อีกด้านของตำนานลูกหนัง "มาราโดนา" และรุ่งอรุณแห่งละตินอเมริกา

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ


    

 

เมื่อฟุตบอลโลก World Cup เวียนมาบรรจบเป็นครั้งที่ 19 ในปีนี้ บรรดาแฟนลูกหนังทั้งหลายก็ได้เฮกันอีกครั้ง เพราะฟีฟ่ารวมดาวยิงในตำนานอย่างไข่มุกดำ "เปเล่" มาราโดนา และอัลติเดซ จิกเกีย รวมทั้งนักเตะดังๆ กว่า 170 คนจากทุกทีมทั่วโลกมาเป็นสีสันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาในพิธีเปิดฟุตบอลโลกที่จะจัดขึ้นในวันที่ 9 มิถุนายน 2549

 

อัลติเดซ จิกเกีย อดีตนักเตะอุรุกวัยที่ทำประตูชัยจนทีมของตัวเองสามารถเอาชนะบราซิลไปได้ในฟุตบอลโลกรอบปฐมฤกษ์ เมื่อปี 1930 (พ.ศ.2493) และเอ็ดสัน อะรันเตส โด นาสซิเมนโต หรือ "เปเล่" ไข่มุกดำที่ถูกขนานนามว่าเป็น "ราชาลูกหนัง" ผู้นำทีมบราซิลไปซิวแชมป์บอลโลกในปี 1970 (พ.ศ.2513) ด้วยวัย เพียง 17 ปี ล้วนเป็นนักเตะระดับตำนานที่แฟนบอลรู้จักดี

 

แต่ถ้าเปเล่คือราชาลูกหนัง "เสือเตี้ย" อย่าง ดิเอโก มาราโดนา กลับถูกขนานนามว่าเป็น "พระเจ้า" ผู้สร้างตำนาน Hand of God หรือ "หัตถ์ของพระเจ้า" ในการแข่งฟุตบอลโลกปี 1986 (พ.ศ.2529) ที่เม็กซิโก

 

ณ ห้วงเวลาที่มาราโดนากลายเป็นพระเจ้า ขณะเดียวกันเขาก็เป็น "ปีศาจ" ที่ทำฟาวล์ด้วยการใช้มือช่วยปัดลูกบอลให้เข้าประตู และทำคะแนนขึ้นนำทีมชาติอังกฤษในนัดชิงชนะเลิศ สร้างความเจ็บปวดแสนสาหัสแก่แฟนบอลทีมชาติอังกฤษมาจนถึงทุกวันนี้

 

ภาพการแข่งขันที่ถูกนำมาฉายซ้ำๆ ทำให้แฟนบอลจับได้ว่ามาราโดนาใช้มือช่วยในการยิงประตูจริงๆ แต่เจ้าตัวก็ออกมาบอกว่านั่นคือจังหวะที่พระเจ้าจงใจให้เขาใช้มือปัดลูก และไม่มีกรรมการคนไหนทันสังเกต มาราโดนาจึงกล่าวว่านี่อาจเป็นพระประสงค์ของพระเจ้าก็เป็นได้ และนี่ก็คือที่มาของคำว่า "หัตถ์ของพระเจ้า" อันลือลั่น (และเจ็บปวด)

 

ส่วนการใช้ความสามารถเฉพาะตัว เลี้ยงลูกลากยาวครึ่งสนามผ่านกองหลังทั้งห้าของทีมชาติอังกฤษไปยิงประตูชัยได้อย่างพลิ้วและสวยงามก็ถือเป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า ลวดลายการเตะฟุตบอลของมาราโดนา มีความเป็นอัจฉริยะรวมอยู่ด้วยจริงๆ

 

ภาพลักษณ์ของ "พระเจ้า" และ "ปีศาจ" จึงติดตัวมาราโดนา นับตั้งแต่นั้น...

