รายงานพิเศษ : เยือนเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีในช่วง "ทักษิณ" ขาลง ตอน 1

 

ในช่วงนี้ มีการวิเคราะห์กันว่า เป็นช่วง "ทักษิณขาลง" ซึ่งทำให้หลายคนที่สนใจในเมกกะโปรเจ็กต์ของรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะ "โครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี" ว่าอยู่ในช่วงขาลงตามหรือไม่ "ประชาไท" มีรายงานหลังจากได้ไปเยือนเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี พร้อมกับคณะกรรมสิทธิฯ เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา

ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

 

เช้านั้น แดดเดือนมีนาคมสาดแสงทวีความรุนแรงขึ้นทุกชั่วขณะ เรานัดพบกันที่บริเวณหน้าสถาบันโพธิยาลัย วัดสวนดอก จ.เชียงใหม่ ก่อนออกเดินทางไปพร้อมกับคณะของนายสุรสีห์ โกศลนาวิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ผ่านตลาดต้นขยอม เลียบถนนคันคลองชลประทาน เข้าเขต ต.แม่เหียะ ก่อนวกเข้าไปตรงทางเข้าโครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

 


 

บรรยากาศทางเข้ามองเห็นความแปลกเปลี่ยน แปลกใหม่อย่างเห็นได้ชัด ถนนตัดผ่านสี่เลน สองข้างทางยังมีการวางท่อระบายยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เมื่อผ่านทางโค้งของถนน มองเห็นป้ายบอกทางไปมหกรรมพืชสวนโลก เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี และทางไปพระธาตุดอยคำ ก่อนเข้าสู่ประตูทางเข้าเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

 

หลายคนรู้สึกแปลกหูแปลกตาไปหมด เมื่อมองเห็นชุดแต่งกายของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แล้วก็อดเก็บภาพเอาไว้ไม่ได้ เพราะยิ่งมองยิ่งเหมือนกับชุดทหารของประเทศเพื่อนบ้าน ยังไงยังงั้น และเมื่อรถเคลื่อนไปหยุดนิ่งหน้าอาคารทางเข้าชม ยิ่งรู้สึกแปลกตา เมื่อมองเห็นรูปปั้นสัตว์สีขาวตั้งเด่นตรงด้านหน้า

 

"รูปอะไรกันเนี่ย..." ใครคนหนึ่งเอ่ยออกมา

จริงสิ รูปสัตว์อะไรก็ไม่รู้ เป็นเหมือนสัตว์ต่างสายพันธุ์ผสมพันธุ์กัน

ช้างผสมกับไดโนเสาร์ สิงห์ผสมกับครุฑ หนุมานผสมกับหงส์

 


 

ครั้นเหลียวมองดูรถยนต์ที่จอดอยู่ในลานจอดรถ มีไม่กี่สิบคัน นักท่องเที่ยวดูบางตา ไม่เหมือนเมื่อครั้งที่ทางเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเปิดให้เข้าชมฟรี จะเห็นว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเข้าชมกันอย่างเนืองแน่น หลายพันหลายหมื่นคน จนต้องอัดเสียดยัดเยียด เข้าแถวยาวเหยียดเพื่อเข้าชมกัน

 

เมื่อลงจากรถ ทางตัวแทนผู้บริหารโครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ได้เชิญทุกคนเข้าไปยังห้องประชุมวารีกุญชร ห้องประชุมที่ครั้งหนึ่ง เคยเป็นสถานที่จัดประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่เชียงใหม่ที่ผ่านมา ภายในห้องตกแต่งด้วยสีสันเหมือนว่ากำลังอยู่ในป่า มีการประดับประดาด้วยต้นไม้ใบหญ้าคลุมไปทั่วห้อง แต่เมื่อมองยังไงก็ไม่เหมือนป่า เพราะมันเป็นเถาวัลย์เป็นป่าพลาสติกสีเขียวที่ปกคลุมรายล้อมไปทั่ว

 

