แถลงการณ์เลื่อนการนัดพบ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี

ตามที่กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ได้ร่วมกับเครือข่ายประชาชนตรวจสอบนโยบายประชานิยมกับการแก้ไขปัญหาความยากจน ได้เดินทางไปรอพบ พ...ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ณ สนามบิน จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2549 ในโอกาสที่ท่านนายกฯลงพื้นที่เพื่อสาธิตการแก้ไขปัญหาความยากจน ที่ อ.อาจสามารถ และได้มีการนัดหมายกันว่า วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 นี้ ท่านนายกฯจะไปพบเครือข่ายประชาชนฯ ที่โรงแรมเจริญศรีแกรนด์ จ.อุดรธานี เพื่อหารือและร่วมแก้ไขปัญหาความยากจนตามที่ได้เสนอไป ประกอบด้วย


 

1. ขอให้เร่งรัดแก้ไขปัญหาความยากจนที่เกิดขึ้นจากความล้มเหลว จากการพัฒนาโครงการโขงชีมูล เช่น เขื่อนปากมูล เขื่อนราษีไศล เขื่อนหัวนา เขื่อนห้วยหลวง เขื่อนหนองหานกุมภวาปี เขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร

2. ขอให้เร่งรัดแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวน และกระจายสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากรในเขตป่าอนุรักษ์และป่าสงวน

 

3. ขอให้ยกเลิกโครงการพัฒนาของรัฐและเอกชนที่จะสร้างผลกระทบต่อวิถีชีวิตและความหลากหลายในระบบนิเวศน์ของคนอีสาน เช่น โครงการเหมืองแร่โปแตชอุดรธานี โครงการเครือข่ายท่อส่งน้ำ (Water grid) โครงการเขื่อนแม่น้ำสงคราม โครงการเขื่อนแม่น้ำเลย โครงการกระเช้าลอยฟ้าภูกระดึง

แต่บัดนี้สถานการณ์ของบ้านเมืองได้มีความเปลี่ยนแปลงไปมาก เกิดกระแสการขับไล่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีไปทั่วแผ่นดิน และได้ประกาศรวมตัวกันอีกครั้งในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2549 นี้ เครือข่ายประชาชนฯ รู้สึกสับสนและงุนงงมากกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อีกทั้งพี่น้องประชาชนในภาคอีสานที่มารวมตัวกันเฉพาะกิจในนาม "เครือข่ายประชาชนตรวจสอบนโยบายประชานิยมกับการแก้ไขปัญหาความยากจน" นั้น ประกอบไปด้วยพี่น้องประชาชนจาก 2 ส่วน คือ ส่วนหนึ่งเป็นพี่น้องประชาชนที่ร่วมอยู่ในสมัชชาคนจน และอีกส่วนหนึ่งไม่ได้อยู่ร่วมในสมัชชาคนจน ซึ่งได้มีการประชุมปรึกษาหารือกันแล้วว่าจะไปร่วมชุมนุมเรียกร้องกับสมัชชาคนจนที่กรุงเทพฯในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2549 นี้ เพื่อรวมพลังให้เป็นปึกแผ่นหนาแน่นมั่นคง

 

จากสถานการณ์หลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้จึงทำให้เครือข่ายประชาชนฯ ได้มีการประชุมปรึกษาหารือและได้มีมติร่วมกันว่า เพื่อให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้มีเวลาอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนที่เดินขบวนขับไล่ท่านนายกฯ ออกจากตำแหน่ง จึงขอเลื่อนการนัดพบเจรจากับท่านนายกฯ ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 นี้ ออกไปก่อน จนกว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะกลับมาเป็นปกติสุข เนื่องจากว่า การที่ประชาชนทั่วประเทศได้กำหนดการเคลื่อนไหวขับไล่ท่านนายกฯออกจากตำแหน่ง ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2549 นั้น เป็นวันที่ใกล้เคียงกับวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 อย่างมาก จึงจะทำให้กระแสของบ้านเมืองโหมไปในทางนั้นมากกว่าการที่จะมานั่งประชุมเจรจาร่วมกับพวกเรา พวกเราจึงได้ตัดสินใจว่าจะไม่ขอรบกวนเวลาของท่านนายกฯ เพื่อให้ท่านนายกฯได้มีเวลาแก้ไขปัญหาของตัวท่านนายกฯ เองได้อย่างเต็มที่

 