 

ด้านมืดของปีศาจนักเตะ

ชีวิตนอกสนามฟุตบอลของมาราโดนาอาจดูไม่น่าพิสมัยนักในสายตาใครต่อใครที่ไม่ใช่คอลูกหนัง เพราะข่าวคราวที่เกิดขึ้นหลังจากที่แขวนสตั๊ดไปแล้ว ล้วนแต่เป็นเรื่องฉาวๆ และเสื่อมเสียที่ทำให้ความนิยมของเขายิ่งตกต่ำลงกว่าเดิม

 

ถ้าไม่นับกรณีที่เขาถูกกล่าวหาว่าโด๊ปยาระหว่างเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 1994 (พ.ศ.2537) ตำนานแห่งวงการลูกหนังคนนี้ยังมีส่วนพัวพันกับการเสพโคเคน ถูกสงสัยว่ามีเอี่ยวกับมาเฟียอาร์เจนตินา และมีข่าวว่าเขาแอบไปมีความสัมพันธ์กับหญิงสาวคนหนึ่งจนเกิดตั้งครรภ์ลูกนอกสมรสขึ้นมา แต่เขากลับปฏิเสธที่จะรับผิดชอบ

 

รวมไปถึงเหตุการณ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ศาลอาร์เจนตินาตัดสินว่ามาราโดนามีความผิดฐานขับรถโดยประมาทจนปีนฟุตบาธและชนตู้โทรศัพท์ข้างทางในกรุงบัวโนสไอเรส ทำให้วัยรุ่นหนุ่มสาวคู่หนึ่งได้รับบาดเจ็บจากเศษกระจกที่บาดตามเนื้อตัว

 

เรื่องราวเหล่านี้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันสนุกปาก แต่เรื่องราวในอีกแง่มุมของมาราโดนาที่ไม่ค่อยจะมีสำนักข่าวแห่งไหนนำมาพูดถึงมากนัก และเป็นด้านที่คนรู้จักน้อยกว่าด้านอื่นๆ ก็คือความเป็นนักกิจกรรมซึ่งเคลื่อนไหวด้านการเมืองควบคู่กับการดำเนินรายการทอล์กโชว์ของตัวเองไปด้วย

 

เมื่อครั้งที่การประชุมเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีและการแก้ปัญหาความยากจนในทวีปละตินอเมริกาถูกจัดขึ้นในวันที่ 4-5 พฤศจิกายน 2548 ณ เมืองมาร์ เดล พลาตา ที่อาร์เจนติน่าซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของมาราโดนา ครั้งนั้น ผู้นำจากประเทศต่างๆ ในทวีปอเมริกาทั้ง 34 ประเทศมาเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง ยกเว้น ฟิเดล คาสโตร ผู้นำคิวบาที่ปฏิเสธการเข้าร่วมประชุม

 

แน่นอนว่าประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ต้องมาเข้าร่วมประชุมด้วย ในฐานะผู้นำประเทศมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกา (และในโลก) แต่บุชก็ต้องเจอกับผู้ชุมนุมประท้วงหลายพันคนซึ่งปักหลักอยู่หน้าสถานที่ประชุม และกระจายตัวตามถนนหนทางในเมืองมาร์ เดล พลาตา

 

กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงอ้างว่าการเดินทางมาเจรจาเรื่องเขตการค้าเสรีในทวีปอเมริกาคือการยื่น "หายนะ" มาให้แก่ประชาชนในทวีปอเมริกา เพราะข้อตกลงเขตการค้าเสรีไม่ได้ทำให้ประชาชนในทวีปอเมริกามีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่จะยิ่งทำให้ประชาชนทั้งหลายยากจนลง เพราะข้อตกลงต่างๆ ไม่เป็นธรรมเพียงพอ

 

หนึ่งในผู้นำการชุมนุมประท้วงครั้งนั้น คือ ดิเอโก มาราโดนา ผู้เป็นทั้งพระเจ้าและปีศาจในสนามฟุตบอลนั่นเอง...

