ธรรมรักษ์ : "ไอ้คุณชวการ ให้มันบอกว่ารับตั้งแต่กี่เดือน และถ้ามันรับจริงให้ยิงกบาลผม"

 

ภาพจากเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ

 

ประชาไท—1 มิ.ย. 2549 ที่กระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 31 พ.ค. เวลา 15.30 น. พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก พ.อ.เชิดพงษ์ บุญยเกียรติ เจ้าหน้าที่และช่างภาพประจำตัว รมว.กลาโหม พล.อ.ธีระพงษ์ จีระวงศ์ หัวหน้านายทหารฝ่าย เสธ.ประจำ รมว.กลาโหม รวมทั้ง พล.อ.สิริชัย ธัญญศิริ ปลัดกลาโหม ได้เปิดแถลงข่าวชี้แจงบุคคลในภาพกล้องวงจรปิดกระทรวงกลาโหมไม่ได้เข้ามาพบรับเงินค่าจ้างลงสมัครรับเลือกตั้ง

 

พล.อ.ธรรมรักษ์ กล่าวว่า ตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับผู้ที่นำภาพออกไปคือบริษัทที่ติดตั้งและเจ้าหน้าที่ของกระทรวง แต่ถึงมีภาพออกมาก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจึงไม่เดือดร้อน เพราะไม่มีตัวเองอยู่ในภาพ ทั้งนี้ การที่ใครจะมาเข้าพบจะต้องมีกำหนดการล่วงหน้าโดยมีฝ่ายเสนาธิการดูแลจึงจะเข้าพบได้

 

พล.อ.ธรรมรักษ์ ได้ปฏิเสธว่าบุคคลที่เห็นในภาพคือ พ.อ.เชิดพงษ์ บุญยเกียรติ ช่างภาพประจำตัวที่มีลักษณะอ้วนคล้ายกัน รวมทั้งวันนั้นไม่ได้ใส่เสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำเงินแต่ใส่สีขาว

 

นอกจากนี้ยังไม่รู้จักกับบุคคลในภาพนอกจาก นายทวี สุวรรณพัฒน์ ที่มาส่งข่าวเป็นประจำซึ่งทางกระทรวงออกบัตรให้หากมีคนมาด้วยต้องลงนามและติดป้าย ตอนนี้ก็เชิญนายทวี มาสอบแล้ว แต่ที่มีบุคคลในภาพหลุดมาในกระทรวงนั้น เป็นเพราะความหละหลวมที่เกิดจากรปภ.ที่ไม่ให้คนติดบัตร ตอนนี้ทางปลัดกระทรวงกลาโหมกำลังสอบอยู่ ขอยืนยันว่าคนเหล่านี้ไม่ได้มาพบเพราะไม่ได้มีการนัด วันนั้นมีปลัดหนองคายนำแหนมเนืองมาให้ จึงเปิดกินกันมี พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ผช.รมว.กลาโหม และ พล.ต.พฤณฑ์ สุวรรณทัต ผบ.พล.1 รอ.ร่วมอยู่ด้วย จากนั้นเวลาประมาณ 18.00 น.ก็ไปสนามหลวง หากมีใครเข้ามาคนที่อยู่ในโต๊ะต้องเห็น

 

"ที่ผมเป็นเป้า ก็เพราะได้ ส.ส.ในการเลือกตั้งภาคอีสานเข้ามามาก ผมต้องการให้คนที่ว่ารับเงินให้มาเจอผม ถ้ามันรับจริง ไอ้คุณชวการ ให้มันบอกว่ารับตั้งแต่กี่เดือน และถ้ามันรับจริงให้ยิงกบาลผม ถ้าไม่รับจริง ถามว่ามันจะเอาอย่างไร ผมเป็นห่วงเขาเพราะถ้าเขาใช้งานเสร็จแล้วกลัวจะอันตรายต่อเขา แล้วจะมาโทษผม"

 

เมื่อสื่อมวลชนถามว่า เชื่อใจหรือไม่ว่าทหารจะไม่หักหลัง พล.อ.ธรรมรักษ์ตอบว่าพยายามทำให้เป็นเอกภาพ แต่วิถีทางราชการมีทั้งคนพอใจและไม่พอใจ เวลาคับขันในสนามรบก็จำเป็นต้องรักกัน เพราะมันมีโอกาสตายด้วยกันได้ แต่ยามปกติถามว่าไว้ใจหรือไม่ ตอบได้ว่าไม่จริง มันก็ต้องมีคนที่ผิดหวัง มึงอยากให้คนนี้เป็นนาย อยากให้คนนั้นเป็นนาย ทางโรงเรียนเตรียมทหาร พยามปลูกฝังเรื่องสปิริต รักหน่วย รักหมู่คณะพอสมควร และถ้ารู้ตัวคนปล่อยภาพจะกระทืบมัน

 

ด้านพล.อ.สิริชัย แถลงว่า ได้มีการถอดเทปโทรทัศน์วงจรปิดออกไปจริง เพราะในช่วงต้นเดือนมีนาคมต้องมีการปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น บางจุดถ่ายออกมาภาพซ้ำกับมุมอื่นก็ต้องนำออกไปไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น

 

ทั้งนี้ ได้เริ่มทำสัญญากับบริษัท วิชั่น แอนด์ ซิคิวริตี้ ซิสเต็ม กลางเดือนธันวาคม โดยให้ติดตั้งภายใน 60 วัน และ การติดตั้งแล้วต้องตรวจรับภายใน 15 วัน กว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการก็ประมาณ ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2549

 