เมื่อผู้คนเริ่มทยอยกันเข้ามา ทั้งตัวแทนชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยมีนายพิศาล วสุวานิช ผู้อำนวยการสำนักบริหารเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่สวมใส่เสื้อผ้าลายม้าลายให้การต้อนรับอย่างดี

 

 

นายสุรสีห์ โกศลนาวิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ได้กล่าวกับทุกคนว่า เนื่องจากมีตัวแทนภาคประชาชนได้ร้องเรียนให้ กสม.กรณีที่การดำเนินงานโครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีที่ผ่านมา ไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดของโครงการ และได้ก่อให้เกิดผลกระทบในหลายพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งกลุ่มผู้ร้องเรียนได้แสดงความวิตกกังวล ในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าหากไม่มีการชี้แจงและเปิดเผยข้อมูล อาจสร้างผลกระทบในระยะยาวได้

 

"ทาง กสม.จึงขอให้ทางผู้บริหารโครงการได้ชี้แจงข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจให้ตรงกันได้ โดยเฉพาะข้อมูลโครงการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี รวมทั้งปัญหาเรื่องน้ำ เรื่องมลพิษ เรื่องการบริหารการจัดการ การจ้างแรงงาน การขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถิ่น ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องความไม่เข้าใจในเรื่องข้อมูลข่าวสาร ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการเปิดเผย"

 

ในขณะนั้น นายสุรสีห์ ได้เชิญตัวแทนภาคีคนฮักเจียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้ร้องเรียน ออกมาชี้แจงถึงเหตุผลของการยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ กสม.

 

 

ซึ่ง นายคำรณ คุณาดิลก ตัวแทนภาคีคนฮักเจียงใหม่ ผู้ร้องเรียนได้กล่าวว่า เนื่องจากโครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่อาจส่งผลกระทบต่อเมืองเชียงใหม่ในอนาคต ทางกลุ่มภาคีคนฮักเจียงใหม่ จึงรู้สึกเป็นห่วง เพราะที่ผ่านมาเราไม่ได้รับรู้ข้อมูลใดๆ เลย เมื่อเราขอข้อมูล ก็ไม่ทราบ ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการภาคประชาชน

 

"ทางภาคีฯ จึงต้องอาศัยกลไกทาง กสม.ได้เข้ามาดำเนินการเพื่อข้อข้อมูลเพื่อความโปร่งใส เพื่อตรวจสอบการบริหารการจัดการ รวมไปถึงตรวจสอบบัญชีงบประมาณของตัวโครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี รวมไปถึงโครงการเมกกะโปรเจ็คต์อื่นๆ ที่เป็นโครงการต่อเนื่องทั้งหมด เราไม่ได้ต่อต้าน แต่เราเพียงต้องการให้ความจริงนั้นให้ปรากฏ เพราะถ้าเรารู้ความจริง มนุษย์ก็จะหลุดพ้นจากอวิชชา" นายคำรณ กล่าว

 

นายพิศาล วสุวานิช ผู้อำนวยการสำนักบริหารเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ได้สรุปรายละเอียดโครงการว่า จากการที่เปิดให้เข้าชมเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีมา พอสรุปได้ว่า ตั้งแต่มีการเปิดให้เข้าชมฟรี มียอดผู้เข้าชมทั้งสิ้น จำนวน 1ล้าน 3 แสนคน โดยเป็นคนเชียงใหม่เข้าชมประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้น จะเป็นนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดและนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ

 

"แต่ยอมรับว่าในปัจจุบันนี้ มีจำนวนผู้เข้าชมน้อยลง เฉลี่ยโดยประมาณ วันละ 1,000 คน ไม่เกิน 2,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติและคนต่างถิ่น คนเชียงใหม่ไม่ค่อยมาเที่ยวกัน..."

