อดีตแม่ทัพภาค4 เสนอแนวทางรูปธรรม 19 ข้อคลี่ปัญหาภาคใต้

เมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่โรมแรมดุสิตธานี พล.อ.ปานเทพ ภูวนารถนุรักษ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 แถลง 19 มาตรการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  

 

"... ผมออกมาพูดไม่ใช่เพราะอยากดัง ไม่ใช่เพราะเสียผลประโยชน์ แต่ไม่อาจทนดูการแก้ปัญหาภาคใต้อย่างผิดวิธีต่อไปได้อีก โดยเฉพาะการเกิดเหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ผ่านมาผมพยายามทำความเข้าใจกับผู้รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และแม่ทัพภาคที่ 4 หลายคน ดูเหมือนคนเหล่านั้นไม่เข้าใจ คนที่เหมือนจะเข้าใจอยู่คนเดียว คือ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.แต่บังเอิญเวลานี้ ท่านไม่สามารถดำเนินการอะไรได้

 

แรงบันดาลใจสูงสุดที่ให้มาพูดในวันนี้ คือ พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา ที่มีพระราชดำรัสว่าวิกฤตที่สุดในโลก มาพิจารณาดูวิกฤตที่สุดมีอยู่ 2 เรื่องใหญ่ คือ การแตกความสามัคคีของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ถึงขั้นจับอาวุธมาห้ำหั่นกัน และวิกฤตการแตกแยกกันทางความคิดทางการเมืองจนถึงเลือดตกยางออก ไม่เว้นแม้กระทั่งคนแก่และผู้หญิง ไม่ว่าเป็นทหาร ตำรวจ ถือเป็นข้าราชการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนั้น ขอเรียกร้องไปยังเพื่อนข้าราชการ โดยเฉพาะข้าราชการทหารทุกฝ่ายที่น้อมรับแก้วิกฤตของชาติ ควรคิดและทำในสิ่งที่ควรจะทำ แต่ถ้าทำไม่ได้ ผมขอเรียกร้องให้ถวายยศและถวายเครื่องราชฯคืน

 

การแก้ปัญหาภาคใต้เวลานี้รัฐบาลแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เราต้องแก้ที่ต้นเหตุ แก้ปัญหาด้วยความเข้าใจและเอาความจริงมาพูด แต่รัฐบาลทำเวลานี้ คือ ความไม่เข้าใจ ยืนยันว่าปัญหาภาคใต้ไม่ใช่การแบ่งแยกดินแดน แต่เป็นการเรียกร้องความเป็นธรรมที่ผิดวิธี ถ้าเราให้ความเป็นธรรมแก่เขาก็จะสามารถแก้ปัญหาได้ ความเป็นธรรมที่ว่านั่นก็อยู่ที่ว่าความรู้สึก เราต้องแก้ที่จิตสำนึก แก้ด้วยความจริง เขาไม่ผิดก็อย่าพยายามทำให้ผิด เราต้องมีความจริงใจในการแก้ปัญหาไม่ใช่การสร้างภาพ

 

อย่าเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือจุดยืนไปเรื่อยๆ สิ่งสำคัญต้องเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ต้องเข้าใจคนใต้ ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดเขามีความคิดตรงกันคือมีเหตุผล มีศักดิ์ศรีเหนือกว่าเงินทอง คนใต้นิยมแสวงหาความเป็นธรรมด้วยตนเอง

 

ปัญหาภาคใต้เสมือนไฟสุ่มขอน ไม่มีวันดับ หากเปรียบเป็นผู้ป่วยก็เป็นผู้ป่วยเรื้อรังไม่มีวันหาย แค่สามารถ

ที่จะควบคุมโรคได้ โรคที่ว่านี้อยู่ในความดูแลของหมอใหญ่คือ แม่ทัพภาคที่ 4 และหมอคนอื่นๆ ที่มีทั้งพลเรือน ตำรวจ และราษฎรอาสาสมัคร

 

