"สมัชชาคนจน" เปิดหมู่บ้านคนจน ดาหน้าเปิดโปงรัฐบาลผลงานเหลว


ชาวบ้านในเครือข่ายของสมัชชาคนจนราว 2,000 คน เดินทางมาปักหลักชุมนุมที่หน้ารัฐสภา โดยเริ่มทยอยกันมาตั้งแต่เวลา 4.00 น. และทำพิธีเปิด "หมู่บ้านคนจน" ระบุแม้วจัดฉากสร้างภาพแก้จน เป็นเพียงละครน้ำเน่า ที่ปรึกษาฯ ระบุใจดี ยังไม่ไล่ ท้าทำเรียลีตี้กลางที่ชุมนุม หากสอบผ่านจะให้อยู่ถึงชาติหน้าก็ได้


      

วันนี้ (20 ก.พ.) เวลา 14.00 น. นายภักดี จันทะเจียด ตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบจากเขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี พร้อมตัวแทนจาก 7 เครือข่าย อ่านแถลงการณ์ระหว่างพิธีเปิด "หมู่บ้านคนจน" ที่หน้ารัฐสภา โดยระบุว่า ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี สมัชชาคนจนได้ชุมนุมเรียกร้อง ผลักดันให้รัฐทบทวนนโยบายการพัฒนาต่างๆ ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชนในระดับรากหญ้า ดังกรณีการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ ที่ชาวบ้านเคยใช้ประโยชน์อย่างพอเพียงโดยโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐ การเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมาย และระเบียบปฏิบัติของราชการ ซึ่งเป็นเครื่องมือรองรับนโยบายการพัฒนาที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วม

      

โดยเสนอแนวทางและวิธีแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนเสนอร่างกฎหมายฉบับต่างๆ ที่ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ นักวิชาการ นักสิทธิมนุษยชน นักสิ่งแวดล้อม ช่วยกันกลั่นกรองขึ้นมา เช่น พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ร.บ.คุ้มครองสุขภาพความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในสถานประกอบการ และ พ.ร.บ.ชุมชนแออัด เป็นต้น

      

เดือน ก.พ. 2544 เมื่อรัฐบาลทักษิณได้เข้าบริหารประเทศ นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ออกมาพบกับสมัชชาคนจนที่ชุมนุมยืดเยื้อยาวนานกว่า 9 เดือน ต่อเนื่องจากสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย โดยนายกฯ ทักษิณประกาศว่าจะพัฒนาประเทศโดยฟังเสียงของคนยากจน และจะแก้ไขปัญหาต่างๆ กว่า 205 กรณีปัญหาที่สมัชชาคนจนเสนอ

      

แต่นับจากวันนั้นเป็นต้นมา นอกจากจะไม่ปฏิบัติตามคำพูดที่ได้ลั่นวาจาไว้แล้ว รัฐบาลทักษิณยังใช้กำลังตำรวจสลายการชุมนุมของชาวบ้านสมัชชาคนจนด้วยความรุนแรง เมื่อวันที่ 26 ม.ค.2546 รวมทั้งยกเลิกมติข้อตกลง มติคณะรัฐมนตรีทุกฉบับที่รองรับการแก้ปัญหาของสมัชชาคนจน ในขณะเดียวกันรัฐบาลได้เดินหน้าดำเนินนโยบายประชานิยมต่างๆ หลายด้าน เพื่อสร้างภาพว่าได้แก้ปัญหาความยากจนที่รัฐบาลรับปากไว้แล้ว

      

รัฐบาลทักษิณซึ่งมีกลุ่มทุนขนาดใหญ่หนุนหลัง รู้ดีว่าถ้าแก้ปัญหาตามข้อเสนอของสมัชชาคนจนที่เรียกร้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในทิศทางการพัฒนาประเทศและการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ จะส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์มหาศาลต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้นโยบายการพัฒนาประเทศ

      

ดังนั้น การชุมนุมของสมัชชาคนจนในวันที่ 20 ก.พ.2549 เป็นต้นไป จะเป็นการชุมนุมเพื่อแสดงจุดยืนของสมัชชาคนจน เพื่อเปิดเผยถึงความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาคนจนของรัฐบาลทักษิณ และชี้ให้เห็นว่าตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่ผ่านมา นโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนของรัฐบาล ถือ การสร้างละครน้ำเน่าขึ้นมาอีกเรื่องหนึ่งเท่านั้น

      

เราจะไม่ยอมรับการแก้ปัญหาแบบสร้างภาพ หลอกลวง จอมปลอมอีกต่อไป เราไม่ต้องการมติคณะรัฐมนตรี และมติคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่รัฐบาลไม่เคยมีความจริงใจในการปฏิบัติต่อคนจน เราต้องการการแก้ไขปัญหาในระดับโครงสร้าง ที่คนจนอย่างเราสมารถเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริง

      