 

เมื่อจำนวนคนเข้าชมลดลงอย่างเห็นได้ชัดอย่างนี้ ถามว่ามีความคุ้มทุนหรือไม่

 

นายพิศาล กล่าวว่า ถ้าถามถึงความคุ้มทุนหรือไม่นั้น เราจะประเมินความคุ้มทุนเอาไว้ 8 ปี โดยคาดการณ์เอาไว้ว่า จะต้องมียอดผู้เข้าชมให้ได้ 1.2 ล้านคนต่อปี เพราะขณะนี้ ทางโครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีมีรายจ่ายทั้งหมด ประมาณ 7-8 ล้าน ต่อเดือน

 

"ดังนั้น ตอนนี้คงตอบไม่ได้ว่า มีความคุ้มทุนหรือไม่ ต้องรอให้ถึง 8 ปีก่อน แผนเรานั้นก็คือ ฝันให้ไกล ไปให้ถึง ซึ่งบางครั้งบางโครงการมันสะดุดไปไม่ถึงบ้าง แต่เราก็ต้องฝันให้ไกล" ผู้บริหารเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี กล่าวด้วยความมั่นใจ

 

ในขณะที่ผู้บริหารฯ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี กำลังชี้แจงต่อหน้ากรรมการสิทธิฯ และประชาชนที่เข้าร่วมรับฟังอยู่นั้น ใครคนหนึ่งคุยเบาๆ อยู่ด้านหลังบอก ไปไม่รอดแน่ๆ...

 

ในห้วงขณะนั้น ตัวแทนชาวบ้านคนหนึ่ง ก็ออกขึ้นพูดด้วยสีหน้าไม่มั่นใจต่อโครงการดังกล่าว ว่าเมื่อเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีมีแผนบอกว่า ต้องฝันให้ไกล ไปให้ถึง ตนก็ต้องคิดให้ไกล เพื่อพี่น้องประชาชนเหมือนกัน เพราะทุกคนกำลังไม่มั่นใจกับการบริหารจัดการ โดยเฉพาะการที่รับปากให้คนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม..." ตัวแทนชาวบ้านถามด้วยสีหน้าวิตกกังวล

 

หลังจากนั้น ตัวแทนชาวบ้านที่อยู่รอบๆ บริเวณเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ได้ลุกออกมาตั้งคำถามกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าปัญหาการขุดบ่อบาดาล จำนวน 15 บ่อในเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ทำให้บ่อน้ำในชุมชนรอบๆ แห้งขอด โครงการอุทยานช้าง โครงการอควาเรี่ยม โครงการพัฒนาลานลานครูบาเจ้าศรีวิชัยบริเวณทางขึ้นดอยสุเทพ เป็นสถานีรถกระเช้าลอยฟ้า หรือโครงการก่อสร้างถนนเลียบคลองชลประทาน จากกองพันสัตว์ต่าง ผ่านผืนป่าดอยสุเทพ ไปยัง อ.แม่ริม เป็นต้น

 

 

ซึ่งในหลายๆ โครงการนั้น ล้วนเป็นโครงการเมกกะโปรเจ็กต์ ที่ชาวบ้านต่างวิตกกังวลกันว่าอาจส่งผลกระทบต่อชาวบ้าน ชุมชนท้องถิ่น คนเชียงใหม่ทั้งทางตรงและทางอ้อม

 

ยิ่งเมื่อหลายคนได้ยินได้ฟัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้พูดปราศรัยหาเสียงให้กับลูกพรรคไทยรักไทย ที่สนามกีฬา 700 ปี จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยได้กล่าวไว้ว่า ต่อไปภาคเหนือจะเจริญกว่านี้ ไนท์ซาฟารีก็เปิดแล้ว ต่อไปจะมีอุทยานช้าง กระเช้าไฟฟ้า น้ำพุดนตรีและมีถนนวงแหวนอีกรอบ ต่อไป ที่ดินเชียงใหม่จะแพง มีถนนตัดผ่าน มีการพัฒนาเต็มที่

 

ยิ่งทำให้ชาวบ้านวิตกกังวลไปกันใหญ่ ว่าแท้จริงแล้ว โครงการเมกกะโปรเจ็กต์ต่างเหล่านี้ ใครได้ผลประโยชน์ และใครสูญเสียผลประโยชน์กันแน่

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์