งานวิจัยสหพันธ์ผู้บริโภคสากลว่าด้วย ลิขสิทธิ์กับการเข้าถึงความรู้

ข้อค้นพบจากงานวิจัยของสหพันธ์ผู้บริโภคสากล เรื่อง "ลิขสิทธิ์กับการเข้าถึงความรู้" ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537


 


  1. กฎหมายลิขสิทธิ์ของไทย ยังไม่มีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่า อนุญาตให้มีการน้ำเข้างานอันมีลิขสิทธิ์จากประเทศที่มีต้นทุนการผลิตต่ำได้ เป็นที่น่าเสียดายเนื่องจากการอนุญาตดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา สามารถซื้อหนังสือตำราในราคาถูกได้ การอนุญาตดังกล่าวเป็นกลไกที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการเพิ่มการเข้าถึงความรู้ในประเทศกำลังพัฒนา

 


  1. ประเทศไทยได้กำหนดให้มีการบังคับใช้สิทธิได้กับการดัดแปลงและจัดพิมพ์งานที่เป็นสิ่งพิมพ์เพื่อประโยชน์ในการเรียนการสอน และการวิจัย แต่ประเทศไทยยังไม่ได้บังคับใช้สิทธิกับการผลิต และตีพิมพ์หนังสือเพื่อให้สำหรับกิจกรรมการเรียนการสอน หรือการใช้ในชั้นเรียน

 


  1. ทั้งข้อตกลง Berne และ TRIPS ที่ไทยเป็นสมาชิกอยู่ ต่างก็ไม่ได้ห้ามการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ทั้งเล่มเพื่อการถ่ายทอดความรู้ แต่กฎหมายลิขสิทธิ์ของไทย ไม่อนุญาตให้ครูทำสำเนาหนังสือทั้งเล่ม แล้วนำมาแจกจ่ายแก่นักเรียน แม้จะไม่ได้ทำไปเพื่อจุดประสงค์ทางการค้าก็ตาม

 


  1. พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ของไทย ระบุว่า การคัดลอกข้อความบางส่วนจากงานอันมีลิขสิทธิ์นั้นจะต้องเป็นการคัดลอก "ตามสมควร" และเพียง "บางส่วน" เท่านั้น ในขณะที่ข้อตกลง Berneและ TRIPS ไม่มีการระบุไว้

 


  1. การแพร่ภาพแพร่เสียง เป็นเครื่องมือสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ ดังนั้นจึงควรอนุญาตให้มีการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ได้อย่างเสรี ในการกระจายเสียงเพื่อการศึกษา พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ของไทยไม่ได้ระบุในข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ ให้สามารถแพร่ภาพแพร่เสียงของงานอันมีลิขสิทธิ์ในโรงเรียนได้

 


  1. พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ของไทย ให้การคุ้มครองลิขสิทธิ์เกินกว่าระยะเวลาขั้นต่ำที่กำหนดไว้ภายใต้ Berne Convention และ TRIPS ระยะเวลาในการคุ้มครองลิขสิทธิ์สำหรับงานภาพถ่าย และศิลปประยุกต์ ที่กำหนดไว้ในข้อตกลงทั้งสอง เท่ากับ 25 ปีนับจากการสร้างสรรค์งานนั้น แต่กฎหมายไทยให้การคุ้มครองงานภาพถ่าย 50 ปี ศิลปประยุกต์ 25 ปีนับจากการสร้างสรรค์งาน หรือ 50 ปีนับจากการโฆษณาครั้งแรก ถ้างานนั้นได้รับการตีพิมพ์ในช่วง 25 ปีดังกล่าว

 


  1. กฎหมายลิขสิทธิ์ของไทยยังมีความคลุมเครือในเรื่องขอบเขตของข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ ประชาชนทั่วไปจึงยังค่อนข้างกังวลเมื่อทำสำเนา แม้จะเพื่อจุดประสงค์ทางการศึกษาและวิจัย เพราะขาดความเข้าใจเรื่องข้อยกเว้นดังกล่าว

 


  1. ในประเทศไทย สื่อการสอนที่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ มีราคาสูงมาก เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อทั้งครูและนักเรียน เมื่อมีการพิจารณาราคาโดยคำนึงถึง GDP ของคนในประเทศ พบว่านักเรียนไทยจ่ายค่าหนังสือในราคาที่แพงกว่านักศึกษาในสหรัฐอเมริกาหลายเท่า

 

      เช่น หนังสือ The Pharmacological Basis of Therapeutics ราคาในประเทศไทย คือ 65.23 

      เหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับจีดีพีของประเทศแล้วคิดเป็น 2.83% ของจีดีพี หากนำเปอร์เซ็นต์

      เดียวกันนี้ไปเทียบเป็นราคาหนังสือในสหรัฐ ควรจะเป็น 1,065 เหรียญสหรัฐ แต่ราคาจริงของ

      หนังสือในสหรัฐนั้นเพียง 139 เหรียญสหรัฐ

 

.....................................

จากเอกสารแถลงข่าวของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2549

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์