มติ ครม.ตั้ง"พระนาย สุวรรณรัฐ"ผอ.ศอ.บต.

วันที่ 31 ตุลาคม 2549 ที่ทำเนียบรัฐบาล ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ในฐานะประธานในที่ประชุมแทนนายกรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง นายพระนาย สุวรรณรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยในวันพรุ่งนี้จะเริ่มทำงานทันที ซึ่งยืนยันว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และเป็นบุคคลที่มีความเหมาะสม ที่ได้มีการพูดคุยกันมาระยะหนึ่งแล้ว

 

ทั้งนี้การตั้งนายพระนาย เป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผอ.ศอ.บต.) คนใหม่เป็นไปตามข้อเสนอของกระทรวงมหาดไทย โดยย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีแทน

 

นายอารีย์ วงศ์อารยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เหตุผลการเสนอชื่อ นายพระนาย สุวรรณรัฐ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ว่า เป็นเพราะเป็นนักประสานที่ดีและมีความสามารถ

 

นายอารีย์ ยืนยันว่า การแต่งตั้งนายพระนาย สุวรรณรัฐ เป็นผู้อำนวยการ ศอ.บต. เพราะเห็นว่ามีประสบการณ์การทำงานเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมาหลายจังหวัด และเคยทำงานในพื้นที่ภาคใต้มาก่อน จึงมั่นใจว่าจะสามารถทำงานประสานกับหน่วยงานต่างๆ และทหารได้มากยิ่งขึ้น ที่สำคัญนายพระนายเป็นน้องชายของนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ซึ่งเป็นอดีตผู้อำนวยการ ศอ.บต. มาก่อน น่าจะได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์ในการทำงานได้เป็นอย่างดี

 

"นายพลากร ซึ่งตามเสด็จ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานลงไปในพื้นที่ภาคใต้บ่อยครั้ง และทรงมีความห่วงใย น่าจะสามารถสะท้อนความต้องการในการช่วยแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี" นายอารีย์ กล่าว

 

นายอารีย์  กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี ยังเห็นด้วยทันทีที่มีการเสนอชื่อนายพระนาย ดังนั้น จึงมั่นใจว่าได้ผ่านการพิจารณาจากทุกฝ่ายอย่างรอบคอบแล้ว รู้จักข้าราชการทุกคนเป็นอย่างดี รู้นิสัยใจคอว่าเป็นอย่างไร จึงต้องการคนที่ทำงานเอาจริงเอาจัง เนื่องจากรัฐบาลมีเวลาเพียง 1 ปีในการทำงานเท่านั้น นายพระนายเองเคยเป็นลูกน้องเก่าด้วย

 

นายอารีย์ กล่าวด้วยว่า ในวันพรุ่งนี้ นายพระนาย อาจจะไม่ต้องเดินทางลงไปในพื้นที่ เนื่องจากมีภารกิจที่ต้องดูแลเกี่ยวกับการป้องน้ำท่วมที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งหากมอบหมายงานเสร็จก็จะให้ลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่ทันที

 

นายอารีย์ ยังกล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดและข้าราชการระดับ 10 รวม 60 ตำแหน่งด้วย โดยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการยกระดับรองผู้ว่าฯ ในพื้นที่ภาคใต้หลายตำแหน่ง อาทิ นายธีระ มินทราศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และนายการัณย์ ศุภกิจวิเลขการ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ขณะที่นายประชา เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้มาพักผ่อนหลังเคร่งเครียดกับการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่มานาน

 

ส่วนนายพระนาย เปิดเผยภายหลังทราบมติคณะรัฐมนตรีให้นั่งในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้อำนวยการ ศอ.บต. ว่า ยินดีรับหน้าที่นี้ และพร้อมที่จะบินลงใต้ทันทีในวันเริ่มงาน โดยเบื้องต้นจะต้องขอเข้าฟังก่อนว่าจะต้องทำอะไรบ้าง เพราะห่างพื้นที่มานาน เมื่อมีความมั่นใจว่าจะต้องทำอย่างไร ก็จะเริ่มลงมือปฏิบัติงานทันที ทั้งนี้ ในส่วนของนายอารีย์ วงศ์อารยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ใหญ่ในรัฐบาล ก็จะต้องมีการพูดคุยหารือกันก่อนเพื่อตกลงกันว่าจะต้องทำอะไรบ้างด้วย

 

นายประกิจ ประจนปัจจนึก เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า นายพระนาย จะมีเวลาทำงานในตำแหน่ง ผอ.ศอ.บต. เพียง 1 ปี เท่ากับอายุของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งจะได้ทำงานต่อหรือไม่หลังจากพ้นจากรัฐบาลชุดนี้ ขึ้นอยู่กับรัฐบาลชุดใหม่

