กรมอุทยานฯ เดินหน้า นโยบายเปลี่ยนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางเป็นอุทยานฯ

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2549 เวลา 09.30 - 12.00 น. ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมได้จัดเสวนาเรื่อง "นโยบายการเปลี่ยนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเป็นอุทยานแห่งชาติ กรณีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง" โดยผู้เข้าร่วมสัมมนา ประกอบด้วยตัวแทนจากสำนักอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช มูลนิธิสืบนาคะเสถียร และมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย


 


นายชัยยุทธ คุณชมภู หัวหน้าฝ่ายจัดการและฟื้นฟูทรัพยากร ส่วนจัดการทรัพยากรในอุทยานแห่งชาติ สำนักอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวถึงกรณีการเปลี่ยนนโยบายจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเป็นอุทยานแห่งชาติ มาจากปัญหาในเรื่องการจัดการในพื้นที่ ซึ่งในอดีตแต่เดิม การประกาศพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรืออุทยานแห่งชาติ คือการที่จะรักษาพื้นที่ให้ปลอดภัยจากกิจกรรมต่าง ๆ เช่นการทำไม้ เหมืองแร่ แต่ไม่ได้มีจุดประสงค์ของการท่องเที่ยวมาประกอบการพิจารณา แต่ในปัจจุบันนี้ ปัญหาการจัดการท่องเที่ยวในพื้นที่อนุรักษ์กลายมาเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งสภาพความเป็นจริงของพื้นที่กับตัวกฎหมายนั้นขัดกัน โดยได้ยกตัวอย่าง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง จ.สงขลานั้น มีคนเข้าไปเที่ยวหลายหมื่นคน แต่มีสถานภาพเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งกฎหมายเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไม่อนุญาตให้คนเข้า แต่ในความเป็นจริงไม่สามารถห้ามนักท่องเที่ยวได้


 


"กรณีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางก็เช่นเดียวกัน กรมฯพยายามที่จะหาวิธีการในการแก้ปัญหาการจัดการพื้นที่ และในที่สุดก็มาลงที่การปรับเปลี่ยนเป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งคิดว่ากฎหมายทั้งสองฉบับ มีความเข้มของกฎหมายไม่ต่างกัน"


 


นาง<?xml:namespace prefix = st1 ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:smarttags" />รตยา จันทรเทียร ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า ทั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ ทำหน้าที่เหมือนกันคือการรักษาพืชพันธุ์ ความหลากหลายต่างๆ แต่ความเข้าใจของคนทั่วไป มักจะคิดว่าอุทยานแห่งชาติสามารถเข้าไปท่องเที่ยวได้ แต่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเที่ยวไม่ได้ ทำให้กลายเป็นว่าวันนี้เราจะต้องมาเปลี่ยนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าให้เป็นอุทยานฯเพื่อให้คนเข้าไปเที่ยวได้


 


"อุทยานฯจึงเปลี่ยนจากที่ที่ต้องการเก็บรักษาทรัพยากร ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญที่เราเป็นห่วง"


 


"วันนี้ ประเทศไทยถึงคราวต้องคิดให้จริงจัง และต้องใช้ธรรมชาติเป็นตัวตั้ง ที่ไหนธรรมชาติรับได้เท่าไหร่เป็นตัวสำคัญ ไม่ใช่ว่าพอมีคนเที่ยวเยอะก็เปิดให้เที่ยวไม่เห็นด้วยแบบนั้น แต่ต้องใช้การเที่ยวท่องแบบพอเพียง การจัดการเป็นเรื่องสำคัญคือต้องโซนพื้นที่ออกมา แต่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนจากเขตรักษาพันธุ์เป็นอุทยานฯ"


 


ด้านนายสุรพล ดวงแข เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทยฯ กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า ปัญหาที่สำคัญของอุทยานคือการ การบริหารจัดการที่ขาดทิศทางที่ชัดเจน และขาดการควบคุมนักท่องเที่ยว ที่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ และกรมอุทยานฯยังคิดว่า การเปลี่ยนจากเขตฯรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเป็นอุทยานฯจะสามารถแก้ปัญหาการควบคุมนักท่องเที่ยวได้


 


" ต้องทำให้ชัดเจนว่ากรมฯแก้ปัญหาตรงไหนได้ ต้องมีมาตรการที่ชัดเจนและเข้มงวด และต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากกว่านี้"


 


เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองฯ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีความเข้าใจผิดว่าอุทยานฯเป็นแหล่งท่องเที่ยว รัฐบาลกลางก็เลยพัฒนาทุกอย่างให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว จนจะกลายเป็นสวนสนุก ซึ่งอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด


 


อย่างไรก็ตาม หัวหน้าฝ่ายจัดการและฟื้นฟูทรัพยากร ส่วนจัดการทรัพยากรในอุทยานแห่งชาติ ตัวแทนจากกรมอุทยานฯ ได้ตอบตอข้อซักถามถึงแนวทางอื่นนอกจากการประกาศเป็นเขตอุทยานฯ เช่นการออกระเบียบการบริหารจัดการพื้นที่เฉพาะนั้น เป็นไปไม่ได้เพราะระเบียบดังกล่าวขัดกับกฎหมายเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ส่วนความคืบหน้าในกรณีนี้นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาของคณะกรรมการจากกรมอุทยานฯ


