อดีต ส.ส.ร.ไทยรักไทยย้ำกติกา สอนฝ่ายค้านชูนโยบายแก้ รธน.

พงศ์เทพ แนะพรรคใดที่เสนอให้แก้รัฐธรรมนูญในประเด็นใด ให้นำมาเป็นนโยบายในการหาเสียง เหมือนที่พรรคชาติไทยเคยสัญญาและทำให้ชนะการเลือกตั้งได้เป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล ส่วนพรรคไทยรักไทยกำลังศึกษาอยู่ว่า มีประเด็นไหนบ้างที่เป็นปัญหา ยันรัฐธรรมนูญให้ความชอบธรรมแม้เขตเลือกตั้งจะมีผู้ส่งสมัครเพียงคนเดียว 

ประชาไท - เมื่อวันที่ 25 ก.พ. เวลา 17.00 น. พรรคไทยรักไทย นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และอดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยถึงการประชุมแกนนำพรรคไทยรักไทยถึงเหตุผลในการยุบสภาที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรค ชี้แจงให้กับสมาชิกพรรคฟังว่า เป็นการคืนอำนาจให้กับประชาชน อันเนื่องมาจากความเห็นที่แตกต่าง และเป็นทางออกที่ดีที่สุดเพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจตามระบอบประชาธิปไตย

      

โดยในประเด็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และปฏิรูปการเมืองนั้น นายพงศ์เทพ ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธชัดเจนว่า พรรคจะมีนโยบายประการใดในเรื่องนี้หรือไม่ โดยกล่าวว่า ขณะนี้อธิการบดี 137 มหาวิทยาลัยกำลังสานต่อซึ่งคาดว่าอีกไม่นานจะมีข้อเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกมา และกล่าวด้วยว่า 

"ขอแนะนำว่า พรรคใดที่เสนอให้แก้รัฐธรรมนูญในประเด็นใด ก็ให้นำมาเป็นนโยบายในการหาเสียง อย่างที่ครั้งหนึ่งที่นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เคยสัญญาว่า หากได้รับเสียงข้างมากก็จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ และทำการปฏิรูปการเมือง ซึ่งในส่วนของพรรคไทยรักไทยเองนั้นกำลังศึกษาอยู่ว่า มีประเด็นไหนบ้างที่เป็นปัญหา 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคไทยรักไทยจะแก้ในประเด็นการใช้เสียงจำนวนไม่น้อยกว่า 200 เสียงเพื่อยื่นอภิปรายนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า อาจจะเป็นไปได้ที่จะมีการทบทวนจำนวน ส.ส. 2 ใน 5 เพื่อยื่นอภิปรายนายกฯ ว่าเป็นจำนวนที่มากไปหรือไม่ อย่างำรก็ตาม ต้องย้อนกลับไปดูว่าเมื่อครั้งที่ ส.ส.ร.ได้ร่างรัฐธรรมนูญ โดยดูจากสภาพการเมืองในขณะนั้น ที่มีพรรคการเมืองจำนวนมาก และไม่เคยมีพรรคได้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ซึ่ง ส.ส.ร.คิดว่า จำนวน ส.ส.ที่จะยื่นตรวจสอบต้องเป็น 2 ใน 5 ถึงจะเหมาะสม แต่หลังจากมีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นมา ก็มีพรรคไทยรักไทยที่มี ส.ส.เกินกึ่งหนึ่ง จึงเป็นบริบทที่แตกต่างจากการร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา

นายพงศ์เทพยังตอบคำถามถึงเรื่องที่พรรคฝ่ายค้านจะไม่ส่งใครลงสมัครรับเลือกตั้งด้วยว่า ที่ผ่านมาพรรคการเมืองแต่ละพรรคก็ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในกรอบกติกามาตลอด แต่ในปี 2544 พรรคไทยรักไทยเป็นพรรคใหม่ที่ลงมาแข่งขันในกติกาเดียวกัน และในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ก็ยังใช้กติกาเดิมของรัฐธรรมนูญปี 2540 ในการแข่งขัน เพราะฉะนั้นไม่มีความแตกต่างในเรื่องกติกา ตนยังมองไม่เห็นเหตุผลอะไรในการเลือกตั้งครั้งนี้ที่แต่ละพรรคจะไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง  

อย่างไรก็ตาม นายพงศ์เทพชี้ด้วยว่า รัฐธรรมนูญได้คาดหมายอยู่แล้วว่าอาจจะมีบางครั้งบางเขตที่มีผู้สมัครเพียงคนเดียว พรรคเดียว รัฐธรรมนูญจึงได้รับรองความชอบธรรมไว้ หากว่าการเลือกตั้งมีผู้ไปลงคะแนนเกินกว่า 20% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้น

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์