อึ้ง "นิตย์" ทนแรงกดไม่ไหว ลาออกจากหัวหน้าเอฟทีเอสหรัฐ !

 

ประชาไท - 19 ม.ค.48      หลังจากมีกระแสข่าวว่านายนิตย์ พิบูลสงคราม หัวหน้าคณะเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-สหรัฐ เตรียมยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าทีมเจรจาเนื่องจากได้รับความกดดันจากหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายไทยและสหรัฐ เมื่อผลการเจรจารอบที่ 6 ไม่ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้

 

โดยสื่อมวลชนรายงานการคาดหมายว่าผู้จะมารับหน้าที่แทนอาจเป็น นายพิศาล มาณวพัฒน์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ที่ประสบความสำเร็จจากเอฟทีเอไทย-ญี่ปุ่น หรือ ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ซึ่งดูแลภาพรวมเจรจา โดยหากเป็น ดร.ณรงค์ชัย อาจจะมีแนวคิดไม่ตรงกับพ.ต.ท.ทักษิณ ขณะที่นายพิศาล อาวุโสยังน้อย  อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ไม่อยู่ในขั้นตอนการประสานงานในระดับราชการ แต่ต้องอาศัยการตัดสินใจทางการเมือง

 

ด้านพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าวในวันนี้ (18 ม.ค.) ว่า กรณีดังกล่าวคุยกันแล้ว ไม่มีอะไร

ขณะที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ยืนยันว่านายนิตย์ยังไม่ได้ยื่นจดหมายลาออกตามที่มีกระแสข่าว และอยากให้นายนิตย์อย่าหวั่นไหวกับการเผาโลงศพที่มีชื่อตัวเองประท้วง ส่วนกรณีที่ได้มอบหมายให้นายอุตตม สาวนายน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ และนายอนุทิน ชาญวีระกูล รมช.สาธารณสุข ร่วมคณะเจรจานั้น เป็นการให้ไปช่วยทำงาน ไม่ได้ให้ไปทำหน้าที่แทนใคร เพราะเอฟทีเอไทย-สหรัฐมีการเจรจาถึง 22 ประเด็น ต้องทำงานเป็นทีม ซึ่งขณะนี้ก็เป็นทีมที่แข็งแรงอยู่แล้ว

 

ส่วนนายกันตธีร์ ศุภมงคล รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ทราบว่านายนิตย์ มีความไม่สบายใจและหนักใจเรื่องนี้ แต่ไม่อยากสรุปรายละเอียด ขอให้ติดตามดูต่อไป ซึ่งความหนักใจน่าจะเป็นเรื่องภารกิจเอฟทีเอและปัญหาที่ปรากฏอยู่ในสื่อ

 

เมื่อถามว่านายนิตย์ได้แจ้งความไม่สบายใจและการลาออกให้ทราบหรือไม่ นายกันตธีร์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ต้องดูต่อไป อย่างไรก็ตาม หากนายนิตย์ลาออกจากการทำหน้าที่ดังกล่าวจริง เชื่อว่าไม่กระทบต่อการเจรจา เพราะมีคณะผู้แทนทำงานอยู่

 

ขณะที่นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ผู้แทนการค้าไทย (ทีทีอาร์) ในฐานะที่ปรึกษารมว.อุตสาหกรรม กล่าว่า

กล่าวว่า จากที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้มารับตำแหน่งดูแลด้านประชุมนานาชาติทางการค้า ลงทุน และเศรษฐกิจทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี ขณะนี้ได้วางแผนการดำเนินงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว และพร้อมนำเสนอต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมด โดยในปี 2549 จะเน้นสร้างความร่วมมือทางการค้าและชิงความได้เปรียบในการแข่งขันกับทั้งประเทศคู่ค้าและคู่แข่งของไทยที่ต้องมีผลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศที่ไทยได้เจรจาเพื่อทำเอฟทีเอ

         

นายปานปรีย์ กล่าวถึงกรณีข่าวว่าอาจจะได้รับแต่งตั้งดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะเจรจาเอฟทีเอไทย-สหรัฐ หากนายนิตย์ ลาออกจากตำแหน่ง ว่า เรื่องนี้ ยังไม่ทราบว่านายนิตย์จะลาออกหรือไม่ ที่สำคัญตนเองก็ไม่ได้รับทาบทาม แต่หากได้รับทาบทามจริงก็คงไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ เพราะในขณะนี้มีงานอื่นๆ เป็นจำนวนมาก และที่สำคัญตำแหน่งหัวหน้าคณะเจรจาเอฟทีเอ ต้องเป็นบุคคลที่มีเวลาเต็มที่สำหรับการทำงาน ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถมีประสบการณ์ ซึ่งนายนิตย์เป็นบุคคลที่เหมาะสม อดีตเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำกรุงวอชิงตัน เป็นอดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ มีความรู้การเจรจาระหว่างประเทศเป็นอย่างดี

        

