หลงประเด็น…เค้นสร้างพนัง

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

การเปิดประชาพิจารณ์ โครงการป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนจ.เชียงใหม่ระยะเร่งด่วน  หรือที่รู้จักกันคือโครงการก่อสร้างพนังกั้นแม่น้ำปิงในเขตเมือง ที่ดำเนินไปเมื่อวันที่ 25 ..2549 ที่ผ่านมา ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  มีชาวเชียงใหม่เข้าไปแสดงความเห็นเล็กน้อยราว 100 คน ถือว่าน้อยกว่าที่ 2 วันก่อนหน้านี้มีการประชุมภาครัฐเพื่อซักซ้อมความเข้าใจเสียอีก

            จังหวัดคาดการณ์ว่าน่าจะมีคนมามากมาย จึงได้ย้ายสถานที่จากโรงแรมหรูมาเป็นหอประชุมม..เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนในการเข้าถึงได้ง่าย การคาดการณ์นี้ แหล่งข่าวระดับสูงของจังหวัดบอกกับ "พลเมืองเหนือ"ว่า มีการสั่งการไปยังเทศบาลนครเชียงใหม่ให้ประสานแจ้งชาวบ้านในพื้นที่เพราะเป็นกลุ่มที่มีผลได้ผลเสียแล้ว  ซึ่งคาดว่าจะมีผู้มาร่วมมากประเมินจากการเข้าประชุมก่อนหน้านี้ที่มีชาวบ้านมา รวมทั้งผู้บริหารคือนายพรชัย จิตนวเสถียร รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ก็แสดงความเห็นให้โครงการนี้ปรับปรุงหลายกรณี   ตั้งแต่เมื่อถึงวันประชาพิจารณ์แทบจะไม่มีชาวชุมชนเขตเทศบาลฯมาแสดงความคิดเห็น

            "สิ่งที่ต้องพิจารณาคือโครงการนี้ที่จริงต้นเรื่องเริ่มต้นมาจากเทศบาลนครเชียงใหม่เอง ยุคนายปกรณ์ บูรณุปกรณ์ เป็นนายกเทศมนตรี และเมื่อเป็น ส..ก็มีการนำเสนอโครงการนี้หลายครั้ง  แต่เมื่อถึงจะต้องดำเนินการจริง เป็นการสั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นผู้ดำเนินการงบประมาณ 1,200 ล้านบาท ซึ่งพื้นที่ดำเนินการแนวลำน้ำปิงอยู่ในความดูแลของเทศบาลฯ ประเด็นนี้น่าคิดติดตรงที่เจ้าภาพดำเนินการหรือผู้บริหารงบประมาณก้อนนี้ว่าจะเป็นจากส่วนกลางดำเนินการเอง หรือต้องเป็นเทศบาล" แหล่งข่าวกล่าว

            เรื่องเจ้าภาพโครงการก็อยู่ที่จะงัดข้อ เล่นเกมกันไป  แต่ประเด็นของโครงการนี้อยู่ที่สาระและวิธีการที่กำลังดำเนินการอยู่มากกว่า

            นายสุวัฒน์ ตันติพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวในที่ประชุมประชาพิจารณ์ย้ำถึงความจำเป็นจะต้องสร้างพนังกั้นน้ำตามโครงการนี้ให้ได้  เพราะเป็นโครงการเร่งด่วนที่จะแก้ปัญหาน้ำท่วมเขตเศรษฐกิจ  หากแบบที่เสนอไม่พอใจก็ปรับเปลี่ยนได้ แต่ขอให้มีความรวดเร็ว เพราะต้องเร่งสร้าง

            สาระของการประชาพิจารณ์ที่ตั้งโจทย์อยู่บนพื้นที่ฐาน "จะสร้าง…แต่จะเป็นรูปแบบใด" ดูจะขัดแย้งกับแนวคิดของนักวิชาการ และชาวบ้านที่ไปแสดงความคิดเห็น

            ประเด็นของการประชาพิจารณ์ที่ไม่ควรหลง ไม่ว่าจะเป็นโครงการใด อยู่ที่ว่า "ควร หรือไม่ควรจะสร้าง" ต่างหาก 

 

            สิ่งที่ควรจะสอบถามชาวเชียงใหม่  คือเมื่อเกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่ขึ้นมา รัฐเตรียมโครงการนี้  ชาวเชียงใหม่จะรับไอเดียนี้หรือไม่   มิใช่ออกแบบมาแล้วให้เลือกว่าจะเอาแบบใด  เพราะนั่นเท่ากับเป็นการมัดมือชก

