เปิดตัว "สมุดปกขาว" เส้นทางบาปการเงิน นายกฯ

ประชาไท - 20 ก.พ. 49     เปิดตัว "สมุดปกขาว" จี้ทุกองค์กรทำหน้าที่เพื่อตรวจสอบและเอาผิดการทำธุรกรรมหุ้นชินคอร์ป - เทมาเส็ก เพราะเข้าข่ายกระทบความมั่นคงของชาติ


 

วันที่ 20 ก.พ. ที่สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นายพงษ์ศักดิ์ พยัคฆวิเชียร ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ กล่าวว่า หลังการซื้อขายหุ้นชินคอร์ป ทางสภาการหนังสือพิมพ์ฯและสภาทนายความ ได้ร่วมมือทำสมุดปกขาวจำนวน 26 หน้าขึ้น เพื่อเปิดเผยเส้นทางการทำธุรกรรมการซื้อขายหุ้นและหลักทรัพย์กรณีของ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่มีการแปลความให้ขัดกับหลักการจัดเก็บที่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการกระทำที่ขัดกับความมั่นคงของชาติ

 

นางพงษ์ศักดิ์ ให้เหตุผลว่า การซื้อขายดังกล่าว เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 124 ในการเปิดเผยความลับให้กับหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศ

 

ทั้งนี้ ครอบครัวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกฯ ได้ยินยอมให้มีการขายหุ้นและให้ตัวแทนของรัฐบาลต่างประเทศเข้ามาทำการตรวจสอบรายละเอียด (Due Diligence) ถึงทรัพย์สินหนี้สินของบริษัทในเครือ ได้สิทธิ์ในการผ่อนผันภาษีจาก บีโอไอ ที่ชินคอร์ป เคยได้อีกกว่าหมื่นล้าน และสัมปทานต่างๆ เหล่านี้เป็นสมบัติของสาธารณะของชาติ ดังนั้นการขายทอดสัมปทานต่อไปให้ต่างชาติแม้จะถูกตามกฎของตลาดหลักทรัพย์ฯแต่สามารถทำได้หรือไม่ ต้องพิจารณาตามกฎหมายอื่นๆ อีกด้วย

 

นอกจากนี้ สมุดปกขาวยังวิเคราะห์และแสดงหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการซุกหุ้นเพื่อเลี่ยงภาษีผ่านการจดทะเบียนแอมเพิลริช ที่เกาะบริติชเวอจิ้น การออกกฎหมายขยายการถือหุ้นของชาวต่างชาติ

 

"นายกฯ ในฐานะเป็นหัวหน้าครอบครัวและหัวหน้ารัฐบาลย่อมไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามีส่วนกำหนดวางแผนโดยใช้ประโยชน์ทางอ้อมจากการดำรงตำแหน่ง สร้างความถดถอยให้กับรัฐวิสาหกิจตามขั้นตอนคือการแปรสภาพรัฐวิสาหกิจให้เป็นเอกชน การออกพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีอากรสรรพสามิต
พ.ศ.
2527 (ฉบับที่ 4)พ.ศ.2546 และการออกพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(ฉบับที่ 2)
พ.ศ.2549 ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าหุ้นของบริษัทในเครือครอบครัวของตนให้สูงขึ้น ทำให้สามารถขายได้ราคาสูงเป็นประวัติการณ์ 73,000 ล้านบาท ตามขั้นตอนที่วิเคราะห์ไว้ในสมุดปกขาวนี้ จึงเห็นได้ชัดว่า กรณีเป็นผลประโยชน์และไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามคอรัปชั่น"  นายพงษ์ศักดิ์กล่าว

 

นายพงษ์ศักดิ์ ระบุด้วยว่าทุกองค์กรมีหน้าที่แตกต่างกันไป สภาการหนังสือพิมพ์ ฯเป็นสถาบันที่มีหน้าที่ในฐานะสื่อมวลชน สภาทนายความมีหน้าที่ในฐานะผู้ผดุงความยุติธรรมด้านกฎหมาย การทำสมุดปกขาวนี้เป็นการรวบรวมหลักฐานในทางการวิเคราะห์วิจัยที่ใครจะเอาไปใช้ก็ได้ ตอนนี้ทั้งสององค์กรทำหน้าที่แล้ว องค์กรอื่นๆ ที่มาหน้าที่ตรวจสอบหาหลักฐานก็ต้องทำหน้าที่ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระ หน่วยงานราชการ บุคคลที่ทำหน้าที่ของรัฐโดยตรงอย่างอัยการแผ่นดิน เพราะถ้าไม่ทำตามหน้าที่ ประชาชนก็มีคำตอบเอาไว้ให้แล้ว

 

ด้านนายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ กล่าวว่า สมุดปกขาวมีประเด็นอยู่ที่ความมั่นคง เป็นหลัก เช่นในเรื่องวงจรดาวเทียมสื่อสารนั้นสามารถขอได้ยากมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่ประเทศเล็กๆ อย่างสิงคโปร์ไม่สามารถทำได้ เพราะมีอาณาเขตที่เล็ก  ตรงนี้ต้องมีศักยภาพในความเป็นชาติ แต่สิง

คโปร์สามารถได้ตรงนี้ไปโดยอ้อม และสามารถใช้สิทธ์ตรงนี้ตรวจสอบข้อมูลของประเทศได้  

 

นายเดชอุดมยังกล่าวอีกว่า สมุดปกขาวฉบับนี้เป็นเรื่องกระบวนการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องนำไปตรวจสอบต่อไปว่าเข้าข่ายการการแปลความกฎหมายที่ผิด และเป็นการกระทำที่ขัดต่อความมั่นคงหรือไม่ ที่น่าสนใจคือ น่าสงสัยว่ามีพฤติกรรมการคอรัปชั่นไม่ว่าจะทางตรงและทางนโยบายในการร่วมมือกับต่างชาติ ซึ่งประเด็นเหล่านี้จะต้องทำออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรม เป็นสิทธิ์ของคนไทยที่จะต้องดำเนินการ และเรียกร้องสิ่งที่เสียไปกลับมา

 

ทั้งนี้ สมุดปกขาวจะจัดพิมพ์ทั้งหมด 60,000 เล่ม ใช้งบประมาณขององค์กรทั้งสอง จะเสร็จทั้งหมดในวันที่ 24 ก.พ. และแจกจ่ายไปตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทำหน้าที่ในการพิจารณาตามข้อเท็จจริงทั้งในส่วนการกระทำผิดกฎหมายและการกระทำที่ทำผิดทำนองคลองธรรมของผู้ที่เป็นนายกฯ

 

...........................................................................

หมายเหตุ : ประชาไท จะนำสมุดปกขาวฉบับเต็มมานำเสนอในคราวต่อไป

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์