Post Thaksin การเมืองภาคพลเมืองได้อะไร?

ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ท่ามกลางเสียงก้องกระหึ่ม "ทักษิณ…..ออกไป" หากเงี่ยหูฟังให้ดีจะพบว่ามีความพยายามในการนำเสนอ "เนื้อหา"ของการปฏิรูปการเมืองด้านต่างๆ กันบ้างแล้ว


เวทีเสวนาที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมาก็เป็นอีกเวทีหนึ่งที่มีการนำเสนอทางออก และมองข้ามช็อตว่าด้วย  "วิกฤตการเมือง วิกฤตเลือกตั้ง Post Thaksin การเมืองภาคพลเมืองได้อะไร?"

 

ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ ประธานสถาบันการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคม กล่าวว่า สภาวะหลังทักษิณ จะเป็นเช่นไรขึ้นอยู่กับความสามารถของกลุ่มบุคคลที่กำลังทำการเปลี่ยนแปลงอยู่ขณะนี้ว่าจะมีทักษะเชื่อมโยงความคิดหลากหลายของผู้คนในสังคมเพื่อให้เกิดวิสัยทัศน์ร่วมกันหรือ Share Vision ได้เพียงไร

 

"ที่ผ่านมาหลังการเคลื่อนไหวทางการเมืองเสร็จสิ้น กลุ่มพลังต่างๆ ก็มักจะแตกกันไป ต่างคนต่างไป ปล่อยให้เป็นเรื่องของนักการเมือง ทำอย่างไรคราวนี้ทุกภาคส่วน ทั้งคนเมืองคนชนบทจะเป็นหุ้นส่วนการเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพ และทำงานร่วมกันอย่างยาวนาน ซึ่งผมว่าน่าจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี"

 

ชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า การปฏิรูปการเมืองนั้นเลี่ยงไม่พ้นที่ต้องพูดถึงอำนาจ และผู้คนก็มักมองข้ามอำนาจของการพบปะพูดคุย ซึ่งนำไปสู่อำนาจทางปัญญาและสามารถแก้ปัญหาได้จริง ในเบื้องต้นจะต้องเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญให้อำนาจประเภทใหม่นี้เกิดขึ้นเพื่อรองรับศักยภาพเหล่านี้ รวมทั้งต้องมีการปฏิรูปสื่อมวลชนให้มีคุณภาพ เพราะการพัฒนาเป็นไปได้ยากในที่ที่มีช่องว่างทางข้อมูลข่าวสาร

 

นอกจากนี้ต้องมีการเรียนรู้บทเรียนจากต่างประเทศที่สามารถเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสได้ โดยชัยวัฒน์เสนอตัวอย่างของประเทศเยอรมนี ที่สามารถปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปสื่อ และให้การศึกษาทางการเมืองกับประชาชน เพราะไม่ต้องการให้เกิดผู้นำอย่างฮิตเลอร์อีกต่อไป ที่สำคัญจะต้องมีการสื่อสารกับพรรคการเมือง ซึ่งเป็นการประสานกันระหว่างอำนาจใหม่และอำนาจเก่า

 

นพ.พลเดช ปิ่นประทีป ผู้อำนวยการสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา ทำนายว่า แม้จะชนะการเลือกตั้ง แต่คาดว่าในปี 2550 อำนาจในการบริหารของพ.ต.ท.ทักษิณ จะหมดอย่างสิ้นเชิง แต่กระแสความคิดของระบอบทักษิณนั้นจะยังคงอยู่และลงรากลึกในสังคมไทย รวมทั้งกลุ่มทุนพันธมิตรของพ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะยังคงแข็งแรงอยู่

 

"มันจึงไม่ใช่คำถามว่าประชาชนจะได้อะไรในยุคหลังทักษิณ แต่ต้องถามว่าประชาชนจะคิดอะไร อยากได้อะไร และต้องลงมือลงแรงอย่างไร การสร้างสรรค์เป็นเรื่องยากกว่าการกวาดล้างของเก่าที่ไม่ดี เราต้องคิดกันตั้งแต่เนิ่นๆ"

