คปส. แถลง สตช. ขาดความชอบธรรมกรณีสั่งเก็บฟ้าเดียวกัน

ประชาไท—4 เม.ย. 2549 คณะกรรมการรณรงค์เพื่อปฏิรูปสื่อ (คปส.)  ออกแถลงการณ์เรียกร้องสิทธิและเสรีภาพในการสื่อสารและสิทธิทางวิชาการกรณี วารสารฟ้าเดียวกัน ฉบับ สถาบันกษัตริย์กับสังคมไทย ถูกสำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งห้ามจำหน่ายจ่ายแจก ระบุเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ได้มีกระบวนการหรือให้เหตุผลอันชัดเจน และชอบธรรมเพียงพอก่อนที่จะสั่งเก็บวารสารฟ้าเดียวกัน หรือดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้เผยแพร่สื่อ 

 

ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

 

.................................................................................................................

 

แถลงการณ์ คปส.

กรณี  "ฟ้าเดียวกัน กับสิทธิในการสื่อสารและสิทธิทางวิชาการ"

 

จากกรณี วารสารฟ้าเดียวกัน ฉบับเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2548 ได้ตีพิมพ์บทความหลายชิ้นที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์กับสังคมไทย จนกลุ่มคาราวานคนจนซึ่งให้การสนับสนุนนายกรัฐมนตรี ได้นำบทความบางบทมาอ่านในที่ประชุม จนกลายมาเป็นประเด็นการออกคำสั่งห้ามการขายหรือจ่ายแจก โดยเจ้าหน้าที่รัฐ โดยอาศัยมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 ซึ่งให้อำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจในการห้ามการขายหรือจ่ายแจกและให้ยึดสิ่งพิมพ์ด้วยเหตุผลที่ว่า ได้ลงโฆษณาข้อความอัน "อาจจะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน"

จากนั้นในวันที่ 1 เม.ย.2549 ธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการวารสารฟ้าเดียวกัน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ แจ้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยที่พนักงานสอบสวนนัดให้ไปสอบปากคำวันศุกร์ที่ 7 เมษายน 2549 เวลา 13.00 น.

 

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) มีความกังวลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องเพราะอาจเป็นการใช้อำนาจรัฐที่ขัดกับสิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 39 ซึ่ง รองรับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความโดยวิธีอื่น ทั้งนี้การให้เหตุผลเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกัน หรือระงับความเสื่อมทราม ทางจิตใจ หรือสุขภาพของประชาชน อันเป็นข้อยกเว้นตาม มาตรา 39 นั้น   ในกรณีนี้เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ได้มีกระบวนการหรือให้เหตุผลอันชัดเจน และชอบธรรมเพียงพอก่อนที่จะสั่งเก็บวารสารฟ้าเดียวกัน หรือดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้เผยแพร่สื่อ 

 

ทั้งนี้วารสาร ฟ้าเดียวกัน ถือเป็นวารสารเชิงวิชาการที่เน้นการให้ความรู้ ข้อเท็จจริง (Fact) การวิเคราะห์ (Analysis) และ การแสดงความคิดเห็น (Opinion) ต่อประเด็นที่กระทบต่อประโยชน์สาธารณชน (Public interest) ด้วยเจตนาสุจริต (Good faith) ตามสิทธิของพลเมือง (Political rights) ในการแสดงออก ( Freedom of expression) ผ่านสื่อสาธารณะ

 

การเผยแพร่วารสารเชิงวิชาการ ได้รับการรองรับสิทธิทางวิชาการตามมาตรา 42 ของรัฐธรรมนูญ คือ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในทางวิชาการ การศึกษาอบรม การเรียนการสอน การวิจัยและการเผยแพร่งานวิจัยตามหลักวิชาการย่อมได้รับความคุ้มครอง

 

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ เห็นว่า การอ้าง พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 ซึงเป็นกฎหมายโบราณนั้นย่อมขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ. 2540 และการใช้อำนาจทางกฎหมายดำเนินคดีโดยทันทีกับกองบรรณาธิการฟ้าเดียวกันโดยไม่มีกระบวนการเจรจาเพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบได้ชี้แจงก่อนนั้น ย่อมตอกย้ำปัญหาการคุกคามเสรีภาพการสื่อสารในสังคมไทยซึ่งเกิดขึ้นอย่างมากมายหลายกรณีภายใต้ระบอบทักษิณ จนนำมาสู่วิกฤตศรัทธาของภาคพลเมืองมีต่อรัฐธรรมนูญอยู่ในปัจจุบัน

 

คปส. ขอเรียกร้องให้ หน่วยงานรัฐ ยึดหลักการแห่งสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเป็นตัวบทในการพิจารณา อีกทั้งเรียกร้องให้สาธารณชนติดตามการดำเนินคดีครั้งนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อการธำรงไว้ซึ่ง"สิทธิเสรีภาพการสื่อสาร"ตามสิทธิของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย

 

ขอแสดงความนับถือ

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.)

4 เมษายน 2549

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์