TSF: "ถ่ายรูปไว้ก่อน ค่อยเชิญตัววันหลัง" ความจริงบนการเคลื่อนไหวภายใต้อัยการศึก

หลังการพูดคุยแลกเปลี่ยนในวงสมัชชาสังคมไทยกันมากว่า 2 วัน ก็คลี่คลายไปสู่การเคลื่อนไหวในวันที่ 23 ต.ค. 49

เป็นการเคลื่อนไหวอย่างมีนัยยะสำคัญ

เนื่องจากการเคลื่อนไหวนั้นมีความหมายเชื่อมโยงไปถึงการเคลื่อนไหวในบรรยากาศการสั่งห้ามชุมนุมทางการเมืองในที่สาธารณะ ภายในสถานการณ์กฎอัยการศึกอันเป็นอาญาศักดิ์สิทธิ์ของทหาร ผู้ทรงอำนาจสูงสุดในสังคมไทยปัจจุบัน

การเคลื่อนไหวแบบนี้จึงคล้ายกับการทำอารยะขัดขืนอย่างมีเจตนารมณ์ของประชาชนที่ต้องการพูดถึงสิทธิในการแสดงออกถึงความต้องการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างชัดเจน

ย้อนกลับไปในวันที่ 19 ต.ค. กลุ่มเครือข่ายคนไทยพลัดถิ่น 500 คน ที่เดินทางมากจังหวัดระนอง ประจวบคีรีขันธ์ ก็ถูกห้ามเข้าร่วมงานสมัชชาสังคมไทยเพื่อบอกกล่าวปัญหาของตนเอง

ย้อนกลับไปก่อนหน้าวันที่ 17 ต.ค. คนไทยทุกคนถูกสั่งห้ามชุมนุมแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเกิน 5 คน ภายใต้ประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ทั้งนี้ มติคณะรัฐมนตรีเพิ่งแก้ให้พูดได้แบบแอบๆ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง เช่น ให้อิงในรั้วมหาวิทยาลัยก่อนพูด

เมื่อไปพูดคุยกับเครือข่ายบางเครือข่ายในงานสมัชชาสังคมไทย หลายคนก็พูดถึงการมีใบสั่งห้ามเดินขบวนในงานนี้จากในพื้นที่ พร้อมคำข่มขู่จากเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่น เรื่องแบบนี้มีปรากฏอย่างชัดเจน

ดังนั้น การเคลื่อนไหวครั้งนี้ภายใต้สถานการณ์กฎอัยการศึกของภาคประชาชน จึงเต็มไปด้วยบรรยากาศที่หลากหลายของประชาชนอันมีประสบการณ์ต่างกันตามสถานการณ์และพื้นที่ที่ต่างกันไปทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม เมื่อความเคลื่อนไหวเกิดขึ้น ความวิตกของทหารก็เกิดขึ้น การคุกคามก็เกิดขึ้น !!!

ก่อนการเดินขบวนของภาคประชาชนบางส่วนของสมัชชาสังคมไทย เวลา 14.00 น. ทหารได้เริ่มเตรียมการเฝ้าระวังบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอันเป็นเป้าหมายของขบวนภาคประชาชนหลายจุด โดยกระจายกำลังจุดละ 2 นาย ในมุมตึกต่างๆ รวมด้วยตาเปล่าราว  20 นาย ทั้งหมดมีอาวุธพร้อมรบ(เอ็ม 16 ปืนพก บางคนมีระเบิดมือ) ที่แขนซ้ายระบุสังกัด 'รักษาพระองค์'

มองไปที่การเคลื่อนไหวระว่างการเดินทางเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น รูปขบวนสมัชชาสังคมไทยไม่ได้ต่างไปจากขบวนงานกีฬาสีตามโรงเรียนที่ไม่มีความรุนแรงแต่มีสีสัน ขบวนเริ่มต้นด้วยเครือข่ายผู้พิการ รถเครื่องเสียง ป้ายสมัชชาสังคมไทย ตัวแทนกลุ่มแรงงาน โดยตั้งต้นที่อนุสรณ์สถน 14 ตุลา และค่อยๆ เดินมาอย่างช้าๆ ด้วยเสียงที่ต้องการป่าวประกาศสู่สาธารณะว่า 'โลกใหม่ที่เท่าเทียม ประชาชนสร้างได้' ไปตามท้องถนนราชดำเนินมุ่งสู่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอย่างสันติ

