เตรียมประกาศเคอร์ฟิว 3 จังหวัด แต่ "หาดใหญ่" ยังต้องพิจารณารอบคอบ

ประชาไท - 19 ก.ย. 49 เมื่อวันที่ 18 ก.ย. กองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้(กอ.สสส.จชต.) เตรียมประกาศห้ามประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกนอกเคหะสถานภายในเวลาที่กำหนด หลังจากที่กลุ่มก่อความไม่สงบได้ก่อเหตุร้ายจนทำให้ประชาชนเสียชีวิต และบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

 

นาวาเอกคณีพล สงเจริญ รองหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.สสส.จชต. กล่าวว่า ตามที่ได้เกิดเหตุกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ก่อเหตุเหตุร้ายอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้วางระเบิดในอำเภอหาดใหญ่ 6 จุด ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก การกระทำดังกล่าวนั้นเป็นการกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และมุ่งหวังให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว ไม่ให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงเป็นอย่างมาก

 

กอ.สสส.จชต. จึงแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ไปยังสื่อมวลชน สถานที่ราชการ หน่วยงานภาครัฐ เพื่อเผยแพร่ข่าวให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบว่า กอ.สสส.จชต. ขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า อาจจำเป็นจะต้องประกาศห้ามประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกนอกเคหะสถานภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ หรือจนกว่าเหตุการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ โดยอาศัยอำนาจตาม พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548

ทั้งนี้ เพื่อป้องกันและขัดขวางมิให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้เคลื่อนไหวก่อเหตุ อีกทั้งเพื่อให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานได้สะดวก และเป็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

 

กอ.สสส.จชต. ได้คำนึงแล้วว่า การประกาศใช้มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในช่วงระยะเวลาดังกล่าว จึงขออภัยในความไม่สะดวกในครั้งนี้ด้วย และขอประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนได้ทราบโดยทั่วกัน

ส่วนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดเหตุรุนแรงล่าสุดนั้น ยังมีข้อกังวลว่าหากมีการประกาศใช้อำนาจตาม พระราชกำหนด(พ.ร.ก.)การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน อาจกระทบในหลายด้าน

 

พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ผบ.สส. กล่าวว่า การพิจารณาใช้ พ.ร.ก.การบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่หาดใหญ่ ต้องรออีกสักพัก โดยจะให้ กส.ชต. และ กอ. สสส.จชต. พิจารณาในรายละเอียดก่อน และต้องระมัดระวัง เพราะในพื้นที่หาดใหญ่เป็นเมืองทางเศรษฐกิจของทางภาคใต้

ส่วน พล.ท.พลางกูร กล้าหาญ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร บก.สส. กล่าวว่า อยู่ที่ผู้บริหารจะพิจารณาอย่างรอบคอบเพราะ พ.ร.ก.คือเครื่องมือที่จะก่อให้เกิดความสงบสุขซึ่งจะทำให้ผู้ก่อการร้ายถูกจำกัดสิทธิในการเคลื่อนไหว พ.ร.ก.ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว แต่เป็นประโยชน์เพื่ออำนวยความสุขให้กับประชาชนและสร้างความปลอดภัย

 

ด้าน พล.ท.องค์กร ทองประสม แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า เหตุการณ์ระเบิดที่พื้นที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา อยู่นอกเขตความรับผิดชอบของ กอ.สสส.จชต จึงต้องปล่อยให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้รับผิดชอบ แต่ฝ่ายทหารจะเป็นผู้สนับสนุนตามที่ได้ร้องขอจึงไม่สามารถเข้าไปร่วมประชุมเพื่อปรับแผนการระวังป้องกันได้ อย่างไรก็ตาม ทั้งกฎอัยการศึกและ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้มีการประกาศเขตครอบคลุม จ.สงขลาทั้งหมด โดยเฉพาะในพื้นที่หาดใหญ่ คงไม่สามารถประกาศเคอร์ฟิวได้ เพราะไม่มีกฎหมายอะไรรองรับ

 

แต่หากเกิดเหตุการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถประกาศเคอร์ฟิวได้ เนื่องจากมีการกำหนดขอบเขตอยู่ใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยห้ามไม่ให้ประชาชนออกนอกเขตในพื้นที่ หรือ เคลื่อนย้าย อย่างไรก็ หากนายกรัฐมนตรีจะประกาศเขตพื้นที่ฉุกเฉินโดยใช้อำนาจ พ.ร.ก. ก็สามารถทำได้ โดยให้ ครม. รับทราบภายใน 24 ชม. หาก ครม. ไม่เห็นด้วยก็จะไม่มีผลบังคับใช้

 

นายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ กล่าวว่า ยังไม่สรุปชัดเจนว่าอย่างไร หากประกาศอย่างที่เป็นข่าวจริง ในฐานะเป็นนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากพื้นที่ อ.หาดใหญ่ แตกต่างจากพื้นที่ 3 จังหวัด ทั้งนี้ เศรษฐกิจของหาดใหญ่ จะพังทั้งระบบ เพราะ เป็นเมืองท่องเที่ยว เมืองการค้า การที่เจ้าหน้าที่จะเข้ามาติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุจนถึงขั้นนำ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมาใช้เศรษฐกิจพังแน่นอน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์