รายงาน : "ก้าวห้าก้าว กราบหนึ่งครั้ง" อาวุธต้าน FTA

บันทึกไว้ในแผ่นดินล้านนา บูชาครูบาศรีวิชัย หนทางยาวเหยียด ม็อบเอฟทีเอ ก้าว 5 ก้าว กราบ 1 ครั้ง รายงานบรรยากาศก่อนเหตุการณ์ปะทะที่ไม่ควรพลาด

 

 

"เหล่าประชาชน ลุกขึ้นยืนผจญ

ด้วยใจเต็มล้น คัดค้านการค้าเสรี

จุดไฟในวิญญาณ ปลุกตำนานคนจน

รวมหมู่มวลชน เอาชีวิตเป็นเดิมพัน..."

 

บทเพลง "สานใจคนเดินดิน" ดังก้องไปทั่วท้องถนน เมื่อผู้คนที่เรียกกันว่า "องค์กรประชาชนต้านการเปิดการค้าเสรีและแปรรูปประเทศไทย" ประมาณ 10,000 คน ได้เคลื่อนขบวนจากหน้าสถานีรถไฟเชียงใหม่ มุ่งหน้าไปทางด้านตะวันตกของเมืองเชียงใหม่

 

ครั้นเมื่อถึงบริเวณหัวสะพานนวรัฐที่พาดผ่านข้ามแม่น้ำปิง ขบวนประชาชนที่ย่างก้าวมาเป็นทิวแถวยาว หยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น เบื้องหน้าของขบวน มีชายคนหนึ่งยืนถือรูปของครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา ด้านข้างมีชายสูงวัยจุดธูปปล่อยควันลอยคลุ้งไปทั่ว

 

ด้านหลัง ขบวนประชาชนนับเรือนหมื่นยืนสงบนิ่ง เมื่อยินเสียงเป่านกหวีดดังขึ้น ทุกคนย่อตัวคุกเข่านั่ง ก่อนก้มลงกราบกับพื้นถนนอย่างช้าๆ ก่อนลุกขึ้นยืนก้าวเดินต่อไป

 

ก้าวห้าก้าว ก้มกราบหนึ่งครั้ง...ก้าวห้าก้าว ก้มกราบหนึ่งครั้ง

 

"นี่คือ บทกราบคารวะแผ่นดิน ของเครือข่ายองค์กรประชาชนทั่วประเทศ ที่ต้านเขตการค้าเสรีแปรรูปประเทศไทย..." เสียงประกาศดังก้องมาจากกลางขบวน

 

ก้าวห้าก้าว ก้มกราบหนึ่งครั้ง

 

"ขอกราบครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา พระอริยะเจ้าซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งปัญญา ความดี และความงามอันบริสุทธิ์"

 

ก้าวห้าก้าว ก้มกราบหนึ่งครั้ง

 

"ขอกราบบรรพกษัตริย์ พ่อขุนงำเมือง พ่อขุนเม็งราย พ่อขุนรามคำแหง ตลอดจนบรรพบุรุษ บรรพสตรีที่ได้สร้างบ้านแปงเมือง จนสืบทอดมายังพวกเราทั้งหลาย ณ วันนี้"

 

ก้าวห้าก้าว ก้มกราบหนึ่งครั้ง

 

"ขอกราบคารวะผีปู่ย่าตายาย ที่ปกปักรักษาแผ่นดินให้พวกเราได้อยู่อาศัยอย่างสุขสงบ"

 

ก้าวห้าก้าว ก้มกราบหนึ่งครั้ง

 

"ขอน้อมสำนึกบุญคุณดอยอินทนนท์ ขุนเขาน้อยใหญ่ น้ำแม่ปิง สายธารน้อยใหญ่ แม่โพสพและพืชพันธุ์ทั้งหลายที่ได้หล่อเลี้ยงพวกเราทั้งหลาย ให้มีชีวิตรอดอย่างพอดี พอเพียง"

 

"เราตั้งปณิธาณว่า จะรักษาแผ่นดินนี้ไว้ มิให้ผู้ใดยึดครอง เราจักสืบทอดภูมิปัญญาและวิถีชีวิตที่ดีงามไว้ด้วยชีวิตของเรา"

 

"ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โปรดดลจิตดลใจของผู้บริหารประเทศที่ถูกโลภะจริต โทสจริต และโมหะจริตเข้าครอบงำ ได้แปรเปลี่ยนจากเห็นผิดเป็นชอบ ลด ละ เลิก การพัฒนาที่เอาโลภะเป็นที่ตั้ง ได้หันกลับมาสู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง เดินตามรอยวิถีของปู่ย่าตายาย เพื่อสร้างสังคมและชีวิตที่ดีงามกันด้วยเทอญฯ"