ก่อนหน้าที่เมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา รมว.การต่างประเทศ ได้นำคณะส.ส.สหรัฐ เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล ประกอบด้วย นายพอล กิลโลมอร์ ส.ส.พรรครีพับลิกัน มลรัฐโอไฮโอ นายเจอร์รี่ คอสเตลโล ส.ส.พรรคเดโมแครต มลรัฐอิลลินอยส์ นายแซม จอห์นสัน ส.ส.พรรครีพับลิกัน มลรัฐเท็กซัส นายเคย์ แกรนเจอร์ ส.ส.พรรครีพับลิกัน มลรัฐเท็กซัส นายเดนนิส เจ.คูชินิช ส.ส.พรรครีพับลิกัน มลรัฐโอไฮโอ นายเกรจ วอลเดน ส.ส.พรรครีพับลิกัน มลรัฐโอเรกอน และนายบอบบี้ จิลดัล ส.ส.พรรครีพับลิกัน มลรัฐลุยเซียนา

 

โดยนายกรัฐมนตีเชื่อว่า  จะสามารถบรรลุความสำเร็จและสามารถลงนามตามเวลาที่กำหนดไว้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนของทั้งสองประเทศเป็นที่ตั้ง

 

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกลุ่มผู้คัดค้านเอฟทีเอไทย-สหรัฐ นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการองค์กรความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาไทย ได้กล่าวแสดงความเห็นใจหัวหน้าคณะเจรจาเอฟทีเอไทย-สหรัฐ เนื่องจากได้รับความกัดดันอย่างหนักจากทุกด้าน

         

"หากนายนิตย์ลาออกจากหัวหน้าคณะเจรจาเอฟทีเอจริง ๆ คิดว่า จะต้องมีส่วนรับผิดชอบ การเจรจาเอฟทีเอไทย-สหรัฐที่ผ่านมา แต่ยอมรับว่า ปัญหาแรงกดดันต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เป็นสาเหตุที่ทำให้นายนิตย์ต้องหันมาทำการเจราจากับทีมเจรจาในฝ่ายไทยเอง เพราะเกิดร้อยร้าวจากความเห็นและจุดยืนที่แตกต่าง ระหว่างกระทรวงต่างประเทศ กับ กระทรวงสาธารณ สุข กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง แวดล้อม ที่ไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงตามการเสนอของสหรัฐ และน่าจะเป็นสาเหตุสำคัญใน การตัดสินใจลาออก คงไม่ใช่น้อยใจจากการถูกเผาหุ่นและกระแสคัดค้านของกลุ่มผู้ ชุมนุม" นายวิฑูรย์กล่าวและว่า 3 เดือนต่อจากนี้ ก่อนที่รัฐบาลทั้งสองฝ่ายจะเร่งเจรจาให้จบ จะเป็นช่วงที่ภาคประชาชนเตรียมเคลื่อนไหวใหญ่กว่าที่เชียงใหม่ และใหญ่กว่าทุกๆ ครั้ง

        

นอกจากนี้กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (เอฟทีเอ ว็อทช์) ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อการลาออกจากหัวหน้าคณะเจรจาเอฟทีเอ ไทย-สหรัฐ ของนายนิตย์ พิบูลสงคราม โดยระบุด้วยว่า ไม่ควรเป็นนายนิตย์ที่ลาออก แต่คนที่ควรแสดงความรับผิดชอบควรเป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่ให้นโยบายและออกคำสั่งในการเจรจาต่อรอง รวมถึงการกำหนดกระบวนการเจรจาต่างๆที่ไม่มีความโปร่งใส น่าจะเป็นผู้ที่รับผิดชอบมากกว่า

           

อย่างไรก็ตาม นายนิตย์ พิบูลสงครามเองอาจต้องมีส่วนในการรับผิดชอบในการเจรจาที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน คือ การที่นายนิตย์และทีมเจรจาของกระทรวงต่างประเทศได้พยายามกดดันคณะเจรจากลุ่มอื่นๆให้ยินยอมหรืออ่อนข้อให้กับสหรัฐฯเพื่อให้การเจรจาเดินหน้าต่อไป ทั้งๆที่จุดยืนนี้ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะเท่ากับเจรจาและกดดันฝ่ายเดียวกันเอง แทนที่จะใช้พลังในการเจรจากับฝ่ายสหรัฐฯ

 

ขณะที่หัวหน้าคณะเจรจาฯ คนต่อไปก็เชื่อว่า จะต้องมาจากฝ่ายการเมืองอย่างแน่นอน เพื่อให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้นำที่ต้องการเร่งการเจรจาให้เร็วที่สุด และสามารถควบคุมคณะเจรจาได้อย่างเบ็ดเสร็จ ซึ่ง หัวหน้าคณะเจรจาฯคนต่อไปจะต้องรับภาระหนักอึ้งยิ่งกว่านายนิตย์ พิบูลสงคราม

 

"เราได้ข้อสรุปที่ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า การตัดสินใจทั้งหมดมาจากผู้นำรัฐบาลเป็นสำคัญ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับคณะเจรจาตามที่นายกรัฐมนตรีเคยอ้างแต่อย่างใด ดังนั้น การเคลื่อนไหวในครั้งต่อไป ชื่อที่ติดอยู่บนโลงศพที่จะถูกเผา จะไม่ใช่ชื่อหัวหน้าคณะเจรจาฯอีกต่อไป แต่จะเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาลแทน"แถลงการณ์ระบุ

 

 

 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์