ครบ 18 ตัวเลือก ปปช. 2 คนสุดท้ายได้แก่ ทูตอัษฎา กับอดีตคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน

ประชาไท—9 พ.ค. 2549  นายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงในฐานะโฆษกคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ภายหลังการดำเนินการสรรหาอันยาวนานกว่า 70 วัน ได้อีก 2 ตัวเลือกสุดท้ายจนกครบ 18 คน ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด คือ ท่านทูตอัษฎา ชันยาม และ นายบุญปลูก ชายเกตุ อดีตคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน

 

วานนี้ (8 พ.ค.) คณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประชุมกันที่อาคารรัฐสภา เพื่อพิจารณาคัดเลือกกรรมการป.ป.ช.ที่เหลืออีก 2 คน โดยได้เปิดให้ผู้สมัครทั้ง 15 คน ได้แสดงวิสัยทัศน์ก่อนที่กรรมการสรรหาฯจะลงมติเลือก ซึ่งผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะต้องได้คะแนนอย่างน้อย 3 ใน 4 คือ ไม่น้อยกว่า 9 คะแนน

 

จากนั้น นายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมการสรรหาฯ แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติเลือกผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการป.ป.ช.อีก 2 คือ นายบุญปลูก ชายเกตุ อดีตคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ได้ 9 คะแนน และ นายอัษฎา ชัยนาม อดีตเอกอัครราชทูตสหประชาชาติ นิวยอร์ก ได้ 9 คะแนน ซึ่งเป็นการคัดเลือกในครั้งที่ 3 และได้ครบตามที่กฎหมายกำหนด 18 คน จากนั้นในวันที่ 9 พ.ค. จะส่งรายชื่อทั้งหมดให้กับปรานวุฒิสภาดำเนินการต่อไป

 

นายสุรพลกล่าวถึงกรณีปัญหาว่าวุฒิสภาชุดใหม่หรือชุดรักษาการจะเป็นผู้คัดเลือก ปปช. นั้น เป็นเรื่องของงผู้ที่เกี่ยวข้องจะพิจารณา เพราะกรรมการสรรหาฯไม่ได้พิจารณาในประเด็นนี้ ส่วนกรณีที่มองว่าผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อในครั้งนี้บางคนเป็นผู้ที่เคยได้รับการเสนอชื่อในชุดเก่า เกรงว่าจะถูกข้อครหาหรือไม่นั้น นายสุรพล กล่าวว่า ทุกคนเราไม่ได้คำนึงถึงจุดนั้น ทุกคนที่สมัครเข้ามาได้รับการพิจารณาเท่าเทียมกัน และกรรมการสรรหาฯก็มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ 4-5 คน เพราะฉะนั้นก็คงไม่มีปัญหา

 

ทั้งนี้ กรรมการสรรหาฯ ได้ประชุมถึง 9 ครั้ง ใช้เวลาครบ 70 วัน และได้ลงคะแนนถึง 3 ครั้ง โดยครั้งแรก เมื่อวันที่ 19 มี.ค.เลือกได้ 13 คน ครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ได้ 3 คน และล่าสุดคือวานนี้ เลือกได้อีก 2 คน สำหรับรายชื่อ ว่าที่ป.ป.ช.ทั้ง 18 คนมีดังนี้

 

1. นายไสว จันทะศรี ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอาญา

2.นายวิมุติ บัวจันทร์ กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ อดีต ผวจ.สมุทรสาคร

3. ศ.ดร.ภักดี โพธิศิริ อดีตเลขาธิการ อาหารและยา

4.พล.ต.ท.วันชัย ศรีนวลนัด ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

5.นายกุลพัชช์ อิทธิธรรมวินิจ ผู้พิพากษาอาวุโสศาลแขวงธนบุรี

6.นายประสาท พงษ์ศิวาภัย ผวจ.นครปฐม

7.นางสัจจา ศศะนาวิน อดีตรองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน

8.พลเอก ชูชาติ สุขสงวน อดีตหัวหน้าสำนักตุลาการทหาร และอดีตเจ้ากรมพระธรรมนูญ

9.นายศิวะ แสงมณี อดีต อธิบดีกรมการปกครอง

10. นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ อดีตเลขาธิการ กปร.

11. นายเมธี ครองแก้ว พนักงานสถาบันระบบใหม่

12.นางอารีรัตน์ วัฒนสิน รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

13. พล.อ.เกษมชาติ นเรศเสนีย์ อดีตจเรทหารทั่วไป กระทรวงกลาโหม

14. นายสันติ บางอ้อ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ

15.รศ.ดร.ดิลก บุญเรืองรอด อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

16.นายวิชัย วิวิตเสวี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา

17.นายบุญปลูก ชายเกตุ อดีตคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน

18.นายอัษฎา ชัยนาม อดีตเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรประเทศไทยประจำสหประชาชาติ กรุงนิวยอร์ก

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์