 

นพ.พลเดช นำเสนอว่า การปฏิรูปการเมืองรอบที่ 2 ต้องไม่ใช่การรื้อใหม่ แต่ต้องเป็นการแก้ไขและเสริมส่วนที่จำเป็น นั่นคือ การแทรกแซงองค์กรอิสระ และติดตามดูความครบถ้วนของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งทั้งหมดไม่น่าจะใช้เวลายาวนาน

 

ส่วนการสนับสนุนการเมืองภาคพลเมืองนั้น นพ.พลเดช เสนอกลไกที่จะช่วยเสริมความเข้มแข็ง 2 กลไก คือ 1. กองทุนเพื่อการทำงานเรื่องความโปร่งใสที่จะสนับสนุนสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวเชิงสืบสวนสอบสวน สนับสนุนภาคประชาชนให้มีส่วนร่วมจับตาคอร์รัปชั่น โดยควรตั้งเป็นองค์กรมหาชน และงบประมาณควรมาจากการหัก 1% จากวงเงินงบประมาณของโครงการขนาดใหญ่ 100 ล้านบาทขึ้นไป

 

2.กองทุนเพื่อพัฒนาการเมืองของประชาชน มีลักษณะคล้ายกับ กป.อพช. เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนรวมกลุ่มพึ่งตนเอง สนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมจัดกระบวนการนโยบายสาธารณะทั้งระดับท้องถิ่น-ระดับชาติ สนับสนุนให้ประชาชนตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ สนับสนุนให้ประชาชนรวมตัวเสนอกฎหมาย แก้ไขกฎหมาย

 

"ถ้าได้ปีละ 1,000 ล้าน ทำ 5 ปีติดต่อกัน เชื่อว่าจะได้ดุลกับการเมืองแบบตัวแทนได้ จากต้นทุนที่มีอยู่ทั้งหมดตอนนี้"

 

ไสว บุญมา อดีตนักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารโลก กล่าวว่า 5 ปีที่ผ่านมาวิธีคิดแบบทักษิณ คือ การรวยให้เร็วที่สุด และการคอยขอนั้นได้ฝังตัวในสังคมไทยอย่างแน่นหนา โดยที่การเมืองแบบนี้วิวัฒนาการมานานแล้วตั้งแต่รัฐไทยพัฒนาเศรษฐกิจตามกระแสหลักมา 50 ปี ไม่ใช่เพิ่งเกิดเพราะตัว พ.ต.ท.ทักษิณ คนเดียว ซึ่งทั้งหมดนี้สร้างปัญหาใหญ่ 4 ข้อ คือ 1. การรังแกสิ่งแวดล้อม 2. การไม่รู้ว่าบทบาทของไทยควรตรงไหน จะอยู่กับมหาอำนาจอย่างไร 3. ความร่ำรวยกลายเป็นธรรมะ 4. ไม่มีฐานคิดของตัวเองที่แท้จริง

 

"ผมมองว่าหากหลัง 2 เมษายน ถ้าทักษิณลงจากตำแหน่งแล้วไปชักใยอยู่เบื้องหลัง ยิ่งจะลำบากและยากกว่าเดิม เพราะมันมองไม่เห็น ส่วนหลังไล่ทักษิณแล้ว เราจะทำอย่างไรกัน นี่ก็ยังมองไม่เห็นชัดเจนเช่นกัน หลังปี 2535 ยังดี ยังได้รัฐธรรมนูญที่ใกล้เคียงอุดมการณ์" ไสว กล่าว

 

 

Post Thaksin เราอยากเห็นสังคมการเมืองไทยเป็นอย่างไร ภาคประชาชนควรทำอะไรกันบ้าง คิดออกแล้วแสดงความเห็นโดยพลัน ท่านผู้อ่านประชาไท !!!

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์