจ และอบอุ่นอย่างที่มนุษย์ในชีวิตปัจเจกไม่เคยหรือไม่มีโอกาสได้สัมผัสมาก่อนเลย

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์