ทักษิณเว้นวรรค สะเทือนถึงทำเนียบมาลากันยัง

                          
                   ภาพจาก
http://sf.indymedia.org/news/2004/07/1699610.php

ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

 

 

 

กลุ่มนักศึกษาชาวฟิลิปปินส์ราวหนึ่งพันคนชุมนุมประท้วงเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2549 เพื่อกดดันให้ประธานาธิบดีกลอเรีย อาร์โรโยลาออกจากตำแหน่ง หลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ประกาศไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมือวันที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมา

 

เวนเซอร์ คริสตอสโตโม ผู้นำกลุ่มสันนิบาตนักศึกษาฟิลิปปินส์ ประกาศว่าอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นกับทักษิณ จะต้องเกิดขึ้นกับกลอเรีย อาร์โรโยด้วยอย่างแน่นอน โดยผู้นำกลุ่มฯ ได้นำขบวนนักศึกษาราว 1,000 คน เดินขบวนไปยังทำเนียบประธานาธิบดีมาลากันยัง กลางกรุงมะนิลา

 

การเดินขบวนดังกล่าวถูกสกัดโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายปราบปรามจลาจลของฟิลิปปินส์ ทำให้มีผู้ประท้วงกว่า 10 รายได้รับบาดเจ็บ และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่หลังจากนั้น ขบวนนักศึกษาได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง สร้างความตกตะลึงให้กับตำรวจฟิลิปปินส์อย่างมาก แต่เมื่อขบวนผู้ชุมนุมพากันเดินต่อไปจนอยู่ห่างจากประตูทำเนียบเพียง 500 เมตร ตำรวจก็เข้ามาขัดขวาง และใช้กระบอง พร้อมกับฉีดน้ำเพื่อสลายการชุมนุม

 

ในช่วงเวลาดังกล่าว ประธานาธิบดีอาร์โรโยไม่ได้อยู่ภายในทำเนียบ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้อ้างเหตุผลในการใช้กำลังสกัดกั้นผู้ประท้วงว่าการชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากทางการ

 

นอกจากนี้ อิกนาซิโอ บันเย โฆษกประจำรัฐบาลก็ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำขบวนประท้วงด้วย โดยโฆษกฯ บันเยกล่าวว่าผู้นำกลุ่มนักศึกษาพยายามสร้างสถานการณ์ด้วยการนำเรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณมาเป็นเหตุผลในการกระทำของตน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะการทำงานของรัฐบาลฟิลิปปินส์ไม่เหมือนกับระบบรัฐสภาของประเทศไทยได้ จึงไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกันได้

 

ทางด้าน เอ็ดการ์โด อังการา วุฒิสมาชิกฝ่ายค้านได้แสดงความวิตกกังวลว่าถ้าหากประธานาธิบดีอาร์โรโยยอมลาออกตามเสียงเรียกร้องของผู้ประท้วงจริง สถานการณ์บ้านเมืองของฟิลิปปินส์อาจตกอยู่ในภาวะวิกฤต เพราะกฎหมายฟิลิปปินส์ไม่ได้เปิดทางให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าเหมือนอย่างประเทศไทย และถ้าไม่มีทางเลือกอื่นใดมารองรับ ฟิลิปปินส์จะตกอยู่ในภาวะที่ตีบตันไร้ทางออกอย่างสิ้นเชิง

 

อย่างไรก็ตาม ผู้นำกลุ่มสันนิบาตนักศึกษายังคนยืนกรานคำเดิมว่าประธานาธิบดีอาร์โรโยจะต้องออกมาชี้แจงต่อกรณีที่ถูกกล่าวหาเรื่องโกงการเลือกตั้งและกรณีคอร์รัปชั่น เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง

 

ทั้งนี้ การแสดงพลังประชาชน หรือ People Power ด้วยการเดินขบวนประท้วงเพื่อกดดันให้ผู้นำของฟิลิปปินส์ยอมลงจากตำแหน่งโดยไม่มีการเสียเลือดเนื้อเป็นสิ่งที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วถึงสองครั้ง คือยุคที่ขับไล่ผู้นำจอมเผด็จการเฟอร์ดินาน มาร์กอส เมื่อปี 2529 และการขับไล่ผู้นำจอมเสเพลอย่างโจเซฟ เอสตราดาในปี 2546 แต่พลังประชาชนดูเหมือนจะไม่ได้ผลเสียแล้วเมื่อมาถึงยุคของผู้นำที่ชื่อกลอเรีย อาร์โรโยในพ.ศ.นี้

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์