เมื่อไปถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เสียง 'เพลงสู้ไม่ถอย' ก็ดังขึ้น จากนั้นขบวนได้เดินเวียนซ้าย 3 รอบ ก่อนจะไปล้อมอนุสาวรีย์เพื่ออ่านคำประกาศของสมัชชาสังคมไทยโดย จอน อึ๊งภากรณ์  และเรวดี ประเสริฐเจริญสุข

งานเหมือนจะเรียบร้อยและจบลงไปอย่างง่ายๆ แค่นั้น แต่ในความเป็นจริงของสถานการณ์การจับตาการเคลื่อนไหวของประชาชนทุกฝีก้าวมันไม่ยอมให้จบเช่นนั้น

อุณหภูมิที่ทหารเริ่มรำคาญประชาชนเริ่มสูงขึ้น เมื่อร้อยโทท่านหนึ่งเหลือบไปเห็นใบปลิวแถลงการณ์นัดชุมนุม 'คัดค้านร่างสภาร่างทรงเผด็จการ  ของเครือข่าย 19 กันยาต้านรัฐประหาร ในวันที่ 24 ต.ค. หน้ารัฐสภาเวลา 10.00 น. จากผู้พิการท่านหนึ่ง ร้อยโทถึงกับหน้าเปลี่ยนสี คาดคั้นเอากับผู้พิการท่านนั้นว่า 'เอามาจากไหน' แต่ก็ได้คำตอบเพียงว่ามีคนเอามาแจก สีหน้าร้อยโทดูอึดอัด การพยายามคาดคั้นตามมาอีกครั้งทำให้ผู้พิการท่านนั้นหน้าเสียเล็กน้อย แต่ร้อยโทก็ผละออกไป

ทว่าก่อนที่ขบวนจะเดินทางกลับสู่อนุสรณ์สถานฯ ร้อยโทท่านเดิมนำทหาร 5 นาย พร้อมอาวุธเอ็ม 16 ไปที่กลุ่มสมัชชาฯ เพื่อจะขอเชิญตัวหนึ่งในผู้แจกใบปลิวกลุ่ม 19 กันยาฯ  โดยระบุความผิดว่า "ข้อความในใบปลิวขัดต่อกฎอัยการศึก" ทำให้ภาคประชาชนที่เคลื่อนไหวและสื่อมวลชนเข้ามาห้อมล้อม จนร้อยโทคนนั้นต้องกล่าวกับผู้ใต้บังคับบัญชาว่า

"ถ่ายรูปไว้ก่อน ค่อยเชิญตัววันหลัง"

ก่อนจะกลับออกไปสังเกตการณ์ห่างๆ ท่ามกลางความขุ่นเคืองของภาคประชาชน มีการประกาศผ่านเครื่องเสียงว่า

"ถ้ามีการจับกุมหรือมีใครหายไป เป็นเรื่องใหญ่แน่นอน"

สุดท้ายแม้ว่าจะไม่เกิดอะไรที่เป็นการปะทะรุนแรง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการปะทะทางอารมณ์ได้เกิดขึ้นแล้วในวันนี้

ดังนั้น บนความแตกต่างท่ามกลางกฎอัยการศึกของของกลุ่มประชาชนแต่ละพื้นที่ที่ต้องเผชิญในสภาวการณ์ไม่ปกติเช่นนี้ อารมณ์แห่งการท้าทาย การเกรงกลัว ความหวาดหวั่น ความรู้สึกไม่มั่นคงต่อชีวิตคงกำลังก่อตัวขึ้นในหมู่มวลชน ภาพของการมอบดอกไม้ให้กับทหารในวันที่ 19 ก.ย. กำลังกลายเป็นสิ่งที่ถูกตั้งคำถาม เพราะหลังการมีอำนาจของทหารเพียง 1 เดือน สิ่งที่ประชาชนต้องเผชิญกำลังเปลี่ยนความรู้สึกนั้นไป

เพราะวันนี้ทหารแสดงให้เห็นแล้วว่ารอยยิ้มเมื่อวันนั้น ในวันพรุ่งนี้อาจกลายเป็น'กระสุนปืน'!  

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์