              ดร.วสันต์ จอมภักดี ประธานคณะกรรมการประสานงาน อนุรักษ์แม่ปิงและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การสร้างพนังกั้นน้ำเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ใช้ความรู้ด้านวิศวกรรมแต่เพียงอย่างเดียวโดยยังขาดการพิจารณาและให้ความสำคัญในมิติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเช่น ระบบนิเวศ วิถีชีวิตของผู้คนที่ผูกโยงอยู่กับลำน้ำ สภาพแวดล้อม ภูมิทัศน์ ด้านสังคม นอกจากนี้ เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการที่จะต้องใช้งบประมาณนับพันล้านบาท จึงควรจะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบด้านก่อนที่จะตัดสินใจเพื่อไม่ให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้น ทั้งในแง่ของความคุ้มค่าในการลงทุน และผลกระทบที่จะติดตามมาหากมีการสร้างพนังกั้นน้ำ เพราะหากโครงการนี้ทำให้เกิดปัญหาใหม่เกิดขึ้นตามมา แล้วต้องใช้งบประมาณอีกก้อนหนึ่งซึ่งอาจจะมากกว่าพันล้านบาทเพื่อมาแก้ไขปัญหาใหม่ 
            นายสุรชัย เลียวสวัสดิพงศ์ ผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์พลเมืองเหนือ ซึ่งมีสถานประกอบการอยู่ริมแม่น้ำปิงกล่าวว่า การประชาพิจารณ์ที่ถูกต้องควรถามความเห็นคนในพื้นที่ว่าโครงการจะมีผลกระทบดีหรือเสียอย่างไรต่อเมืองเชียงใหม่ในอนาคตหรือไม่ มิใช่มาถามว่าจะสร้างแล้วขอให้เลือกว่าต้องการแบบใด  และการระบุว่าเป็นโครงการเพียงชั่วคราว แต่ใช้งบประมาณนับพันล้านนั้น เมื่อพิจารณาจากแบบที่มีการตอกเสาเข็มและทำเขื่อนคอนกรีต ก็เห็นว่ามิใช่เป็นการทำชั่วคราว ดังนั้นโครงการนี้จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแม่น้ำปิงเชียงใหม่ในอนาคต  แนวทางที่เหมาะสมน่าจะเป็นการบริหารจัดการต้นน้ำให้ถูกต้องมากกว่า 
              ดร.ดวงจันทร์ อาภาวัชรุตน์ นักวิชาการจากสถาบันวิจัยสังคมเชียงใหม่ กล่าวว่า การสร้างพนังกั้นน้ำเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ผิดธรรมชาติ และเสี่ยงต่อการที่จะทำให้เกิดการพังทลายของตลิ่งริมน้ำ เช่นเดียวกันกับการขุดลอกให้ลำน้ำมีความลึก  ต้นเหตุปัญหาน่าจะอยู่ที่ความคับแคบของลำน้ำแม่น้ำปิง และระบบระบายน้ำที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ก็น่าที่จะทำการรื้อฟื้นปรับปรุงระบบลำน้ำสาขา ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในการรองรับการระบายน้ำ

            ทางออกของจังหวัดเชียงใหม่ขณะนี้คือการขยายเวลาประชาสัมพันธ์เชิงรุกเสนอรูปแบบทั้ง 5 ที่จะก่อสร้างไปอีกตลอดเดือนมีนาคม  ซึ่งยังคงหลงอยู่กับประเด็นให้พิจารณาแบบอยู่  ภายใต้หลักคิดว่าโครงการนี้จะต้องสร้างให้ได้ 

            ทั้งนี้เมื่อมองถึงแผนภาพรวมการป้องกันน้ำท่วมเมืองเชียงใหม่ โครงการสร้างพนังเป็นเพียง 1 ในอีกหลายสิบโครงการ ที่ชาวเชียงใหม่ควรจะได้มีสิทธิ์ที่จะรับรู้และแสดงความเห็นว่า สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้จริงหรือ 

            การเปิดประชาพิจารณ์ จึงน่าจะทบทวนหลักการ….มิใช่ดำเนินการเพียงเพื่อให้ครบองค์ประกอบของการทำงานที่ถูกแทงเรื่องลงมาจากหน่วยเหนือเท่านั้น !!

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์