ในช่วงนี้อาจมีการปรับเปลี่ยนแก้ไขบางจุด ทำให้มีขีดจำกัดในเรื่องควบคุมพอสมควร ต้องตรวจสอบทั้งระบบ เจ้าหน้าที่รปภ. และคนเข้าออก ซึ่งช่วงนี้เจ้าหน้ากลาโหม และบริษัทยังทำงานร่วมกัน ยอมรับว่ามีความหละหลวม ต้องแก้ไข แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายถึงว่าความมั่นคงจะหลุดรอดออกไปได้ง่าย ๆ คนที่เข้าเวรในวันนั้นอาจไม่ใช่คนที่ผิดเสมอไป เพราะคนที่เข้าไปเอาได้ต้องมีพาสเวริด์ จึงให้อิสระแก่คณะกรรมการสอบอย่างเต็มที่ ไม่ห่วงว่าจะกระทบถึงใคร เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก แต่ไม่เปิดเผยผลสรุปเพราะเป็นเรื่องปัญหาภายในของทางราชการ ยืนยันว่าไม่ได้ลูบหน้าปะจมูก

 

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน คณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต.) ได้ให้โอกาส พล.อ.ธรรมรักษ์ พล.อ.ไตรรงค์ พล.ท. ผดุงศักดิ์ กลั่นเสนาะผู้ช่วยหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรมว.กลาโหม และนายพงษ์ศักดิ์ รัตตพงศ์ไพศาล รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เข้าชี้แจงกรณีผลสรุปอนุกรรมการสอบสวนพรรคใหญ่จ้างพรรคเล็กลงสมัครที่มีนายนาม ยิ้มแย้ม เป็นประธานระบุว่าบุคคลทั้งหมดมีส่วนพัวพันกับการจ้างพรรคเล็กลงสมัครรับเลือกตั้ง

 

 ทั้งหมดได้เข้าชี้แจงต่อกกต.นานกว่า 45 นาที และได้มีการให้ปากคำเพิ่มกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวน โดยมีการแยกห้องสอบอีกคนละประมาณ 1 ชั่วโมง โดยนายวีระชัย ได้ร่วมรับประทานอาหารกับผู้บริหารพรรคไทยรักไทย และนายทหารที่มาให้ปากคำ

 

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวภายหลังชี้แจงกกต.ว่า การชี้แจงเรียบร้อยดี การที่กกต.ให้โอกาสกับผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจงถือว่าเป็นการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย กระบวนการต่อไปเป็นหน้าที่ของกกต.

 

ขณะที่พล.อ.ไตรรงค์ ยอมรับว่า รูปที่นายสุเทพนำมาเปิดเผยนั้น เป็นรูปบริเวณหน้าห้องรมว.กลาโหม จริง แต่บุคคลในภาพไม่ชัดเจน อาจเป็นช่างภาพส่วนตัวเพราะตัวอ้วนใหญ่เหมือน พล.อ.ธรรมรักษ์ ซึ่งถ้าสื่อดูสถานที่จริงจะเห็นว่า ระเบียงหน้าห้องยาวกว่าในภาพ แต่จากภาพถ่ายทำให้เข้าใจได้ว่า ถ่ายจากกล้องที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

 

ส่วนที่ในสำนวนของนายนาม ระบุว่า นายต้อยซึ่งร่วมขบวนไปรับเงินเป็นคนสนิทของพล.อ.ธรรมรักษ์ เคยรู้จักหรือไม่ พล.อ.ไตรรงค์ กล่าวว่า ขอพูดอย่างลูกผู้ชายต่อหน้าพระ ต่อหน้าไฟ ว่าไม่เคยรู้จักคนพวกนี้เลยและบอกตรงว่า ใครก็ตามจะมาพบรมว.กระทรวงกลาโหมจะต้องผ่านเขาก่อน จะต้องมีการนัดหมาย มีกำหนดการชัดเจน อยู่ ๆ จะ เข้ามาพบไม่ได้ แม้บุคคลในภาพจะมาที่กระทรวงกลาโหมจริง แต่ไม่ได้พบกับ รมว.กลาโหมแต่อย่างใด

 

พล.อ.ไตรรงค์ ยังกล่าวว่า ได้เห็นการสรุปสำนวนของนายนามไม่ติดใจในเนื้อหาสำนวนที่สอบออกมาแต่ติดใจว่า ทำไมมูลฟ้องในสำนวนที่สุเทพฟ้องกกต.ต่อศาลอาญา ลงวันที่ 8 พ.ค. มีเนื้อหาเดียวกับผลสอบสวนของนายนาม โดยเฉพาะในข้อ 4 และข้อ 5 ที่นายนามก็ลงนามและส่งผลสอบให้ประธานกกต.วันที่ 8 พ.ค. ไม่รู้ว่านายสุเทพรู้ล่วงหน้าได้อย่างไรว่านายนามสรุปผลอย่างนี้

 

 ด้าน พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ประธานกกต. กล่าวว่า แม้จะสอบปากคำแกนนำพรรคไทยรักไทยแล้ว ก็ยังไม่ได้ลงมติว่าจะดำเนินการส่งอัยการเพื่อสั่งยุบพรรคหรือไม่ เพราะเห็นว่ายังต้องสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกหลายปาก

 

 ขณะที่ นายวีระชัย แนวบุญเนียร กกต.กล่าวว่า กระบวนการสอบสวนจบแล้ว กกต.จะไม่เรียกผู้บริหารไทยรักไทยคนใดมาสอบเพิ่มอีกแล้ว ซึ่ง พล.อ.ธรรมรักษ์ ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้และไม่เคยเข้าไปเกี่ยวกับกลุ่มบุคลดังกล่าว ส่วนเรื่องภาพวงจรปิดที่นายสุเทพนำมาเปิดเผยนั้นไม่รู้ว่าเป็นภาพจริงหรือไม่

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์