 

koomkumkaew

อุทยานฯไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยว
อุทยานฯเป็นสถานที่ห้ามเข้า
อุทยานฯเป็นสถานที่ห้ามตรวจสอบ
และฯลฯ
เอาไงเอากัน

ตกขอบตัวจริง

หนังสือยกเลิกถนนทุ่งใหญ่ฯ / www.prachatai.com/

*

(ความเห็น)

1.ขอแสดงความเสียใจกับชาวไทยกระเหี่ยงแถวนั้นด้วย

2.ชาติหน้าตอนบ่ายๆก็คงไม่ได้เห็นแสงไฟฟ้า ถนน ประปา เหมือนกับนักอนุร้ากกกกกกกกกกในเมือง

3.เป็นเหยื่อให้นักอนุร้ากกกกกกกก + NGOs เป็นข้ออ้างไปทำมาหากินเป็นอาชีพอย่างหนึ่งกันต่อไป

ตัวรู้ดี

ชัยยุทธ คุณชมภู “ในอดีตแต่เดิม การประกาศพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรืออุทยานแห่งชาติ คือการที่จะรักษาพื้นที่ให้ปลอดภัยจากกิจกรรมต่าง ๆ เช่นการทำไม้ เหมืองแร่
ตัวรู้ดี “เห็นด้วย”
*
ชัยยุทธ คุณชมภู “แต่ไม่ได้มีจุดประสงค์ของการท่องเที่ยวมาประกอบการพิจารณา”
ตัวรู้ดี “ความจริงก็ประกอบเหมือนกัน แต่บางแห่งอาจไม่ใช่เรื่องหลัก”
*
ชัยยุทธ คุณชมภู “แต่ในปัจจุบันนี้ ปัญหาการจัดการท่องเที่ยวในพื้นที่อนุรักษ์กลายมาเป็นปัญหาใหญ่”
ตัวรู้ดี “เห็นด้วย”
*
ชัยยุทธ คุณชมภู “ซึ่งสภาพความเป็นจริงของพื้นที่กับตัวกฎหมายนั้นขัดกัน โดยได้ยกตัวอย่าง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง จ.สงขลานั้น มีคนเข้าไปเที่ยวหลายหมื่นคน แต่มีสถานภาพเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งกฎหมายเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไม่อนุญาตให้คนเข้า แต่ในความเป็นจริงไม่สามารถห้ามนักท่องเที่ยวได้”
ตัวรู้ดี “ไม่ขัด.....เขตฯสัตว์ป่าก็เที่ยวได้ กฎหมายสงวนฯสัตว์ป่าไม่เคยห้าม มีแต่นักอนุรักษ์ประเภทตกขอบเท่านั้นที่ห้าม”
*
ชัยยุทธ คุณชมภู “กรณีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางก็เช่นเดียวกัน กรมฯพยายามที่จะหาวิธีการในการแก้ปัญหาการจัดการพื้นที่ และในที่สุดก็มาลงที่การปรับเปลี่ยนเป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งคิดว่ากฎหมายทั้งสองฉบับ มีความเข้มของกฎหมายไม่ต่างกัน”
ตัวรู้ดี “ในเมื่อกฎหมายอุทยานฯกับกฎหมายสงวนฯสัตว์ป่ามีความเข้มไม่ต่างกันแล้ว ก็ไม่เห็นต้องมีการปรับเปลี่ยนอะไร”
*
รตยา จันทรเทียร “คนทั่วไป มักจะคิดว่าอุทยานแห่งชาติสามารถเข้าไปท่องเที่ยวได้ แต่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเที่ยวไม่ได้”
ตัวรู้ดี “คนทั่วไปไม่คิดหรอก มีแต่พวกนักอนุรักษ์ตกขอบนั่นแหละที่ชี้นำสังคมผิดๆถูกๆ”
*
รตยา จันทรเทียร “ทำให้กลายเป็นว่าวันนี้เราจะต้องมาเปลี่ยนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าให้เป็นอุทยานฯเพื่อให้คนเข้าไปเที่ยวได้W
ตัวรู้ดี “ก็พวกอนุรักษ์ตกขอบ.....อยากห้ามเที่ยวเขตฯสัตว์ป่ากันดีนัก”
*
รตยา จันทรเทียร “อุทยานฯจึงเปลี่ยนจากที่ที่ต้องการเก็บรักษาทรัพยากร ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญที่เราเป็นห่วง”
ตัวรู้ดี “กรุณาไปอ่านหลักการและเหตุผลท้ายกฎหมายอุทยานฯดูเสียบ้าง.....แล้วจะทราบว่าอุทยานแห่งชาติให้เที่ยวได้หรือไม่”
*
รตยา จันทรเทียร “วันนี้ ประเทศไทยถึงคราวต้องคิดให้จริงจัง และต้องใช้ธรรมชาติเป็นตัวตั้ง ที่ไหนธรรมชาติรับได้เท่าไหร่เป็นตัวสำคัญ ไม่ใช่ว่าพอมีคนเที่ยวเยอะก็เปิดให้เที่ยวไม่เห็นด้วยแบบนั้น แต่ต้องใช้การเที่ยวท่องแบบพอเพียง การจัดการเป็นเรื่องสำคัญคือต้องโซนพื้นที่ออกมา แต่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนจากเขตรักษาพันธุ์เป็นอุทยานฯ”
ตัวรู้ดี “เห็นด้วยในหลักการ”
*
สุรพล ดวงแข “ปัญหาที่สำคัญของอุทยานคือการ การบริหารจัดการที่ขาดทิศทางที่ชัดเจน”
ตัวรู้ดี “เห็นด้วย”
*
สุรพล ดวงแข “ขาดการควบคุมนักท่องเที่ยว ที่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้”
ตัวรู้ดี “คงไม่ถึงกับขาด แต่ควรเพิ่มมาตรการควบคุมให้ดียิ่งขึ้น”
*
สุรพล ดวงแข “กรมอุทยานฯยังคิดว่า การเปลี่ยนจากเขตฯรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเป็นอุทยานฯจะสามารถแก้ปัญหาการควบคุมนักท่องเที่ยวได้”
ตัวรู้ดี “คงไม่เป็นประเด็น ความจริงแล้วกรมอุทยานฯขี้เกียจรบกับพวกนักอนุรักษ์ที่บอกว่า.....เขตฯสัตว์ป่าห้ามเที่ยว.....มากกว่า”
*
สุรพล ดวงแข “ขณะนี้มีความเข้าใจผิดว่าอุทยานฯเป็นแหล่งท่องเที่ยว
ตัวรู้ดี “อ้าว...หลงประเด็นไปอีกคน อุทยานไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวแล้วเป็นแหล่งอะไร ไปอ่านเหตุผลท้ายกฎหมายอุทยานฯดูซะบ้าง”
*
สุรพล ดวงแข “รัฐบาลกลางก็เลยพัฒนาทุกอย่างให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว จนจะกลายเป็นสวนสนุก ซึ่งอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด”
ตัวรู้ดี “รัฐบาลกลางมีที่ไหนกัน ก็มีรัฐบาลเดียว…..เขาใหญ่ก็ไม่ถึงกับเป็นสวนสนุก”
*
ชัยยุทธ คุณชมภู “ความคืบหน้าในกรณีนี้นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาของคณะกรรมการจากกรมอุทยานฯ”
ตัวรู้ดี “ไม่ต้องศึกษาเพื่อปรับเปลี่ยนอะไรหรอก เขตฯสัตว์ป่าก็เที่ยวได้ กฎหมายสงวนฯสัตว์ป่าไม่เคยห้าม.....ที่ยังขาดและจำเป็นที่สุดก็คือ management plan ของเขตฯอุ้มผาง เท่านั้นแหละ ผลักดันตัวนี้ดีกว่า จะให้เที่ยวได้แค่ไหนเพียงไรก็เขียนก็โซนไว้ใน management plan ก็จบ…..อย่ามัวเกร็งไปกับพวกนักอนุร้ากกกกกกกก...ตกขอบก็แล้วกาน น้องเอ๊ย !”