ปัญหาภาคใต้มีจุดเปลี่ยนเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2545 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกคำสั่งที่ 123/2545 ให้ยุบเลิก พลเรือนตำรวจทหาร (พตท.) 43 และ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาใต้ (ศอบต.) การยุบทั้งสองหน่วยงานไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่มีสิ่งที่ขาดหายไปเมื่อยุบ ศอบต.แล้ว ยังไม่มีการนำมาแทนที่ คือ การอบรมข้าราชการที่ไปอยู่ภาคใต้กับการรับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ผมไม่ได้โกรธ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรี แต่บอกเลยว่าตราบใดที่ พล.ต.อ.ชิดชัยรับผิดชอบไม่สามารถแก้ปัญหาได้สำเร็จ ดูอย่างสมัยที่ดูแลการแก้ปัญหายาเสพติดก็เกิดการฆ่าตัดตอน ยุทธการฆ่าคนบริสุทธิ์ได้เริ่มต้นขึ้น และล่าสุดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม มีคำสั่งเงียบๆ ออกมาให้เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยรักษาความมั่นคงภายใน (ผอ.กอ.รมน.) แล้วอย่างนี้ ผบ.ทบ. จะทำอะไรได้ ผมเห็นว่าควรที่จะให้ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) มาเป็น ผอ.กอ.รมน. จากนั้นในวันที่ 24 สิงหาคม มีการปลด พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีต รอง ผอ.กอ.รมน.ว่ามีส่วนพัวพันกับการลอบสังหารนายกรัฐมนตรี ผมไม่สามารถพูดได้ว่าจริงหรือไม่ แต่ถ้าจริงถือโอกาสล้าง กอ.รมน.โดยผู้ที่ทำงานอยู่ใน กอ.รมน.ติดข้อหาทั้งหมด จึงได้โอกาสเปลี่ยนแปลงให้ พล.ต.อ.ชิดชัย มาเป็น ผอ.กอ.รมน.และ พล.อ.ชิดชัยคงจะเอาทหารที่ทำงานออกแล้วเอาตำรวจมาแทน

 

ขณะนี้มีการสร้างข่าวชี้นำในทางที่ผิด เห็นว่าหน่วยงานด้านการข่าว ประกอบด้วย 3 หน่วยงาน ได้แก่ 1.หน่วยสันติบาล ผู้รับผิดชอบคือ ตำรวจ 2.ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) คือทหาร และ 3.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ที่มีพลเรือนรับผิดชอบ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับนำ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ มารับผิดชอบ จึงทำให้หน่วยงานด้านการข่าวของรัฐเหลือเพียง 2 หน่วยงาน คือตำรวจและทหาร เคยบอก พ.ต.ท.ทักษิณแล้วว่า ถ้าทำอย่างนี้ข่าวที่ได้จะไม่ถูกต้องจะเป็นเพียงข่าวที่ถูกใจเท่านั้น

 

ผมมีข้อเสนอรัฐบาลใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหน้าเหลี่ยมหรือรัฐบาลหน้าหล่อ ไม่ว่าจะผมดกหรือผมบาง ตัวสูงมากตัวสูงน้อยดังนี้ 1.การใช้วาจาต้องไม่ดูถูก ดูแคลน 2.รัฐบาลใหม่ต้องไปขอโทษประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ เหมือนอย่างที่สมัย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรีก็เคยทำมาแล้ว 3.ต้องให้คำตอบกรณีการปราบปรามยาเสพติดที่ พล.ต.อ.ชิดชัย สั่งมีการฆ่าตัดตอน ซึ่งเวลานี้ พล.ต.อ.ชิดชัยสามารถที่จะตอบได้ เพราะมีตำแหน่งเป็นถึง ผอ.กอ.รมน.และรักษาการนายกรัฐมนตรี

 

4.ต้องให้คำตอบเรื่องของนายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความชาวมุสลิมที่ถูกอุ้มหายตัวไป 5.ต้องให้คำตอบกรณีเหตุการณ์ 28 เมษายน ที่ชาวบ้านยังติดใจเรื่องที่เกิดที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ว่าทำไมนักฟุตบอลถึงถูกฆ่าทั้งทีม 6.ให้คำตอบเรื่องกรณีตากใบ จ.นราธิวาส 7.ขอให้ข้าราชการประจำรับผิดชอบเหมือนเดิม รัฐบาลต้องไม่แทรกแซง 8.ยกเลิก พ.ร.ก.ภาวะฉุกเฉิน 9.ใช้วิธีการแก้ปัญหาทางทหาร โดยการเอาชนะทางความคิด

