มุสลิมกับการถือศีลอด(1) :เป้าหมายการถือศีลอดของมุสลิมที่แท้จริง

โดย   อ. อับดุชชะกูร์ บิน ชาฟิอีย์ ดินอะ (อับดุลสุโก ดินอะ)
Shukur2003@yahoo.co.uk

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณา ปรานีเสมอ ขอความสันติสุข จงมีแด่ศาสดามุฮัมมัดผู้เจริญรอยตามท่านและผู้ประพฤติดีทุกท่าน

ในช่วงวันที่ 24 กันยายน- 22 ตุลาคม 2549 เป็นช่วงที่ชาวไทยมุสลิมและมุสลิมทั่วโลกกำลังถือศีลอด   การถือศีลอดนั้นจะอยู่ในช่วงเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นเดือนที่เก้าของปฏิทินอิสลาม (ซึ่งจะนับเดือนตามจันทรคติ)

ศีลอดคืออะไร

บรรดานักปราชญ์อิสลามได้ให้คำจำกัดความของการถือศีลอด (นิยามในภาษาอาหรับ) ไว้ว่า "การถือศีลอดหมายถึงการงดเว้นจากการบริโภค   การละเมิดกฎกติกามารยาทและการปฏิบัติตามอารมณ์ใฝ่ต่ำนับตั้งแต่แสงรุ่งอรุณจนถึงดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า(เวลากลางวัน)"  อยู่ในประมาณ เวลา 04.40 น.- 18.12 น.

กฎกติกามารยาทมีดังนี้

- เงื่อนไขของการถือศีลอด  1.นับถือศาสนาอิสลาม 2.บรรลุนิติภาวะ 3.มีความสามารถถือศีลอดได้ 4.มีสติสัมปชัญญะ 5.ไม่ใช่ผู้เดินทาง

- เงื่อนไขของการถือศีลอดที่ใช้ได้ 1.นับถือศาสนาอิสลาม 2.มีสติสัมปชัญญะ 3.ไม่มีประจำเดือน หรือเลือดหลังคลอด 4.การตั้งเจตนาด้วยความบริสุทธิใจ

- ความจำเป็นที่สามารถอนุโลมไม่ต้องถือศีลอดได้แก่ผู้ที่มีคุณสมบัติ 1.เดินทาง 2.ป่วย (ที่นำมาซึ่งความหายนะต่อร่างกาย) 3.หิวหรือกระหายจนเกินไป 4.ถูกบังคับ 5.ผู้ที่ทำงานหนัก 6.ผู้ที่ต้องการช่วยคนจมน้ำ 7.ตั้งครรภ์ 8.คนที่ให้นมลูก 9.คนชรา (โดยผู้ที่ได้รับการอนุโลมไม่ให้ถือศีลอดในกรณีดังกล่าวทั้งข้อแรกต้องถือศีลอดชดเชยภายหลังส่วน บุคคล  3 กลุ่มหลังดังกล่าวสามารถเลือกระหว่างการถือศีลอดชดเชยและจ่ายทานชดเชยกล่าวคือ บริจาคอาหารให้คนจนจำนวน 1 มื้อ ต่อ 1 วันที่ขาดไป)

- สิ่งที่ทำให้การถือศีลอดเป็นโมฆะและจำเป็นต้องชดเชยนั้นได้แก่บุคคลดังต่อไปนี้ 1.เจตนาบริโภคอาหารและเครื่องดื่ม (โดยไม่มีความจำเป็นทางศาสนา) 2.เจตนาทำให้น้ำอสุจิหลั่งออกมา (จะด้วยวิธีใดก็ตาม) 3 .เสียสติ (โดยเป็นบ้าเป็นลมหรือสลบ) 4.เจตนาทำให้สิ่งใดล่วงล้ำเข้าไปภายในอวัยวะที่เป็นรู (เช่นหู จมูกทวารหนักและทวารเบา) 5.เจตนาทำให้อาเจียน 6.ปรากฏมีเลือดประจำเดือน(หัยฎฺ)และเลือดหลังคลอด (นิฟาส) 7.มุรตัด(สิ้นสภาพการเป็นมุสลิม)

- สำหรับผู้ที่เจตนาร่วมประเวณีในเวลากลางวันนั้นบุคคลดังกล่าวจะต้องถือศีลอดชดเชยพร้อมกับการขอไถ่โทษและถูกประจาน (ประกาศให้คนในชุมชนรู้) โดยกระบวนการขอไถ่โทษนั้นจะต้องปฏิบัติดังนี้ปล่อยทาสหญิงให้เป็นอิสระ 1 คน  หรือหากไม่มีความสามารถจะต้อง ถือศีลอดชดเชย 2 เดือนติดต่อกัน    หรือหากไม่มีความสามารถอีกก็จะต้อง บริจาคอาหารแก่คนยากจน 60 ทะนาน จำนวนคนละ 1 ทะนาน 