คนอุ้มผางตัวจริง

ข้อสงสัย......................................................................................

1. ทางราชการอนุญาตให้มูลนิธิสืบฯทำมาค้าขายได้หรือไม่ ?

2. มูลนิธิสืบฯทำมาค้าขายนี่เสีย vat เสีย tax หรือไม่ ?

คนอื่นต้องโปร่งใส ตูไม่เกี่ยว

http://www.seub.or.th/

ขอแจ้งให้ทราบว่าตอนนี้สินค้าของ
มูลนิธิสืบฯ มีจำหน่ายที่บ้านใร่กาแฟ
สาขาเอกมัย

--------------------------------------------------

ข้อสงสัย.......................................

1. ทางราชการอนุญาตให้มูลนิธิสืบฯทำมาค้าขายได้หรือไม่ ?

2. มูลนิธิสืบฯทำมาค้าขายนี่เสีย vat เสีย tax หรือไม่ ?

[emo6.gif]

เศร้า

ถกกันไม่จบสิ้นความจริงเป็นอย่างไรไม่มีไคมาพูดกัน
อุธยานหรือเขตรักษาพันฯก็คือป่าก็คือธรรมชาติก็คือมรดกชาติทำไมไม่ช่วยกันรักษา จะเป็นอะไรมันก็มีคนทำลายได้อยู๋ดี
เเทนที่จะมาคิดเรื่องเปลี่ยนเป็นอะไรกัน อย่างจริงจังเเบบนี้ เหตุใดไม่คิดที่จะมารักษาอย่างจริงจังกันบ้าง

พูดได้คำเดียวคือ เศร้า[emo6.gif]