 

10.ยกเลิกผู้ว่าฯซีอีโอ 11.ให้ ผบ.ทบ.เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (ผอ.กอ.รมน.) 12.ต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย 13.ส่งเสริมให้มีการเรียนภาษาไทย สร้างสำนึกความเป็นไทย 14.แก้ความเข้าใจในหมู่ประชาชน 15.ส่งเสริมโรงเรียนเอกชนที่สอนศาสนาด้วยภาษาไทย 16.ให้พลเรือนเป็น ผอ.สำนักข่าวกรอง 17.ไม่จำเป็นต้องตั้ง พตท.43 และ ศอ.บต. เพียงแต่ให้อำนาจแม่ทัพภาคที่ 4 เต็มที่ 18.ให้เลิกใช้วิธีการของตำรวจ โดยใช้วิธีของทหาร และ 19.พึ่งบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้านางฯ พระบรมราชินีนาถ เพราะหากไม่มีพระองค์ เหตุการณ์ภาคใต้ก็จะลุกเป็นไฟ

ส่วนที่ถามว่าการเกิดเหตุการณ์ที่ จ.ยะลา เป็นเพราะความแตกแยกของกองทัพหรือไม่นั้น ผมลงไปในพื้นที่เมื่อวันที่ 8-10 กันยายน จึงรู้ว่าเรื่องนี้เป็นการทำงานที่ไม่เป็นเอกภาพ การจะทำอะไรต้องบอก ผบ.ทบ. ต้องบอกแม่ทัพภาคที่ 4 แต่เขาไปจัดการกันเอง การเอาคนออกมาผมก็เคยทำมาแล้ว มีคนมาติดต่อมอบตัว ปรากฏว่ามาฟอกตัวมากกว่าคงแก้อะไรไม่ได้ สิ่งที่จะแก้ไม่ใช่ให้คนออกมา ต้องให้ความเป็นธรรม วิธีนี้แก้ไม่ได้ ถ้าจะเสนอ พ.ต.ท.ทักษิณ ขอให้ พ.ต.ท.ทักษิณไปอ่านเอกสารที่ผมเสนอด้วยมือเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2548

 

ขณะนี้ผมเห็นว่าประชาชนในพื้นที่ยังไม่ยอมให้ต่างชาติเข้ามาเพื่อไปสู่การก่อการร้ายสากล ถ้าเป็นการก่อการร้ายสากลเขาต้องประกาศแล้วว่าเป็นผลงานของใคร แต่ตอนนี้ไม่ได้ประกาศ ผมจึงเชื่อประชาชนภาคใต้ไม่ยอมอย่างนั้นที่จะก่อเหตุ

 

เหตุที่เกิดขึ้นเป็นแผนที่มีมานานแล้วตั้งแต่ปี 2535 เป็นเป้าหมายของกลุ่มอุดมการณ์ที่พยายามไปให้ถึง เขาพยายามที่จะทำ คิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีหลายกลุ่ม ก็แสดงให้เห็นว่าเขาไม่มีเอกภาพ สำหรับเหตุการณ์ที่หาดใหญ่ผู้ก่อเหตุทำได้ง่ายซึ่งสมัยก่อนเคยทำมาแล้วตั้งแต่ปี 44 ที่ผู้ก่อการร้ายนั่งรถไฟมาและก็นั่งรถไฟกลับ ผมจึงบอกว่าหากไม่ใช่วิธีทหาร หรือ แก้ทางความคิดก็ไม่สามารถทำได้ ส่วนที่ ผบ.ทบ.จะพยายามหาหัวให้เจอนั้น การได้หัวมา เราก็จะทำลายแค่หัว เราลองย้อนกลับไปดูที่ประเทศอิรัก เมื่อจับซัดดัมได้ เรื่องก็ยังไม่จบดังเรื่องเราจะต้องแก้ทางความคิดทั้งกระบวนการ ส่วนการเสนอให้มีการปิดวงจรปิดรอบเมือง อ.หาดใหญ่ ผมเห็นด้วยเป็นเรื่องที่ดี อย่างน้อยก็เป็นการปราบ ทำแล้วคุ้ม แม้ว่าจะใช้งบประมาณมากก็ตาม

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์