 

เป็นขบวนประชาชนที่ทำให้ผู้คนสองข้างทาง ที่ต่างให้ความสนใจและแวะเข้ามาทักทายถามว่า ทำไมต้องมาเดินขบวน ทำไมต้องมาเดินห้าก้าวแล้วก้มลงกราบ

 

เมื่อเคลื่อนขบวนผ่านทางเชียงใหม่ไนท์บาร์ซาร์ พ่อค้าชาวม้งคนหนึ่ง มาจากหมู่บ้านม้งห้วยลึก อ.เชียงดาว เดินเข้าไปถามว่า ทำไมถึงมาประท้วง เอฟทีเอ คืออะไร?

 

ตัวแทนองค์กรชาวบ้าน อธิบายให้ฟังว่า การเปิดเสรีทางการค้า จะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตผู้คนทุกภาคส่วน ไม่ว่าในเรื่องของภาคการเกษตร การบริการ ด้านสาธารณสุข การศึกษา เป็นต้น

 

"เฮาบ่ฮู้เรื่องนี้มาก่อนเลย ถ้าเฮาฮู้เฮาจะมาร่วมคัดค้านด้วย" ชายม้งพูดออกมา

 

ในระหว่างที่มีการเคลื่อนขบวนไปตามถนนย่านไนท์บาร์ซาร์ ผ่านถนนช้างคลานนั้น จะมีทั้งนักเรียน คนขับสามล้อ พ่อค้าแม่ค้าออกมารับแผ่นพับชี้แจงถึงผลเสียของการเปิดเจรจาการค้าเสรี หรือ เอฟทีเอ ว่าจะกระทบต่อคนกลุ่มใดบ้าง แม้กระทั่งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แม่ค้าขายไข่ปิ้ง กับแม่ค้าขายนกเพื่อปล่อยทำบุญสะเดาะเคราะห์ก็ยังเอาธงสัญลักษณ์ต้านเอฟทีเอ มาปักตรงตระกร้าหาบคอนของตัวเอง

 

ครั้นเดินออกจากถนนช้างคลาน มุ่งหน้าไปยังสะพานเม็งราย ขบวนหยุดอยู่ที่บริเวณโรงเรียนมงฟอร์ต เพื่อรับทานอาหารกลางวันหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการเดินมาครึ่งวัน สังเกตได้ว่า มีชาวบ้านนำข้าวกล่องพร้อมน้ำดื่มมาแจกจ่ายให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมกันอย่างต่อเนื่อง

 

เมื่อขบวนประชาชนเคลื่อนข้ามผ่านสะพานเม็งราย ไปถึงหน้าโรงแรมเชอราตัน ซึ่งเป็นสถานที่จัดประชุมเจรจาข้อตกลงการเปิดการค้าเสรี ไทย-สหรัฐ เหตุการณ์เริ่มชุลมุนตึงเครียดกันขึ้นทุกชั่วขณะ เมื่อภาคประชาชนต่างทยอยเคลื่อนกันเข้ามาอยู่ด้านหน้าโรงแรมกันอย่างเนืองแน่น ในขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายร้อยนายกำลังจัดเตรียมนำแผงเหล็กสองชั้นมาปิดกั้นล้อมรอบ เพื่อไม่ให้ฝูงชนเข้าไปในเขตของโรงแรม

 

"พี่น้องเอ๋ย ที่เรามาในวันนี้ ก็เพื่อจะบอกว่า สิ่งที่ พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งสื่อมวลชนได้ตั้งฉายานามว่า รมว.พลัง "น้ำ" ได้ไปรายงานต่อนายของท่านว่า มีคนมาชุมนุมเพียง 300-400 คนนั้น เป็นสิ่งที่โกหกมดเท็จทั้งสิ้น เพราะว่าขณะนี้พวกเรามากันเรือนหมื่น และนี่เป็นเพียงแค่ตัวแทนของภาคประชาชนเท่านั้น เพื่อจะมาบอกว่า สิ่งที่พวกท่านกำลังเจรจากันนั้น มันกระทบต่อพี่น้องคนไทยทั้งทั่วประเทศ..." เสียงประกาศดังก้องไปทั่วบริเวณหน้าโรงแรมเชอราตัน

 

