ผู้บริโภคฟ้องแปรรูป กฟผ.อีก 2,000 ราย

ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ประชาไท - 26 ม.ค.49   หนังสือพิม์ผู้จัดการรายงานว่า ที่ศาลปกครอง ตัวแทนสหพันธ์องค์กรผู้บริโภคและเครือข่าย ได้เดินทางมายื่นคำร้องสอดเพื่อขอเข้าเป็นคู่ความกับผู้ฟ้องคดีเดิมว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดอำนาจสิทธิและประโยชน์ของบริษัท กฟผ.จำกัด (มหาชน) พ.ศ.2548 และพระราชกฤษฎีกากำหนดเงื่อนเวลายกเลิกกฎหมายว่าด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2548 ที่มีผลให้การแปรสภาพ กฟผ. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย


         

น.ส.สายรุ้ง ทองปลอน ผู้จัดการสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค กล่าวว่า การฟ้องสอด ครั้งนี้ผู้ที่ขอเข้าเป็นคู่ความกับผู้ฟ้องคดีเพิ่มจำนวน 2,038 คน จากเดิมที่มี 11 ราย โดยเอกสารทั้งหมดที่นำมายื่นต่อศาลฯ วันนี้ (26 ม.ค.) ได้รับมาจากประชาชนทั่วประเทศที่ส่งมาทางไปรษณีย์เพื่อแสดงเจตจำนงว่าต้องการร่วมคัดค้านการแปรรูป กฟผ.ด้วย

         

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุดเมื่อวันที่ 8 พ.ย.2549 โดยมีนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี รมว.พลังงาน กระทรวงพลังงาน และคณะรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกฟ้องร้อง และศาลได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2549 ให้มีการระงับการดำเนินการเพื่อเสนอขายหรือดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวกับการขายหุ้น กฟผ.ไว้ก่อนเป็นเบื้องต้น และขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการไต่สวนฉุกเฉิน

         

นางวัชรี เผ่าเหลืองทอง ผู้ประสานงานกลุ่มพลังงานทางเลือกเพื่ออนาคต ระบุว่า ผลจากการเผยแพร่ข้อมูลรณรงค์ผ่านทางเวปไซด์ www.stokft.com ซึ่งระบุว่าประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการแปรรูป กฟผ.สามารถฟ้องยกเลิก พ.ร.ฎ.ดังกล่าวได้นั้น ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา มีผู้ส่งหลักฐาน อาทิ สำเนาบัตรประชาชน ใบมอบอำนาจให้ทนายความ พร้อมเงินจำนวน 50 บาทเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายถ่ายเอกสารฟ้องคดี รวมทั้งสิ้น 2,038 ราย

         

ด้านนายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความฝ่ายผู้ฟ้องร้อง กล่าวว่า เดิมคดีนี้ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2548 แต่ต่อมาประชานให้ความสนใจที่จะเข้าฟ้องร่วมกับผู้ฟ้องเดิมโดยใช้คำฟ้องเดิม รวมทั้งสิ้น 2,038 ราย และเชื่อว่าจะยังมีทยอยมาอีกเรื่อยๆ เพราะตามกฎหมายระบุว่าหากเห็นว่าผู้ที่ต้องการฟ้องร้องเป็นผู้ที่มีส่วนได้เสียก็สามารถที่จะยื่นเข้ามาได้เรื่อยๆ จนกว่าศาลจะตัดสิน ส่วนความคืบหน้าในการพิจารณาคดี ฝ่ายผู้ฟ้องร้องจะยื่นคำคัดค้านคำให้การของฝ่ายผู้ถูกฟ้องร้องในวันที่ 31 ม.ค. นี้

         

นายนิติธร กล่าวอีกว่า การฟ้องเพิ่มในครั้งนี้คงไม่เป็นผลให้ต้องยืดระยะเวลาการพิจารณาคดี และหากผู้ฟ้องร่วมมีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมก็สามารถนำเข้ามาร่วมได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่ามีเนื้อหาที่สอดคล้องกันหรือไม่ ในที่นี้อาจจะร้องสอดเอง ร้องผ่านทางสภาทนายความ หรือขอคำแนะนำจากนิติกรที่ศาลเองก็ได้

         

"หากทุกคนถือว่ามีส่วนได้เสียตามกฎหมาย ก็ย่อมมีสิทธิตามกฎหมาย ครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความต้องการของประชาชนที่ต้องการให้มีการตรวจสอบ อย่างเป็นระบบและจริงจัง"

         

น.ส.สายรุ้ง เสริมว่า ประชาชนจะต้องลุกขึ้นมาจับตาและตรวจสอบการ ดำเนินการแปรรูป กฟผ.อย่างใกล้ชิด กรณีที่กระทรวงพลังงาน กฟผ. และประธานคณะกรรมการกำกับกิจการไฟฟ้า เปิดเผยผ่านสื่อมวลชนว่าจะมีการขึ้นค่าไฟฟ้าในเดือน ก.พ. นี้อีก 28  32 สตางค์ต่อหน่วย ต้องถือว่าเป็นการขึ้นค่าเอฟทีมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา การดำเนินการดังกล่าวเท่ากับเป็นการโยนหินถามทางเพื่อให้เกิดการยอมรับสภาพการถูกเก็บค่าไฟที่แพงขึ้นในอนาคต

         

น.ส.สายรุ้ง ระบุถึง เหตุที่ต้องขึ้นค่าไฟที่แท้จริงนั้นมี 4 ประการ คือ 1.เพื่อนำไปโปะค่าใช้จ่ายในการแปรรูป กฟผ. ซึ่งไม่น้อยกว่า 25,000 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็น ค่าบริการของบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน 1,174 ล้านบาท เงินเดือนและผลตอบแทนของพนักงานและคณะกรรมการ บมจ.กฟผ. ที่เพิ่มขึ้นจากการแปลงสภาพเป็นบริษัท 12,126 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการเกษียณพนักงานก่อนกำหนดก่อนการแปลงสภาพเป็นบริษัท 4,000 ล้านบาท ค่าประชาสัมพันธ์ต่างๆ ที่มากกว่า 44 ล้านบาท ผลประโยชน์หุ้นของพนักงาน กฟผ. ที่ราคาหุ้น 26.5 บาทต่อหุ้นอีก 8,415 ล้านบาท และค่าจ้างอื่นๆอีก รวมทั้งสิ้นมากกว่า 25,759 ล้านบาท

         

2. ว่าเป็นการประกันกำไรให้นักลงทุน 8.39 เปอร์เซ็นต์ เพื่อการแปรรูป กฟผ. ประการที่ 3. คือ ปตท.แปรรูปแล้วขูดรีดค่าเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าจากประชาชนไปปรนเปรอให้กลุ่มทุน และประการที่ 4. ระบบอามิสสินจ้างหรือผลประโยชน์ทับซ้อนกับข้าราชการที่มีผลต่อกระบวนการกำหนดค่าไฟ

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์