รายงานพลเมืองเหนือ: ครึ่งปี49เศรษฐกิจเหนือซบ ลงทุน - ก่อสร้าง ท่องเที่ยวตึง

นิตยสารรายสัปดาห์พลเมืองเหนือ

 

เศรษฐกิจภาคเหนือครึ่งปีแรกเศรษฐกิจเหนือชะลอ ทั้งลงทุนและก่อสร้างซบ การเมืองทำท่องเที่ยวตึงคนจ่ายเงินฝืด ส่วนการส่งออกและเกษตรยังอยู่ในเกณฑ์ดี

 

นายโอบเอื้อ ครุฑานุช ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทยสำนักงานภาคเหนือ แถลงถึงภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคเหนือครึ่งปี 2549 ว่า เศรษฐกิจภาคเหนือชะลอตัวลง การลงทุนภาคเอกชนซบเซาลงโดยเฉพาะการก่อสร้าง ซึ่งมีสัญญาณลดลงมาตั้งแต่ปลายไตรมาสแรก ส่วนการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงจากระยะเดียวกันปีก่อนแต่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนมูลค่าการส่งออกและนำเข่าขยายตัว โดยเฉพาะการส่งออกเร่งตัวขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อน ด้านอุปทานภาคเกษตรอยู่ในเกณฑ์ดี เพิ่มขึ้นขณะที่ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวจาการผลิตเพื่อการส่งอออก ภาคบริการชะลอลงเนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอการเดินทางจากปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมืองช่วงปลายไตรมาส 1 ส่วนนักท่องเที่ยวไทยระมัดระวังการใช้จ่าย

 

โดยรายละเอียดแต่ละสาขาคือ ภาคเกษตรอยู่ในเกณฑ์ดี เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 13.8 ราคาพืชผลสำคัญที่เพิ่มขึ้นคือราคาอ้อย ตามราคาน้ำตาลของตลาดโลก ราคาข้าวเปลือกเจ้านาปีที่เพิ่มขึ้นตามมาตรการรัยจำนำของภาครัฐ ราคากระเทียมและหอมแดง

 

ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวจาการผลิตเพื่อการส่งออกในนิคมอุตสากรรมภาคเหนือ มูลค่าการส่งออกผ่านด่านศุลกากรลำพูนเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.8 เป็น 959.4 ล้านดอลลาร์ สินค้าส่งออกสำคัญคืออิเลคทรอนิกส์ โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.2 สินค้าชนิดอื่นที่มูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้นได้แก่เครื่องตัดต่อวงจรไฟฟ้า อุปกรณ์เกี่ยวกับสายตา หม้อแปลงไฟฟ้าและมอเตอร์และอัญมณี ด้านการผลิตวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มการผลิตที่ลดลงมาตั้งแต่ช่วงต้นปี จากภาวะซบเซาของการก่อสร้างทั้งภาครัฐและเอกชน โดยครึ่งปีแรก ผลผลิตลดลงจากระยะเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 5.8 เหลือ 981.7 พันเมตริกตัน ทางด้านการจัดเก็บภาามูลค่าเพิ่มหมวดอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 19.3 เป็น 1,249.1 ล้านบาท

 

ภาคบริการ ครึ่งปีแรกของปี 2549 ชะลอตัวลงแม้มีการขยายตัวดีขึ้นในช่วง 2 เดือนแรกของปี แต่ในช่วง 4 เดือนถัดมา ได้รับผลกระทบของปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองและค่าครองชีพที่สูงขึ้นส่งผลให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างประเทศและไทยเลื่อนหรือชะลอการเดินทาง รวมทั้งกลุ่มสัมมนาที่ยกเลิกหรือเลื่อนการจัดออกไป โดยจำนวนผู้โดยสารผ่านท่าอากาศยานชะลอตัวลงร้อยละ 3.4 จากการเข้าพักใกล้เคียงกับระยะเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 53.0 ขณะที่ราคาห้องพักเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อนเพียงเล็กน้อยที่ร้อยละ 1.8 อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มประเภทโรงแรมและภัตตาคารยังคงปรับตัวสูงขั้นจากระยะเดียวกันปีก่อนร้อยละ 12.7

 

การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน ชะลอตังลงแต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยปริมาณการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนร้อยละ 22.2 ชะลอลงจากที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 33.2 ปีก่อน ภาวะการอุปโภคบริโภคที่ชะลอลงเป็นผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น สำหรับเครื่องชี้สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ปริมาณการจดทะเบียนรถยนต์เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อนเล็กน้อยร้อยละ 0.7 จากการที่ผู้ประกอบการนำส่งรถยนต์ใหม่ให้ลูกค้ามากขึ้น ปริมาณจดทะเบียนรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อนร้อยละ 1.5 เนื่องจากมีรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ที่ออกสู่ตลาดกระตุ้นให้มีการบริโภคมากขึ้น

 

การลงทุนภาคเอกชนภาคเหนือในเดือนมิถุนายน ซบเซา และแสดงสัญญานชะลอลงตั้งแต่ปลายไตรมาส 1เป็นต้นมา โดยเฉพาะการก่อสร้างลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ประกอบกับความไม่แน่นอนทางการเมือง ส่งผลให้ภาคเอกชนชะลอการลงทุน สำหรับเครื่องชี้สำคัญได้แก่ พื้นที่รับอนุญาตก่อสร้างในเขตเทศบาลลดลงร้อยละ 16.1 เนื่องจากมีการลงทุนก่อสร้างไปมากแล้วในก่อนหน้านี้ ค่าธรรมเนียมขายและขายฝากที่ดินลดลงร้อยละ 19.3 และมูลค่าการนำเข้าเครื่องจักรและส่วนประกอบลดลงจากระยะเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 23 ส่วนการลงทุนในกิจการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน เพิ่มขึ้นร้อยละ 44.2 ส่วนใหญ่เป็นการขยายการผลิตของกิจการเดิมเป็นสำคัญ อย่างไรก็ดี สำหรับการลงทุนของอุตสาหกรรมส่งออกและโรงแรมที่ริเริ่มไปแล้วยังคงดำเนินการต่อเนื่อง

 

ด้านการค้าต่างประเทศ การส่งออกผ่านด่านศุลากาการในภาคเหนือครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อนร้อยละ 13.6 เป็น 2176.2 ล้านดอลลาร์ การส่งออกผ่านด่านศุลกากรลำพูนเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.8เป็น 959.4 ล้านดอลลาร์ สินค้าสำคัญคือเครื่องตัดต่อวงจรไฟฟ้า ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ เลนส์ และอัญมณี ส่วนการส่งออกผ่านด่านท่าอากาศยานเชียงใหม่เพิ่มร้อยละ 18.8 เหลือ 99.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มมากขึ้นในช่วงต้นปีจากสินค้าชุดสายไฟและเคเบิล โดยมีตลาดส่งออกที่สำคัญคือญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา การส่งออกผ่านชายแดนลดลงร้อย 5.2 เหลือ 274.4 ล้านดอลลาร์ และมีแนวโน้มลดลงมาตั้งแต่ต้นปี จากการส่งออกไปพม่าที่ลดลงเป็นสำคัญ โดยลดลงร้อยละ 7.4 เหลือ 212.3 ล้านดอลลาร์ ส่วนการส่งออกไปจีนลดลง ร้อยละ 2.7 ส่วนการส่งออกไปลาวเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.9

 

การนำเข้า ครึ่งปี 49เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อนร้อยละ 15.7 เป็น 842.7 ล้านดอลลาร์ การนำเข้าผ่านด่านศุลกากรลำพูน เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 11.9 เป็น 758.9 ล้านดอลลาร์ จากการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบที่สำคัญชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์โลหะ เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.2 และร้อยละ 39.1 ง การนำเข้าผ่านด่านศุลกากรท่าอากาศยานเชียงใหม่เพิ่มขึ้น 2 เท่าตัวเป็น 35.9 ล้านดอลลาร์ จากสินค้าประเภทสายไฟ การนำเข้าผ่ายชายแดนเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.7 เป็น 47.9 ล้าน การนำเข้าจากพม่าและลาวเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.5 และร้อยละ 43.3 ส่วนการนำเข้าจากจีนตอนใต้ ลดลง ร้อยละ 2 โดยลดการนำเข้า ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ไม้ และเครื่องจักรกล

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์