 

อีกด้านหนึ่งของปุถุชน

คงไม่ใช่เรื่องง่าย กว่าที่ชีวิตของเด็กหนุ่มจากประเทศกำลังพัฒนาจะไต่เต้าขึ้นมาเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับตำนานในแวดวงลูกหนังโลก การดำเนินชีวิตของมาราโดนานับตั้งแต่ที่เขาต้องเตะบอลอยู่ข้างถนน จนในที่สุดก็ได้เข้าสู่ทีมชาติ ย่อมเต็มไปด้วยขวากหนามและอุปสรรคมากมาย

 

ความจำเป็นของชีวิตที่ต้องดิ้นรนผ่านชนชั้นและความไม่เท่าเทียมกันทางสังคม ทำให้มาราโดนามีส่วนพัวพันกับขบวนการมาเฟียนอกกฏหมาย ขณะเดียวกันก็มีส่วนบ่มเพาะให้เขามองโลกในอีกมุมหนึ่งซึ่งต่างจากนักฟุตบอลคนอื่นๆ ที่มาจากโลกเสรีนิยม ความดิบเถื่อนของมาราโดนาจึงเป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ และคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากเขาจะกลายเป็นผู้อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับระบอบทุนนิยมที่ถ่างให้ช่องว่างระหว่างชนชั้นยิ่งขยายกว้างออกไปกว่าเดิม

 

ที่ต้นแขนด้านขวาของมาราโดนามีรอยสักรูปใบหน้า "เออร์เนสโต เช กูวารา" นักปฏิวัติคนสำคัญของโลกประดับอยู่ตั้งแต่ครั้งไหนไม่มีใครรู้ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างมาราโดนา และฟิเดล คาสโตร ซึ่งเป็นผู้ร่วมปฏิวัติคิวบามาด้วยกันกับเช งอกงามขึ้นมาตั้งแต่ครั้งที่มาราโดนาไปพักรักษาอาการติดโคเคนที่คิวบาระหว่างปี 2545-2547

 

ทั้งสองคนสนิทกันมากถึงขนาดที่ว่ามาราโดนาสามารถเชิญผู้นำฝ่ายซ้ายจัดอย่างคาสโตรมาออกรายการทอล์กโชว์ชื่อว่า La Noche del 10 หรือ The Night of the Number 10 (คืนแห่งหมายเลขสิบ) ซึ่งเขาจัดอยู่ระยะหนึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาได้

 

ครั้งนั้นคาสโตรอาศัยพื้นที่ของมาราโดนาเพื่อแสดงเจตจำนงของคิวบาที่ต้องการจะรักษาความมั่นคงในประเทศของตน และประเทศอื่นๆ ในละตินอเมริกา ด้วยการประกาศต่อต้านนโยบายขยายเขตการค้าเสรีที่อเมริกาพยายามทำข้อตกลงกับประเทศต่างๆ ในทวีปอเมริกา

 

การประกาศจุดยืนออกอากาศผ่านรายการ "คืนแห่งหมายเลขสิบ" ของคาสโตรครั้งนั้นเป็นที่จับตามองของคนทั่วทวีปอเมริกา และภาพของคาสโตรที่ยิ้มร่า พร้อมกับสวมเสื้อเบอร์ 10 อันเป็นเลขประจำตัวของมาราโดนายามที่เล่นให้กับทีมชาติอาร์เจนตินามาร่วมรายการ ก็แสดงให้เห็นถึงความสนิทสนมระหว่างคาสโตรและมาราโดนาได้เป็นอย่างดี

 

เมื่อมาราโดนาประกาศตัวเป็นหนึ่งในผู้นำการชุมนุมประท้วงการประชุมเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีฯ ในวันที่ 4-5 พฤศจิกายน 2548 การปรากฏตัวของเขาก็เป็นแรงดึงดูดให้ประชาชนชาวอาร์เจนตินาจำนวนไม่น้อยมารวมตัวและแสดงความคิดเห็นคัดง้างต่อแนวคิดเรื่องการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีที่รัฐบาลอาร์เจนตินาพยายามผลักดันให้เกิดขึ้น

 

