ถึง บก.ประชาไท

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ถึง บก.ประชาไท

 

ผมเข้าใจว่า กอง บก.ไม่ห็นด้วยกับการรัฐประหาร แต่ผมคิดว่า ระบอบทักษิณทำร้ายประชาธิปไตยและฉีกรัฐธรรมนูญมากว่า 5 ปี แล้ว

 

ถ้าระบอบทักษิณอยู่ต่อไปและมีการเลือกตั้งอีกตามยุทธศาสตร์ของพวกเขา  ทรท.ก็ย่อมได้รับการเลือกตั้งอีกจากกลไกลที่พิการของรัฐธรรมนูญที่คุณหวงแหนไม่ใช่หรือ   แล้ว กอง บก.คิดว่าจะโค่นล้มระบอบทักษิณได้อย่างไร หรือ มีวิธีการต่อสู้อย่างอื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิไปไตยที่แท้จริงแทนประชาธิปไตยจอมปลอมภายใต้รัฐธรรมนูรญที่มีแต่ชื่อฉบับนี้ 

 

 การต้านรัฐประหารสามารถทำได้ย่อมไม่มีปัญหาและทุกคนควรต้านหากการกระทำรัฐประหารนั้นเป็นการกระทำที่เลวบริสุทธิ เพื่อพวกตัวเอง หรือ เช่นที่ระบอบทักษิณได้กระทำชำต่อเรา และต่อประเทศไทยอย่างสาหัสมาแล้ว

 

แต่วันนี้ผมยังเห็นว่าควรให้โอกาส คปค.ก่อน ซึ่งแน่นอนว่าการรัฐประหารครั้งนี้ย่อมไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอน ยังจะมีให้เราต้องต่อต้านอีก ผมเองไม่เคยชื่นชอบการรัฐประหารและเศร้าใจเช่นเดียวกับพวกคุณ แต่พวกคุณลองใช้ความเป็นธรรมพิจารณาว่า ก่อนเกิดเหตุรัฐประหาร เกิดอะไรบ้างในรอบ 1 ปี ที่ผ่านมา ความชั่วช้าของระบอบทักษิณ เป็นอย่างไร เช่น การอุ้มฆ่าทนาย สมชาย  การวิสามัญผู้คนไปกว่า 1500 ศพ. ย่อมพิสูจน์ว้า ระบอบทักษิณอยู่ต่อไปอีกไม่ได้แม้วินาทีเดียว นี่ไม่รวมถึงธุรกิจการเมือง และ การทุจริตมหาศาล เช่น ctx ที่มีหลักฐานชัดเจนที่ สตง.จะสามารถดำเนินการได้ทันที ในขณะนี้ แต่ในระบอบทักษิณ สตง.จะสามารถทำเช่นนี้ได้หรือไม่

 

ผมว่าในความเป็นจริงการประเมินคุนค่าการกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดทางการเมืองเราต้องประเมินว่ามนุษยชาติได้อะไรจากการกระทำเช่นนั้นด้วย  คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นหรือสิ่งที่มันเป็น กับ สิ่งที่เราอยากให้เป็น มันมักไม่สอดคล้องกันหรือยากมากที่เราจะสามารถได้รับสองสิ่งในเวลาเดียวกันในเงื่อนไขที่เราควบคุมไม่ได้

 

ในกรณีนี้ก็เช่นเดียวกันสิ่งที่เราอยากให้เป็นคือการล้มของระบอบทักษิณ แต่สิ่งที่มันเป็นคือเราต้องล้มระบอบนี้ด้วยการต่อสู้ของภาคประชาชน และ ในที่สุดเราต้องแลกมันมาด้วยการทำรัฐประหารที่เราควบคุมไม่ได้ เพราะการเกิรัฐประหารย่อมหนีไม้พ้นของของสองกลุ่มที่มีความขัดแย้งกันคือ ระหว่างสองขั้วอำนาจ คือ ทุนสามานย์ใหม่  กับ แนวทางจารีตนิยมบวกทุนเก่า ประชาชนย่อมได้รับผลจากสิ่งทีมันเป็นไม่ทางหนึ่งก็ทางใด มันหลีกหนีสัจจะธรรมนี้ไม่พ้น เพราะลำพังภาคประชาชนหรือพรรคการเมืองของประชาชน ย่อมไม่มีพลังในการขับเคลื่อนทางการเมืองเพียงพอที่จะล้มระบอบทักษิณได้หรือแม้แต่ หนังสือประชาไท ที่ผมชื่นชนอยู่ก็ตาม  