-สิ่งที่พึงกระทำในการถือศีลอด  1.รับประทานอาหารมื้อที่2(ประมาณเวลา02.00น.-04.30น.)ให้ช้าที่สุด  2 .รีบละศีลอดด้วยอินทผาลัมก่อนละหมาดมัฆริบ  3. ไม่แปรงฟันหลังเวลาเที่ยง  4.บริจาคทาน  5.อ่านคัมภีร์อัลกุรอาน 6.การปฏิบัติศาสนกิจในมัสยิด 7. ทำดีและละเว้นความชั่วทุกชนิด

เป้าหมายการถือศีลอด

พระเจ้าได้ตรัสว่า "โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย การถือศีลอดได้ถูกกำหนดแก่สูเจ้า ดังที่พระองค์ได้เคยบัญญัติแก่ชนยุคก่อนจากท่าน เพื่อว่าสูเจ้าจะเป็นผู้ที่ยำเกรง" (อัลกุรอ่าน บทที่ 2 โองการที่ 183) คำว่าผู้ยำเกรงตามทรรศนะอิสลาม หมายถึงการกระทำความดีและละเว้นความชั่ว อิหม่ามชะฮาบุดดีน ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกอิสลาม ได้อธิบายคำว่า ความดีในหนังสือ (al-Furuk) หน้า 15 ไว้ว่า "การกระทำความดีหมายถึงการช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอ การบริจาคทานแก่คนยากจน การให้อาหารแก่ผู้ที่หิวโหย การให้เครื่องนุ่งห่มแก่ผู้ขัดสน การพูดจาไพเราะอ่อนโยนกับทุกคน การให้ความเมตตาต่อผู้คน การปรึกษาหารือซึ่งกันและกัน เพื่อขจัดความขัดแย้งและการทะเลาะวิวาท และอื่นๆ อีกมากมายที่เกี่ยวกับความดีทุกชนิด"

ท่านศาสดามุฮัมมัดกล่าวว่า "การถือศีลอดเป็นโล่ ถ้าหากว่าผู้หนึ่งในพวกท่านถือศีลอดในวันหนึ่งแล้วเขาไม่ทำชั่วและพูดจาหยาบคาย เมื่อมีผู้หนึ่งด่าทอต่อเขาหรือระบายความไม่ดีแก่เขา(ผู้ถือศีลอด) จงกล่าวว่า แท้จริงฉันถือศีลอด"

การถือศีลอดคือการขัดเกลาและฝึกฝนวิญญาณของมนุษย์เกี่ยวกับการอดทนและมีความพร้อมที่จะเผชิญกับทุกสถานการณ์ในแนวทางของอัลลอฮฺสุบหานะฮูวะตะอาลา

การถือศีลอดเป็นการรักษาร่างกายทั้งภายนอกและภายใน อีกทั้งยังได้มาซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตมนุษย์ นั้นคือ การตักวา (การมีความสำนึกถึงอัลลอฮ หรือ ความเกรงกลัวอัลลอฮ)

มุสลิมถือศีลอดในเดือนรอมฎอนกันจริงหรือ? สังเกตุได้จากในช่วงกลางวันของรอมฎอน มุสลิมจะถือศีลอด และประกอบอาชีพเพื่อให้ได้มาซึ่งปัจจัยยังชีพที่ฮะล้าล(สุจริตตามบทบัญญัติ) ส่วนในตอนกลางคืนมุสลิมจะละหมาดตะรอเวียห์ ขอดุอาอ์(ขอพร) ขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ และขอความเมตตาจากพระองค์

แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างมาก ที่มุสลิมบางคนไม่ได้ถือศีลอดตามที่ศาสนากำหนด โดยเขาใช้เวลาเกือบตลอดทั้งวันไปกับการนอน และมีอารมณ์โกรธฉุนเฉียวโดยปราศจากสาเหตุอันควร โดยอ้างว่าเพราะเขาถือศีลอด การถือศีลอดของเขาจึงถือความเกียจคร้านและความฉุนเฉียวในเวลากลางวัน และการอดนอนไปกับสรวลเฮฮาและสิ่งไร้สาระในตอนกลางคืน เป็นการสมควรแล้วหรือ ที่เราจะปล่อยให้เดือนอันประเสริฐ และเต็มไปด้วยความดีงามนี้ผ่านไป ในลักษณะเช่นนี้ปีแล้วปีเล่า เราควรจะได้ฉกฉวยโอกาสแห่งเดือนอันประเสริฐนี้สะสมความดีงามให้มากที่สุด ด้วยการภักดี และขอความเมตตา และขออภัยโทษต่อพระองค์ เพราะไม่แน่ว่าเราจะมีโอกาสได้พบกับรอมฎอนในปีหน้าหรือเปล่า?

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์