มาราโดนาเลือกที่จะขึ้นรถไฟจากบัวโนสไอเรสไปยังเมืองที่จัดการประชุม และรถไฟสายนั้นมีชื่อว่าอัลบา (Alba) ซึ่งมีความหมายว่า "รุ่งอรุณ" ในภาษาสเปน

 

ความตั้งใจของนักเตะที่มีคนรักและชังอย่างมาราโดนาที่มีต่อการชุมนุมครั้งนี้ จึงหมายถึงการแสดงพลังให้ผู้นำจากโลกที่เชื่อว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่นๆ ได้รู้ และประเทศในแถบละตินอเมริกาจะได้ไม่ต้องตกอยู่ใต้เงาของ "พญาอินทรีย์" สหรัฐฯ อีกต่อไป

 

การชุมนุมครั้งนั้นเริ่มต้นที่สนามฟุตบอลของเมืองมาร์ เดล พลาตา ซึ่งมีประธานาธิบดีฮิวโก ชาเวซ ของเวเนซุเอลา ขึ้นไฮด์ปาร์คให้ประชาชนร่วมกันคัดค้านแผนการเปิดเสรีการค้าในภูมิภาคอเมริกาของสหรัฐฯ และมาราโดนากำลังจะขึ้นพูดเป็นรายต่อไป แต่ผู้ชุมนุมบางส่วนที่ไม่พอใจการประชุมครั้งนั้นได้พยายามจะทำลายเครื่องกีดขวางที่ตั้งขึ้นล้อมรอบบริเวณจัดประชุม เป็นเหตุให้กองกำลังรักษาความมั่นคงต้องใช้กระบองและแก๊สน้ำตาเข้าสลายการประท้วง

 

แม้ตอนจบจะลงเอยด้วยการใช้กำลังเข้าปราบปรามและน้ำตาของผู้ชุมนุม แต่ก็ต้องถือว่าเป็นการรวมตัวกันของชาวอาร์เจนตินาประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง เพราะรายงานข่าวที่ออกมาในวันเดียวกัน ปรากฏว่าผู้นำประเทศทั้ง 34 ประเทศ ยังไม่มีการทำความตกลงใดๆ ต่อข้อเสนอให้จัดตั้งเขตการค้าเสรีในภูมิภาคอเมริกา และรัฐมนตรีการต่างประเทศของบราซิลก็ถือโอกาสนี้ยืนยันว่า บราซิลและกลุ่มประเทศคู่ค้าอื่นๆ อันได้แก่ อาร์เจนตินา อุรุกวัย และปารากวัย ขอคัดค้านการกำหนดวันเวลาสำหรับการเริ่มเจรจาว่าด้วยเขตการค้าเสรีแห่งอเมริกา (FTAA) ครั้งต่อไปด้วย

 

นอกจากนี้ กลุ่มผู้นำประเทศที่คัดค้านการจัดตั้งเอฟทีเอเอก็ร้องเรียนองค์การการค้าโลก (WTO) เพิ่มเติมว่ารัฐบาลสหรัฐล้มเหลวเรื่องการเปิดตลาดสินค้าเกษตรของตนเพื่อรองรับสินค้าเกษตรส่งออกจากประเทศอื่นๆ ในทวีปอเมริกา และองค์การการค้าโลกก็รับเรื่องไว้พิจารณาเช่นกัน

 

 

แม้ครั้งนั้นมาราโดนาจะไม่ได้ขึ้นไปพูดอะไรบนเวทีกลางสนามฟุตบอล แต่การสวมเสื้อยืดที่มีข้อความว่า Stop Bush (หยุด บุช) ก็เป็นภาพที่บ่งบอกจุดยืนได้ดีกว่าคำพูดเป็นไหนๆ...

 

 

ข้อมูลประกอบ

http://hispanicprwire.com/news.php?l=in&id=2035&cha=5

http://sportsillustrated.cnn.com/2005/writers/mark_bechtel/08/24/daily.blog/index.html

http://english.people.com.cn/200511/09/eng20051109_220034.html

http://newsfromrussia.com/world/2005/11/01/66687.html

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์