อีกทั้งในจังหวัดอุดรธานี ณ เวลานี้ ได้มีการสร้างกระแสเพื่อยุยงปลุกปั่นประชาชนให้ปะทะขัดแย้งกัน โดยบริษัทเอเชีย แปซิฟิค โปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด และลูกสมุนสุนัขรับใช้ คือ ในเขต ต.โนนสูง-หนองไผ่ แกนนำของกลุ่มสนับสนุนเหมืองแร่โปแตชที่รับจ้างทำงานให้กับบริษัท โดยจะทำการเกณฑ์ชาวบ้านออกมาสนับสนุนโครงการ ด้วยค่าจ้างคนละ 150 - 250 บาท ขึ้นอยู่กับความสำคัญของสถานการณ์ ได้มีความพยายามผูกโยงเรื่องกระแสขับไล่นายกทักษิณกับเรื่องการสนับสนุนเหมืองแร่โปแตชเข้าด้วยกัน กล่าวคือ "ใครสนับสนุนนายกทักษิณให้อยู่บริหารประเทศต่อไปก็คือคนที่สนับสนุนเหมืองแร่โปแตช" สาเหตุที่ลูกสมุนสุนัขรับใช้บริษัท ต้องทำเช่นนี้ ก็เพราะลำพังชาวบ้านที่เขาจ้างกันมาครั้งละประมาณ 100 - 200 คน นั้น สู้กำลังชาวบ้านของกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานีไม่ได้ มิหนำซ้ำชาวบ้านที่เขาเกณฑ์มาเหล่านี้ไม่เคยถูกพัฒนาความคิดและรับรู้ข้อมูลที่แท้จริง การออกมาเคลื่อนไหวสนับสนุนแต่ละครั้งจึงมักจะออกจากที่ชุมนุมและหนีกลับกันเป็นประจำ

 

เป็นการสบช่องกับสถานการณ์ไล่ท่านนายกฯออกจากตำแหน่ง โดยหวังว่าวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 จะมีคนมาให้กำลังใจท่านนายกฯให้อยู่บริหารประเทศต่อไปจำนวนมาก จึงได้มีการวางแผนตกลงกันกับ ส.ส. ของพรรคไทยรักไทยในจังหวัดอุดรธานี ให้นำคนที่สนับสนุนท่านนายกฯให้อยู่บริหารประเทศต่อไปมาสนับสนุนเหมืองแร่โปแตชด้วย เป็นการเบี่ยงเบนประเด็น และถือโอกาสกล่าวหาชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานีว่า พวกที่คัดค้านเหมืองแร่โปแตชคือพวกที่ไล่นายกฯ

 

กลุ่มอนุรักษ์ฯรู้สึกละอายแทนบุคคลผู้ประพฤติชั่วช้าสามานย์เช่นนี้ และในการต่อสู้ของกลุ่มนั้นต่อสู้กับเหมืองแร่โปแตชเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ไว้ให้กับลูกหลานเท่านั้น นี่คือความตั้งใจแน่วแน่ และพัฒนากลุ่มด้วยการเรียนรู้การเมืองในแบบชาวบ้าน ไม่ว่ารัฐบาลไหนขึ้นมาบริหารประเทศก็ตาม เหมืองแร่โปแตชก็ยังอยู่ เพราะมีสัญญาค้ำประกันเอาไว้ แม้ท่านนายกทักษิณจะออกไปจากตำแหน่ง ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯก็ต้องยืนหยัดเพื่อต่อสู้กับทุกรัฐบาลที่เอาเหมืองแร่โปแตชอยู่แล้ว

 

การกระทำของฝ่ายบริษัท ถือว่าเป็นการจุดไฟเผาเมืองอุดรธานี เพราะมีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างสถานการณ์ความรุนแรงและเกลียดชังให้เกิดขึ้นในจังหวัดอุดรธานี เป็นการต่อสู้ที่ไม่ใช้สมอง ไร้มโนธรรม ที่ผ่านมากลุ่มอนุรักษ์ฯ ได้วางแนวทางการต่อสู้เพื่อไม่ให้เหมืองแร่โปแตชเกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินบ้านเรา นั่นคือ การเรียนรู้ข้อมูล และต่อสู้ด้วยอุดมคติแห่งความรักในทิ้งถิ่น

 

กลุ่มอนุรักษ์ฯจึงเรียกร้องขอให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ช่วยตรวจสอบเอาผิดทางวินัยกับแกนนำกลุ่มสนับสนุนที่เป็นข้าราชการกำนัน แต่กลับวางตัวสนับสนุนเหมืองแร่โปแตชโดยใช้วิธีการยุยงชาวบ้านให้ปะทะขัดแย้งกัน ยอมตัวเป็นสุนัขรับใช้รับเงินค่าจ้างจากบริษัท เพราะแกนนำเหล่านั้นรับเบี้ยหวัดเงินเดือนราชการอยู่ และการจ้างชาวบ้านครั้งละ 150 - 250 บาท ออกมาสนับสนุนเหมืองแร่โปแตชเช่นนี้ถือว่าเป็นการหลอกลวงประชาชน ซ้ำร้ายยังมีการยักยอกเงินค่าจ้างของชาวบ้านเข้ากระเป๋าตัวเอง ช่างเป็นการกระทำที่ไร้ยางอายจริงๆ

 

ทั้งนี้ กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ได้รับมอบหมายจากเครือข่ายประชาชนตรวจสอบนโยบายประชานิยมกับการแก้ไขปัญหาความยากจน ให้ทำหนังสือมาถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เพื่อขอเลื่อนการนัดพบเจรจาในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 ออกไปก่อน

 

ขอแสดงความนับถือ

กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี

                       16 กุมภาพันธ์ 2549

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์