เมื่อองค์กรประชาชนต้านการเปิดการค้าเสรีและแปรรูปประเทศไทย เกือบ10,000 คน ได้เคลื่อนขบวนจากหน้าสถานีรถไฟเชียงใหม่ ไปร่วมชุมนุมกันบริเวณหน้าโรงแรมเชอราตัน จ.เชียงใหม่ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนับพันนายตั้งแผงเหล็กกั้นรอบๆ บริเวณโรงแรมนั้น ทางแกนนำของผู้ชุมนุมได้ประกาศโจมตีการเปิดเจรจาการค้าเสรี ไทย-สหรัฐ ที่กำลังมีการประชุมเจรจากันอยู่ในโรงแรมเชอราตัน เชียงใหม่ อยู่นั้น โดยองค์กรประชาชนฯ เรียกร้องให้นายนิตย์ พิบูลย์สงคราม หัวหน้าคณะผู้เจรจาเอฟทีเอไทย-สหรัฐ ได้ออกมาพูดกับกลุ่มผู้ชุมนุมคัดค้านการเจรจาเอฟทีเอไทย-สหรัฐ ว่าจะยุติหรือไม่อย่างไรนั้น

 

องค์กรประชาชนปักหลักชุมนุมเพื่อรอคำตอบผ่านไปหลายชั่วโมง ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีผู้แทนคนใดลงมาเจรจา จึงได้มีการพยายามจะเข้าไปภายในโรงแรมเพื่อทำการกดดันให้มีการยุติการเจรจาต่อไป โดยกลุ่มผู้ชุมนุมหน้าโรงแรมได้พยายามเคลื่อนตัวบุกเข้าไปข้างในจนเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตรึงกำลังอยู่หลังแผงกั้นเหล็กจนล้มระเนระนาด และมีกลุ่มผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บกันหลายคน ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังยื้อกำลังกันอยู่นั้น กลุ่มผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งได้วิ่งเข้าไปในโรงแรม แต่สุดท้ายก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวควบคุมเอาไว้

 

เมื่อผู้สื่อข่าว ประชาไท วิ่งย้อนเข้าไปทางด้านหลังของโรงแรมซึ่งติดกับแม่น้ำปิง ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 20 คน ได้ว่ายน้ำข้ามแม่น้ำปิงจากฝั่งตะวันตกมายังโรงแรมเชอราตันที่อยู่ฟากฝั่งตะวันออก เมื่อทุกคนเคลื่อนขึ้นบก ได้พยายามจะบุกเข้าไปทางด้านหลังโรงแรม จนเกิดการปะทะกับกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งขณะสื่อมวลชนกำลังเข้าไปในเหตุการณ์อยู่นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามควบคุมฝูงชน และมีการใช้กระบองทุบตีกลุ่มผู้ชุมนุม รวมทั้งมีการใช้เข่ากระแทกร่างชาวบ้านให้ล้มนอนลงบนผืนหญ้าจนเกิดการชุลมุนกันอยู่ตรงนั้น

 

กลุ่มชาวบ้านที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กระบองตีทำร้ายจนเลือดอาบ ได้ออกมาตะโกนเรียกร้องว่า ตำรวจทำร้ายประชาชน ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล

 

"แม้เวลาจะยังยาวไกล เลือดรดรินหลั่งไหล

เราก้าวไปด้วยกำลังใจ สู่เส้นชัยเสรี"

 

เสียงเพลงของกลุ่มผู้ชุมนุมยังคงดังก้องไปทั่วโรงแรม แม้ว่าจะถูกทำร้ายจนบาดเจ็บกันก็ตาม

 

ขณะที่ด้านหน้าโรงแรม ตัวแทนองค์กรประชาชน พยายามตะโกนบอกว่า เรามาด้วยสันติวิธี ไม่ชอบการใช้ความรุนแรง แต่ฝ่ายรัฐกลับพยายามใช้ความรุนแรงกับประชาชนเสียเอง

 

เมื่อสอบถามกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนาย บอกว่า ไม่รู้เรื่องเอฟทีเอ และถูกผู้บังคับบัญชาให้มาอารักขา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธร จากทุกอำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ผลัดเปลี่ยนกันมาอำเภอละ 20 คน

 

"กำลังตำรวจมีเพียงพันกว่านาย จะไปรับมืออะไรได้ ในเมื่อชาวบ้านมีกันเป็นหมื่นคน" ตำรวจนายหนึ่งบ่นให้ฟัง

 

อย่างไรก็ตาม ทางด้านองค์กรประชาชนองค์กรประชาชนต้านการเปิดการค้าเสรีและแปรรูปประเทศไทย ยังคงประกาศว่า จะนอนปักหลักอยู่บนถนนหน้าโรงแรมเชอราตันกันต่อไป และจะพยายามเข้าไปยุติการเจรจาการค้าเสรี ไทย-สหรัฐ ให้ได้

 

0 0 0

 

                             

 

 

     

 

 

   

 

 

 

  

 

 

 

   

 

 

       

 

 

      

   

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์