 

 

คือสรุปได้ว่าไม่มีทางที่ในสถาณการณ์เช่นนี้ภาคประชานจะสามารถโค่นระบอบทักษิณลงได้ ก็คือสิ่งที่มันเป็นไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เราอยากให้เป็นั่นเอง

 

ผมให้เกียรติ และขอชื่นชม พวกคุณที่รักและหวงแหนประชาธิปไตย และ สิทธิเสรีภาพของเสรีชนรวมถึงเสรีภาพสื่อ และสิ่งที่พวกคุณยืนหยัดตลอดมาแต่การทำรัฐประหารไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้แล้วไม่ว่าฝ่ายระบอบทักษิณที่ได้เตรียมการไว้จาก ไอ้ห้อย ไอ้ตู้เย็น และ พวก ตท. 10 ในการชุมนุมวันที่ 20 ก.ย.49 แล้วคุณคิดไหมว่าหากการทำรัฐประหารโดยระบอบทักษิณจะมีคนล้มตายกี่คน บทเรียนจากการกระทำของรัฐเมื่อ 6 ต.ค 19 ย่อมเป็นที่พิสูจน์ได้ดีว่ารัฐสามารถกระทำต่อประชาชนได้ รวมถึงเหตุการ์ ที่ ตากใบ กรือแซะ และการวิสามัญกว่า 1500 ศพ ภายใต้รัฐบาลนี้ที่เกิดขึ้นมาแล้ว  นอกจากนี้ยังพบว่าการต่อต้านรัฐประหารยังเป็นการเคลื่อนไหวของระบอบทักษิณอีกด้วยในลักษณะเช่นนี้  เช่นที่แสดง ใน www.peace.in.th มีกลุ่มบุคคลหลายคนที่พิสูจน์ได้ว่าโยงใยสนับสนุนระบอบทักษิณใน web ดังกล่าว

 

ผมเสียใจถ้าเราต้องแยกกันเดินเพียงเพราะการที่ กอง บก.ทนไม่ได้ต่อการกระทำรัฐประหารที่ไม่มีการเสียเลือดเนื้อ หรือ เพียงเพราะเราให้โอกาส คปค.ที่จะต้องสะสาง ความเลวของระบอบทักษิณที่เราต้องทนมากว่า 5-6 ปี แต่ กอง บก. ทนไม่ได้แม้แต่เพียง 5-6 นาที หรือ อาจจะ 5-6 ชั่วโมง หรือ อาจจะ 5-6 วัน หรือ อาจจะ 5-6 สัปดาห์

 

ผมยังหวังว่าถ้าเรายังมีจุดหมายเดียวกันคือ "ประเทศต้องเป็นเอกราช ประชาชาติต้องมีประชาธิปไตย หัวใจต้องเป็นเสรีชน"  ก็ขอให้ กอง.บก.ให้โอกาสต่อ คปค.สักครั้งเหมือนที่ครั้งหนึ่งเราคือให้โอกาสต่อ พคท. หรือ แม้ แต่ ทรท. ด้วยซ้ำไป

 

จริงอยู่เราไม่อาจคาดหวังหรือมีหลักประกันใดๆได้จากการกระทำรัฐประหารครั้งนี้ ว่าเป็นการถอยหลังลงคลองหรือกลับไปอยู่ภายใต้ร่มเงาของจารีตนิยมอย่างดิ่งลึกลงไปอีก แต่ การต่อต้านรัฐประหารไม่ว่าครั้งไหนๆ หรือ การต่อสู้เพื่อระบอบที่ก้าวหน้าและที่ดีกว่าก็ยังไม่สายเกินไปเสมอ  ยกเว้นว่าการต่อต้านรัฐประหารนี้เป็นการเคลื่อนไหวที่แอบแฝงเพื่อการดำรงอยู่และพิทักษ์ระบอบทักษิณต่อไป ผู้ที่ต่อต้านก็ต้องเป็นศัตรูกันกับภาคประชาชนตัวจริงอย่างถาวรนั่นเอง

 

ท้ายสุดนี้ผมหวังว่ามันคงยังไม่สายเกินไปที่เราจะยังร่วมทางเดียวอีก

 

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์