กก.สิทธิฯจับตาการรวมหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว

ประชาไท - 19 ก.ย. 49 ความคืบหน้าแผนการย้ายหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว 3 แห่งของจังหวัดแม่ฮ่องสอนมาอยู่รวมกันในพื้นที่เดียวกันนั้น เมื่อวันที่ 7-8 กันยายน 2549 คุณหญิงอัมพร มีสุข กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชาติพันธุ์ พร้อมคณะได้ลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ทั้ง 3 หมู่บ้าน คือบ้านในสอย ต.ปางหมู , บ้านห้วยเสือเฒ่า ต.ผาบ่อง และบ้านห้วยปูแกง ต.ผาบ่อง และประชุมร่วมกับจังหวัดแม่ฮ่องสอนถึงนโยบายดังกล่าวโดยมีนายพงษ์เดช ทิพย์เดจ ปลัดจังหวัดแม่ฮ่องสอนชี้แจงรายละเอียด

 

ทั้งนี้ ประเด็นที่คณะกรรมการสิทธิฯต้องการทราบชัดเจนคือ การย้ายกะเหรี่ยงคอยาวครั้งนี้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตจริงหรือไม่ ในที่ประชุมรายงานว่าได้เตรียมการย้ายไว้เพื่อเป้าหมายการพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นหลัก โดยได้เตรียมพื้นที่ใกล้ห้วยปูแกง ซึ่งเป็นแหล่งดั้งเดิมของกะเหรี่ยงคอยาว 103 ไร่ ให้โยธาธิการและผังเมืองวางผังหมู่บ้านไว้ จะแล้วเสร็จในเดือนกันยายนนี้ และเตรียมการพัฒนาการศึกษา ให้ความรู้ด้านฝีมือแรงงาน ส่งเสริมงานหัตถกรรมที่กะเหรี่ยงคอยาวทำอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น

                   

นอกจากนั้นยังเป็นการจัดระเบียบชายแดน เพราะการอยู่กระจายกันใน 3 หมู่บ้านเริ่มมีการปะปนระหว่างกะเหรี่ยงคอยาวผู้อพยพหนีภัยสงครามกับกะเหรี่ยงทั่วไป ซึ่งขณะนี้ได้มีการเริ่มจัดทำระบบน้ำปะปาภูเขาให้ในพื้นที่ กันพื้นที่กสิกรรมให้ มีการสร้างระบบธนาคารข้าว ส่วนการท่องเที่ยวถือว่าเป็นผลพลอยได้ตามมา

 

อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดมีนโยบายว่าจะไม่มีการเรียกเก็บเงินจากบริษัททัวร์หรือนักท่องเที่ยว แต่รายได้จะไปสู่หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวด้วยการแสดงวัฒนธรรมของชนเผ่าเอง การจำหน่ายสินค้าหัตถกรรม และนำรายได้มาเป็นส่วนรวมให้หมู่บ้านมีการบริหารกันเอง

 

จังหวัดคงจะต้องเดินหน้านโยบายนี้ต่อไป ซึ่งคุณหญิงอัมพรได้ฝากประเด็นการปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักสิทธิมนุษยชนและการสร้างความเข้าใจกับกะเหรี่ยงคอยาว

 

แหล่งข่าวจากสำนักงานป้องกันจังหวัดแม่ฮ่องสอนกล่าวว่า จังหวัดคงจะเดินหน้าแนวทางนี้ต่อไป เพราะเห็นว่าจะเป็นหนทางที่ดูแลพัฒนากะเหรี่ยงคอยาวและควบคุมดูแลด้านความมั่นคงได้ แต่ยอมรับว่าเริ่มมีกระแสต่อต้านที่มีมุมมองหลายด้าน ทั้งสิทธิมนุษยชน ผลประโยชน์ในแหล่งท่องเที่ยวเดิม รวมทั้งความคิดของกะเหรี่ยงคอยาวเองที่มีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

 

แหล่งข่าวคนเดิมกล่าวในประเด็นสิทธิมนุษยชนว่า จะติดมากับมุมมองที่มีต่อชนเผ่าเสมอ แต่โครงการนี้มิได้นำกะเหรี่ยงคอยาวมากักขังเพื่อผลประโยชน์ทางการท่องเที่ยว เพราะได้วางแนวทางพัฒนาคุณภาพชีวิตภายใต้วิถีวัฒนธรรมของพวกเขา ส่วนประเด็นผลประโยชน์แหล่งท่องเที่ยวเดิมยอมรับว่าจุดเดิมมีกลุ่มบริษัทนำเที่ยวที่เข้าไปบริหารจัดการ รวมทั้งกะเหรี่ยงเองก็มีการดำเนินการที่อาจเชื่อมโยงกับปัญหาความมั่นคงชายแดนที่ลึกซึ้ง ซึ่งการย้ายไปทำให้เกิดเสียผลประโยชน์ได้ แต่เหตุผลด้านการท่องเที่ยวในจุดที่ย้ายไปรวมกันที่ห้วยปูแกงถือเป็นแหล่งดั้งเดิมที่กะเหรี่ยงคอยาวมาอยู่เมื่อแรกอพยพลี้ภัยจากพม่ามาอยู่แม่ฮ่องสอน แต่สิ่งที่จะสืบเนื่องเชื่อมโยงคือเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวเข้าไปได้ทั้งทางรถและทางเรือ ซึ่งจะมีความประทับใจกว่าด้วย

 

