ภาครัฐปิดเส้นทางตรวจสอบนายกฯ "รสนา" ประณามเลี้ยงเสียข้าวสุก

 

ประชาไท—21 ก.พ. 2549 เครือข่ายธุรกิจเพื่อปฏิรูปการเมือง เปิดเวทีเสวนา เรื่อง "สายสน กลโกง ใยโยงชินคอร์ป" ขึ้นวานนี้ (20 ก.พ.) ตระกูล ณ ร้านไทสบาย ในปั๊มนำมันบางจาก สาขาศูนย์วัฒนธรรม โดยมีนายกรณ์ จาติกวณิช รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายโสภณ องค์การ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก และนางรสนา โตสิตระกูล ประธานเครือข่าย 30 องค์กรต้านคอร์รัปชั่น เป็นผู้ร่วมการเสวนา โดยนายกรณ์ ระบุว่าหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับกรณีการขายหุ้นของบริษัทแอมเพิลริช ปิดเส้นทางการตรวจสอบจนหมดสิ้น ขณะที่นางรสนา ยืนยันให้ประชาชนใช้ช่องทางตามกฎหมายถอดถอนนายกให้ได้ พร้อมเรียกร้องจิตสำนึกของข้าราชการ อย่าเลี้ยงเสียข้าวสุก

 

กรณ์ระบุ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องปิดทุกเส้นทางตรวจสอบ

นายกรณ์ จาติกวณิช กล่าวว่าปัญหากรณีการโอนขายหุ้นของบริษัทแอมเพิลริช และบริษัทวิน มาร์ก นั้นเป็นปัญหาที่สื่อสารต่อประชาชนวงกว้างได้ยาก เพราะเป็นปัญหาเทคนิคเกี่ยวกับหุ้น แต่เขาก็เชื่อมั่นว่าสุดท้ายแล้วด้วยปัญหาเชิงเทคนิคนี้เองอาจจะเป็นสิ่งที่หยุดนายกฯ ได้

 

โดยนายกรณ์ กล่าวถึงภาพยนตร์เรื่อง The untouchable ซึ่งตำรวจกลุ่มเล็กๆ พยายามไล่จับแก๊งอัลคาโปนซึ่งค้าสุราผิดกฎหมาย และเป็นอันธพาล แต่สุดท้ายก็เอาเข้าคุกได้ในข้อหาหนีภาษี

 

อย่างไรก็ตามนายกรณ์ระบุว่า แม้เรื่องเทคนิคการซุกหุ้น จะเป็นทางที่หยุดนายกฯ ได้ แต่เส้นทางการหยุดนายกฯ ทักษิณนั้นไม่ง่าย เพราะไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (กลต.) กระทรวงพาณิชย์ ศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)โดยหน่วยงานเหล่านี้ไม่รับลูกไปดำเนินการต่อ และไม่แสดงออกในทางที่จะค้นหาความจริงเกี่ยวกับกรณีการโอนขายหุ้นของบริษัทแอมเพิลริชที่ผ่านมา ด้านคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ยังไม่ได้รับการแต่งตั้ง

 

รสนาประณาม ระบบราชการ กลายเป็น "ข้าชินการ" เลี้ยงเสียข้าวสุก

นางรสนากล่าวว่าโครงสร้างประชาธิปไตยนั้นเป็นโครงสร้างส่วนบน แต่โครงสร้างพื้นฐานนั้นคือเรื่องเศรษฐกิจแต่ถ้าขาดประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจเสียแล้วก็อย่าหวังว่าการเมืองจะเป็นประชาธิปไตย

 

นางรสนา กรรมการพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า เดิมนั้นประเทศไทยมี ข้าราชการ แต่ปัจจุบันนี้ ประเทศไทยไม่มีข้าราชการ มีแต่ "ข้าชินการ" ไปหมดแล้ว และชินคอร์ปขณะนี้ก็ตกเป็นของสิงคโปร์ไปแล้ว

 

นางรสนาได้ยกตัวอย่างกรณีที่ตนไปตรวจสอบที่ทำการของบริษัท ไทยเอวิเอชัน ที่ถือหุ้นบริษัทไทยแอร์เอเชียกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ พบว่าบริษัทดังกล่าวเป็นเพียงห้องสำนักงานรกร้าง แต่กลับได้รับจดทะเบียนเสร็จเรียบร้อยภายใน 1 วัน และเมื่อสอบถามไปยังกระทรวงพาณิชย์กลับได้รับคำตอบว่าไม่มีหน้าที่ตรวจสอบ เพราะกระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ตรวจสอบตามเอกสารเท่านั้น ถ้าเอกสารถูกต้องก็ถือว่าใช้ได้

 

"ปัญหาเวลานี้คือหน่วยงานราชการของเราหลายแห่งไม่ได้ทำหน้าที่ให้คุ้มค่าเงินเดือน ต้องบอกว่าเลี้ยงเสียข้าวสุก ถ้าคุณทำงานกันอย่างนี้ ดิฉันคิดว่าในฐานะประชาชนก็ไม่อยากจ่ายเงินเดือนให้คุณอีกต่อไป"

 

นางรสนา ได้กล่าวถึงแนวทางที่ตนเองจะดำเนินการต่อไปคือ จะดำเนินการฟ้องร้องนายกฯ ทักษิณ ไปตามช่องทางที่กฎหมายบัญญัติไว้ทุกช่องทางที่มี เพื่อพิสูจน์ว่าระบบตรวจสอบใดบ้างที่ยังใช้การได้ โดยนางรสนากล่าวว่า กรณีที่เครือข่าย 30 องค์กรต้านคอร์รัปชั่นดำเนินการกรณีทุจริตจัดซื้อยาจนกระทั่งนายรักเกียรติ สุขธนะ ต้องรับโทษจำคุกไปนั้น เป็นเพียงการทดลองใช้เครื่องมือที่มีอยู่ตามกฎหมาย และก็ยืนยันว่าจะดำเนินการทดลองใช้ไปเรื่อยๆ และจะเรียกร้องต่อหน่วยงานราชการทั้งหลายให้รับผิดชอบและมีจิตสำนึกในฐานะที่ข้าราชการกินเงินภาษีของประชาชน

 

"เราจะดำเนินการฟ้องร้องไปเรื่อย ๆ ดูสิว่าระบบกฎหมายทั้งหลายยังทำงานอยู่ไหม ถ้ามันไม่ทำงานก็ควรจะไปพร้อมกับนายกฯ ทักษิณ ไม่ใช่เพียงแค่นายกฯ คนเดียว"

 

ยืนยัน ทักษิณไม่มีค่าพอที่จะให้คนไทยนองเลือด

โดยนางรสนากล่าวว่า ทางไปของนายกฯ ทักษิณ ควรไปด้วยช่องทางที่กฎหมายบัญญัติไว้ เพราะสังคมไทยควรจะเติบโตขึ้นจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา และประชาชนไทยควรจะใช้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ซึ่งร่วมกันร่างขึ้นเมื่อปี 2540 ให้เป็นประโยชน์บ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้บรรดาเนติบริกรใช้อยู่ฝ่ายเดียว

 

 "ดิฉันคิดว่าสิ่งที่สำคัญคือไม่อยากเห็นการนองเลือดและสังคมควรจะเติบโตพอที่จะผลักดันเขาให้เขาไปตามทางที่เขามา เขามาช่องไหนก็ไปช่องนั้น สังคมไทยไม่ควรจะนองเลือดเพื่อคนๆ นี้ เขาไม่มีคุณค่าพอแก่การนองเลือดเพื่อจะให้เขาไป" นางรสนากล่าวในที่สุด

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์