แถลงการณ์ เอฟทีเอวอทช์ ต่อกรณีการลาออกของ "นิตย์ พิบูลสงคราม"

 


 

แถลงการณ์ของกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (เอฟทีเอ ว็อทช์)

ต่อกรณีการลาออกจากหัวหน้าคณะเจรจาเอฟทีเอ ไทย-สหรัฐ ของนายนิตย์ พิบูลสงคราม

 

18 มกราคม 2549

 

กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (เอฟทีเอ ว็อทช์) ขอแสดงความเสียใจต่อการลาออกจากหัวหน้าคณะเจรจาเอฟทีเอ ไทย-สหรัฐ ของ นายนิตย์ พิบูลสงคราม ซึ่งอันที่จริงไม่ควรเป็นนายนิตย์ที่ลาออก แต่คนที่ควรแสดงความรับผิดชอบควรเป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่ให้นโยบายและออกคำสั่งในการเจรจาต่อรอง รวมถึงการกำหนดกระบวนการเจรจาต่างๆที่ไม่มีความโปร่งใส น่าจะเป็นผู้ที่รับผิดชอบมากกว่า

 

กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (เอฟทีเอ ว็อทช์) เห็นว่า การลาออกของนายนิตย์ พิบูลสงครามครั้งนี้ มาจากแรงกดดันสำคัญ 3 ด้าน คือ

 

1. แรงกดดันจากฝ่ายการเมืองซึ่งต้องการผลัดกดันให้การเจรจาเป็นไปตามเป้าหมายที่รับปากกับรัฐบาลสหรัฐฯเอาไว้ ว่าต้องสรุปการเจรจาให้ได้ภายในเดือนเมษายนนี้

 

2. แรงกดดันจากคณะเจรจาเอง ซึ่งในช่วงการเจรจารอบที่ 6 ที่จังหวัดเชียงใหม่ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ไม่มีความเป็นเอกภาพในการเจรจา โดยเฉพาะอย่างยิ่งความขัดแย้งและความเห็นไม่ตรงกันของทีมกระทรวงการต่างประเทศ กับคณะเจรจาที่มาจากกระทรวงอื่นๆ เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตร กระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังจะเห็นได้จาก การเจรจาเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา สิ่งแวดล้อม และแรงงาน

 

3.แรงกดดันที่เกิดจากการเคลื่อนไหวขององค์กรภาคประชาชน 11 เครือข่าย รวมถึงความเคลื่อนไหวของภาคประชาสังคมต่างๆ ภายหลังการชุมนุมใหญ่ เมื่อวันที่ 9-11 มกราคมที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นชัดว่า กลุ่มประชาสังคมต่างๆไม่ต้องการเห็นการผลักกันการเจรจาให้เป็นไปตามที่ฝ่ายการเมืองต้องการที่เร่งเจรจาอย่างไม่มีความโปร่งใส นี่คือเหตุผลสำคัญที่ นายนิตย์ต้องแบกรับแรงกดดันทั้งหมดในฐานะหัวหน้าคณะเจรจา

 

อย่างไรก็ตาม นายนิตย์ พิบูลสงครามเองอาจต้องมีส่วนในการรับผิดชอบในการเจรจาที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน คือ การที่นายนิตย์และทีมเจรจาของกระทรวงต่างประเทศได้พยายามกดดันคณะเจรจากลุ่มอื่นๆให้ยินยอมหรืออ่อนข้อให้กับสหรัฐฯเพื่อให้การเจรจาเดินหน้าต่อไป ทั้งๆที่จุดยืนนี้ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะเท่ากับเจรจาและกดดันฝ่ายเดียวกันเอง แทนที่จะใช้พลังในการเจรจากับฝ่ายสหรัฐฯ

 

อีกประการหนึ่ง การที่หัวหน้าคณะเจรจามาจากฝ่ายการฑูต ไม่ได้มาจากข้าราชการที่เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ มีแนวโน้มจะโอนอ่อนผ่อนตามเพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมากกว่ามองเรื่องผลประโยชน์ของประเทศ และที่สำคัญ การสื่อสารระหว่างนายนิตย์และภาคประชาสังคมที่ผ่านมา นายนิตย์ไม่ได้สื่อสารถึงเนื้อหาการเจรจา ไม่ตอบคำถามจริงๆ แต่เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไปเสียทั้งหมด

 

ทั้งนี้ เอฟทีเอ ว็อทช์ เชื่อว่า หัวหน้าคณะเจรจาฯ คนต่อไป จะต้องมาจากฝ่ายการเมืองอย่างแน่นอน เพื่อให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้นำที่ต้องการเร่งการเจรจาให้เร็วที่สุด และสามารถควบคุมคณะเจรจาได้อย่างเบ็ดเสร็จ ซึ่ง หัวหน้าคณะเจรจาฯคนต่อไปจะต้องรับภาระหนักอึ้งยิ่งกว่านายนิตย์ พิบูลสงคราม

 

อย่างไรก็ดี ในฐานะส่วนหนึ่งของภาคประชาชน เราได้ข้อสรุปที่ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า การตัดสินใจทั้งหมดมาจากผู้นำรัฐบาลเป็นสำคัญ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับคณะเจรจาตามที่นายกรัฐมนตรีเคยอ้างแต่อย่างใด ดังนั้น การเคลื่อนไหวในครั้งต่อไป ชื่อที่ติดอยู่บนโลงศพที่จะถูกเผา จะไม่ใช่ชื่อหัวหน้าคณะเจรจาฯอีกต่อไป แต่จะเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาลแทน

 

กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch)

801/8 งามวงศ์วาน 27 ซอย 5 .เมือง จ.นนทบุรี 11000

http://www.ftawatch.org  email: info@ftawatch.org 

 

 

 

 

 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์