แหล่งข่าวยังกล่าวถึงประเด็นการลี้ภัยไปประเทศที่ 3 ของกะเหรี่ยงคอยาวว่า มีกระแสข่าวว่าประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และสวีเดนเปิดรับการลี้ภัยของกะเหรี่ยง แต่จะต้องมีหลักเกณฑ์คืออยู่ในศูนย์อพยพผู้ลี้ภัยในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมากะเหรี่ยงคอยาวทั้งหมดไม่ได้อยู่ในศูนย์ฯ

 

ส่วนแนวทางของจังหวัดต่อการย้ายหมู่บ้านครั้งนี้คือ หากกะเหรี่ยงคอยาวรายใดไม่ประสงค์ไปอยู่ที่ห้วยปูแกงก็ให้อยู่ไปในศูนย์ฯ ซึ่งความต้องการของกะเหรี่ยงก็มีทั้งที่อยากย้ายไป และที่ยังผูกพันอยู่ในที่เดิมอยู่พอๆ กัน

 

นายดิเรก ก้อนกลีบ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า สถานที่ ที่ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้จัดเตรียมไว้นั้น พร้อมแล้วที่จะมีการก่อสร้างหมู่บ้านวัฒนธรรมท่องเที่ยวของกะเหรี่ยงคอยาว โดยในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ จังหวัดได้จัดยานพาหนะ นำกะเหรี่ยงคอยาวใน 2 หมู่บ้าน คือบ้านในสอย และ บ้านห้วยเสือเฒ่า ไปดูสถานที่ที่จะก่อสร้างบ้านของพวกเขา โดยที่เขาจะเป็นผู้ออกแบบบ้านเรือนเอง ส่วนทางจังหวัดจะรับผิดชอบในด้านค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง และการจัดพื้นที่ทางด้านการเกษตรกรรม รวมทั้งการจัดสร้างสถานีอนามัยและโรงเรียน รวมไปถึงสะพานสลิงข้ามแม่น้ำปายเพื่อใช้เป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่จะเข้าสู่หมู่บ้านดังกล่าวนอกเหนือจากทางสัญจรทางน้ำในแม่น้ำปาย

 

อย่างไรก็ตาม หากผู้ใดที่ไม่อยากที่จะย้ายไปอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวหลังจากที่ทางจังหวัดได้เข้าไปทำความเข้าใจและชี้แจงเป็นครั้งสุดท้ายในเดือนนี้ ทางจังหวัดก็พร้อมที่จะยินดีให้กะเหรี่ยงคอยาวที่ไม่พร้อม เข้าไปอาศัยอยู่ในศูนย์อพยพได้ดังเดิม

 

นอกจากนี้ มีรายงานข่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา นายซอแหล่ ผู้ดูแลกะเหรี่ยงคอยาวบ้านห้วยเสือเฒ่า ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ระบุว่ากะเหรี่ยงคอยาวที่ห้วยเสือเฒ่า 26 ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากผู้ประกอบการที่ดูแลไม่ยอมจ่ายเงินเดือนครอบครัวละ 1,500 บาท และค่าข้าวสารเดือนละ 180 บาท ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2549 เป็นต้นมาโดยไม่ชี้แจงสาเหตุ ซึ่งพวกเขาเตรียมจะรวมตัวกันปิดหมู่บ้านห้วยเสือเฒ่าไม่ยอมออกมาให้นักท่องเที่ยวชม ส่วนการจะให้ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ก็ไม่เห็นด้วย เพราะผูกพันกับบ้านห้วยเสือเฒ่ามานับ 10 ปี

 

นางจันทร์เพ็ญ สันติสุข ผู้ดูแลกะเหรี่ยงคอยาว บ้านห้วยเสือเฒ่า กล่าวชี้แจงว่า กรณีที่มีการร้องเรียนจากกะเหรี่ยงคอยาวในหมู่บ้านห้วยเสือเฒ่า ว่าได้ติดเงินค่าดูแลกะเหรี่ยงคอยาวนั้นเป็นความจริง สาเหตุมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวมีน้อยลง ทำให้รายได้จากการเข้าชมก็ลดน้อยลงตามไปด้วย ซึ่งเกิดจากการที่นักท่องเที่ยวได้หันไปเที่ยวชมกะเหรี่ยงคอยาวที่เชียงใหม่แทน ขณะที่สถานที่ท่องเที่ยวกะเหรี่ยงคอยาวที่บ้านในสอย ต.ปางหมู นั้น เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีบริษัททัวร์จองล่วงหน้าเป็นปี ๆ ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเป็นประจำ

 

ส่วนบ้านห้วยเสือเฒ่า และบ้านห้วยปูแกง ส่วนมากนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวจะเป็นประเภทนักท่องเที่ยวขาจร แต่คาดว่าในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะถึงนี้ คงจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เข้ามาเที่ยวชมกะเหรี่ยงคอยาวเพิ่มมากขึ้น และสามารถมีรายได้เพิ่มจนเพียงพอที่จะจ่ายเงินทดแทนย้อนหลังให้กับกะเหรี่ยงคอยาวในบ้านห้วยเสือเฒ่า ที่ติดค้างไว้ประมาณ 4 เดือน เป็นเงินรวม 4.8 แสนบาท

 

ส่วนการที่จังหวัดจะย้ายสถานที่ไปอยู่รวมกันนั้นเห็นด้วยเพราะจะทำให้การท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนดีขึ้นกว่าเดิมและจากการที่ทางเจ้าหน้าที่ของเชียงใหม่ได้ทำการปราบปรามการนำกะเหรี่ยงคอยาวไปแสดงตัวเพื่อเก็บเงินจากนักท่องเที่ยว เชื่อว่าน่าทำให้นักท่องเที่ยวจะหันกลับมาเที่ยวชมกะเหรี่ยงคอยาวที่แม่ฮ่องสอนเหมือนเดิม

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์