งานวิจัยสหพันธ์ผู้บริโภคสากลว่าด้วย ลิขสิทธิ์กับการเข้าถึงความรู้

ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ข้อค้นพบจากงานวิจัยของสหพันธ์ผู้บริโภคสากล เรื่อง "ลิขสิทธิ์กับการเข้าถึงความรู้" ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537


 


  1. กฎหมายลิขสิทธิ์ของไทย ยังไม่มีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่า อนุญาตให้มีการน้ำเข้างานอันมีลิขสิทธิ์จากประเทศที่มีต้นทุนการผลิตต่ำได้ เป็นที่น่าเสียดายเนื่องจากการอนุญาตดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา สามารถซื้อหนังสือตำราในราคาถูกได้ การอนุญาตดังกล่าวเป็นกลไกที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการเพิ่มการเข้าถึงความรู้ในประเทศกำลังพัฒนา

 


  1. ประเทศไทยได้กำหนดให้มีการบังคับใช้สิทธิได้กับการดัดแปลงและจัดพิมพ์งานที่เป็นสิ่งพิมพ์เพื่อประโยชน์ในการเรียนการสอน และการวิจัย แต่ประเทศไทยยังไม่ได้บังคับใช้สิทธิกับการผลิต และตีพิมพ์หนังสือเพื่อให้สำหรับกิจกรรมการเรียนการสอน หรือการใช้ในชั้นเรียน

 


  1. ทั้งข้อตกลง Berne และ TRIPS ที่ไทยเป็นสมาชิกอยู่ ต่างก็ไม่ได้ห้ามการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ทั้งเล่มเพื่อการถ่ายทอดความรู้ แต่กฎหมายลิขสิทธิ์ของไทย ไม่อนุญาตให้ครูทำสำเนาหนังสือทั้งเล่ม แล้วนำมาแจกจ่ายแก่นักเรียน แม้จะไม่ได้ทำไปเพื่อจุดประสงค์ทางการค้าก็ตาม

 


  1. พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ของไทย ระบุว่า การคัดลอกข้อความบางส่วนจากงานอันมีลิขสิทธิ์นั้นจะต้องเป็นการคัดลอก "ตามสมควร" และเพียง "บางส่วน" เท่านั้น ในขณะที่ข้อตกลง Berneและ TRIPS ไม่มีการระบุไว้

 


  1. การแพร่ภาพแพร่เสียง เป็นเครื่องมือสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ ดังนั้นจึงควรอนุญาตให้มีการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ได้อย่างเสรี ในการกระจายเสียงเพื่อการศึกษา พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ของไทยไม่ได้ระบุในข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ ให้สามารถแพร่ภาพแพร่เสียงของงานอันมีลิขสิทธิ์ในโรงเรียนได้

 


  1. พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ของไทย ให้การคุ้มครองลิขสิทธิ์เกินกว่าระยะเวลาขั้นต่ำที่กำหนดไว้ภายใต้ Berne Convention และ TRIPS ระยะเวลาในการคุ้มครองลิขสิทธิ์สำหรับงานภาพถ่าย และศิลปประยุกต์ ที่กำหนดไว้ในข้อตกลงทั้งสอง เท่ากับ 25 ปีนับจากการสร้างสรรค์งานนั้น แต่กฎหมายไทยให้การคุ้มครองงานภาพถ่าย 50 ปี ศิลปประยุกต์ 25 ปีนับจากการสร้างสรรค์งาน หรือ 50 ปีนับจากการโฆษณาครั้งแรก ถ้างานนั้นได้รับการตีพิมพ์ในช่วง 25 ปีดังกล่าว

 


  1. กฎหมายลิขสิทธิ์ของไทยยังมีความคลุมเครือในเรื่องขอบเขตของข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ ประชาชนทั่วไปจึงยังค่อนข้างกังวลเมื่อทำสำเนา แม้จะเพื่อจุดประสงค์ทางการศึกษาและวิจัย เพราะขาดความเข้าใจเรื่องข้อยกเว้นดังกล่าว

 


  1. ในประเทศไทย สื่อการสอนที่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ มีราคาสูงมาก เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อทั้งครูและนักเรียน เมื่อมีการพิจารณาราคาโดยคำนึงถึง GDP ของคนในประเทศ พบว่านักเรียนไทยจ่ายค่าหนังสือในราคาที่แพงกว่านักศึกษาในสหรัฐอเมริกาหลายเท่า

 

      เช่น หนังสือ The Pharmacological Basis of Therapeutics ราคาในประเทศไทย คือ 65.23 

      เหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับจีดีพีของประเทศแล้วคิดเป็น 2.83% ของจีดีพี หากนำเปอร์เซ็นต์

      เดียวกันนี้ไปเทียบเป็นราคาหนังสือในสหรัฐ ควรจะเป็น 1,065 เหรียญสหรัฐ แต่ราคาจริงของ

      หนังสือในสหรัฐนั้นเพียง 139 เหรียญสหรัฐ

 

.....................................

จากเอกสารแถลงข่าวของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2549

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์