นายชัยพันธ์ ประภาสวัต ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน กล่าวว่า การเข้ามาชุมนุมในครั้งนี้ มีเป้าประสงค์ที่จะเปิดโปงความล้มเหลวในการแก้ปัญหาคนจน โดยจะเป็นการชุมนุมยืดเยื้อ ขณะนี้ทางสมัชชาคนจนยังไม่มีมติจะไล่นายกรัฐมนตรี ยังคงใจดีอยู่ แต่จะนำรายละเอียดความคืบหน้าในการแก้ปัญหาที่รัฐบาลเคยสัญญาว่าจะแก้มาเปิดเผย

      

"นี่คือคนจนตัวจริง ถ้านายกฯ แน่จริง ไม่ต้องไปถึงอาจสามารถ ตรงนี้มีคนจนที่มีปัญหามากมาย มาทำเรียลิตี้ที่นี่ เอากล้องมาตั้งแล้วถ่ายทอดการแก้ไขปัญหาไปทีละกรณีเลยก็ได้ กล้าหรือไม่ ถ้ากล้ามาเลย ถ้าแก้ได้จะอยู่ถึงชาติหน้าก็อยู่ไปเลย"

      

เขากล่าวต่อว่า สำหรับการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 26 ก.พ. ขณะนี้ทางสมัชชาคนจนยังไม่มีมติว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ แต่โดยส่วนตัวทั้งตนและผู้ที่อยู่ในเครือข่ายของสมัชชาคนจนมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะไปร่วมชุมนุมในวันดังกล่าว ทั้งนี้ เขาเห็นว่านายกรัฐมนตรีหมดความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่ไหวก็ต้องให้ออก ส่วนการสนับสนุนของชาวบ้านตามที่อ้างกัน ถือว่าไม่เกี่ยวกัน เพราะอยู่ที่สำนึกของคน

      

นางผา กองคำ วัย 55 ปี ชาวบ้านจาก ต.ดอนสำราญ อ.โพนทราย จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งได้รับผลกระทบจากเขื่อนราศีไศล เปิดเผยว่า การมาชุมนุมที่กรุงเทพฯในครั้งนี้ เพื่อจะบอกว่าปัญหาของคนจนยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ปีที่แล้วตนก็มาชุมนุมกับสมัชชาคนจน 2 ครั้ง จัดตั้งคณะกรรมาธิการภาคประชาชนเพื่อตรวจสอบการแก้ไขปัญหาของรัฐ ซึ่งในกรณีเขื่อนราศีไศล เจรจาได้ความว่าจะแก้ไขปัญหาตามมติ ครม. 1 เม.ย. 2543 กล่าวคือจะต้องเปิดประตูน้ำ ลงพิสูจน์ข้อเท็จจริงโดยการรังวัด และสุดท้ายคือศึกษาผลกระทบด้านสังคม

      

"แต่ที่ผ่านมาเราได้รับบทเรียนว่า ข้อตกลงที่ทำกัน ทางกรมชลประทานก็ไม่ได้ทำตาม เขาก็ยังใช้แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริงอยู่ดี ส่วนการศึกษาผลกระทบทางสังคมก็ไปไม่ถึงไหน ทักษิณ 1 ไม่แก้ ทักษิณ 2 ก็ยังไม่ได้แก้" ชาวบ้านจากร้อยเอ็ดกล่าว พร้อมทั้งระบุว่า ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามสร้างภาพการแก้ปัญหาความยากจนโดยภาพรวม แต่ปัญหาที่หมักหมมมาเนิ่นนานกลับไม่มีความจริงจังที่จะแก้

      

ส่วนนายคลี่ ชุมแก้ว วัย 63 ปี ชาวบ้านจากเครือข่ายเกษตรทางเลือกใน อ.ควนกาหลง จ.สตูล ระบุว่า กลุ่มของเขาเคลื่อนไหวร่วมกับสมัชชาคนจนมาตั้งแต่ปี 2540 โดยมีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนการทำเกษตรทางเลือก ลดการใช้สารเคมี ซึ่งที่ผ่านมา แม้ว่ารัฐบาลไทยรักไทยจะมีนโยบายส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ แต่ยังเป็นนโยบายที่ยึดอยู่กับการส่งออก ไม่ใช่เหลือกินแล้วขาย ซึ่งตนเห็นว่าเป็นแนวทางการส่งเสริมที่ผิดทาง และแก้ปัญหาไม่ได้ ในขณะเดียวกัน รัฐบาลก็ยังสนับสนุนการใช้สารเคมี

      

"สมัชชาคนจนยังไม่ได้ประชุมกันว่าจะไปร่วมชุมนุมไล่นายกฯ หรือไม่ แต่โดยส่วนตัว ผมจะไปชุมนุมด้วยเหมือนกัน เพราะการทำงานของทักษิณ เห็นได้ชัดว่า 5 ปีมานี้ หลายปัญหายังไม่แก้ แถมยังเห็นแก่พวกพ้องของตัวเองอีก"

 

..................................................................................

ที่มา :  ผู้จัดการออนไลน์ 20 กุมภาพันธ์ 2549

 

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์