นายประกิจ เปิดเผยด้วยว่า นายกรัฐมนตรีได้ลงนามคำสั่งโครงสร้างการบริหารศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. โดยจะมีการแต่งตั้งรองผู้อำนวยการ ศอ.บต. 5 ตำแหน่ง โดยมาจากกระทรวงศึกษาธิการ เกษตรและสหกรณ์ มหาดไทย ยุติธรรม และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อดูแลการพัฒนา อาทิ การศึกษา การเกษตร ยุติธรรม ขณะเดียวกันก็จะมีสภาที่ปรึกษา ศอ.บต.เป็นทีมสนับสนุน ส่วนกองกำลังผสม พลเรือน ตำรวจ ทหาร หรือ พตท.ทำหน้าที่ดูแลป้องกันการปราบปรามการก่อเหตุร้าย

 

นายประกิจ เปิดเผยต่อว่า หลังจากนี้ ก็จะนำเสนอยุทธศาสตร์การรื้อฟื้น ศอ.บต.ให้ ครม.รับทราบ ก่อนนำแผนไปปฏิบัติจริง โดยหลักโครงสร้างใหม่ จะประกอบด้วย สมช. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือ กอ.รมน. และ กอ.รมน.ภาค 4 และมี ศอ.บต.ที่จะทำหน้าที่ดูแลกิจการพลเรือนทั้งหมด

 

นายประกิจ กล่าวว่า สำหรับความชัดเจนในการทำงานในช่วงเปลี่ยนผ่าน 2 เดือนที่ให้กองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ กอ.สสส.จชต. เป็นพี่เลี้ยงนั้น ยืนยันว่าจะใช้เวลาเพียง 2 เดือนเท่านั้น นอกจากนี้ จะมีการขยายพื้นที่ในจังหวัดสตูล ทั้งจังหวัด และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา เพิ่มเป็นพื้นที่ควบคุมความปลอดภัยด้วย สำหรับการใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ยังคงต้องมีการพิจารณาต่อไป

 

นายบัญญัติ จันทร์เสนะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงความคืบหน้าของการตั้งศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) ว่า การเสนอให้กองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กอ.สสส.จชต.) เป็นพี่เลี้ยงศอ.บต. นั้น คิดว่าต้องดูว่างานที่รับผิดชอบหนักและใหญ่แค่ไหน ซึ่งการแก้ปัญหาแบ่งเป็น 3 จุด คือ1.ปัญหาที่แก้ได้ในเวลา 3 วันหรือแก้ไขได้ทันที 2.ปัญหาที่ต้องอาศัยระยะเวลาเล็กน้อยแต่ไม่นานเกินไป และ3.ปัญหาที่มีความเกี่ยวข้องกับคนหมู่มาก และโครงสร้างที่สลับซับซ้อนต้องใช้เวลาในการแก้ไขนาน

 

ดังนั้นควรจะดูข้อมูลตรงนี้ เพราะปัญหาบางปัญหาไม่ใช่ว่าจะสามารถแก้ไขได้ระยะเวลา1-2 วัน แต่เชื่อว่าถ้าเรามีแนวทางที่ชัดเจนและสามารถสร้างความเข้าใจกับผู้ที่ส่วนรับผิดชอบ ก็จะทำให้เราไปในแนวทางได้เร็วขึ้น ดังนั้นทุกคนควรช่วยกันทุกอย่างจะได้แก้ไขเร็วขึ้น แต่ถ้าให้มาพูดว่าใน 3 เดือนจะแก้ได้หรือไม่คงไม่มีใครพูดได้

 

นายบัญญัติ กล่าวว่า การมีศอ.บต.จะทำให้การผลักดันการทำงานต่างๆมันเร็วขึ้นเพราะถือเป็นศูนย์กลางในการบริหารในพื้นที่ ดังนั้นถ้าคนที่เป็นผอ.ศอ.บต.เป็นคนที่มีความสามารถประสานและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ดี ก็จะทำให้บรรยากาศของการทำงานดีขึ้น อีกทั้งคนที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นคนที่ได้รับการคัดสรรจากทุกฝ่ายที่ต้องดูความเหมาะสมของตัวบุคคลกับงาน และต้องพิจารณาโดยหลักการที่ต้องดูทั้งประสบการณ์ ความสามารถและสุดท้ายก็จะได้คนที่ "นี่แหละเหมาะสมที่สุดแล้ว" และเมื่อได้เข้าไปทำงานแล้วคนที่ตัดสินก็คือชาวบ้าน เพราะคนที่ต้องดูเราก็มันเหมือนกับแสดง ดูว่าเล่นบทบาทได้เด็ดขาดแค่ไหน หรือดูแล้วคนเขาจะปรบมือให้หรือจะสีเสียงสะท้อนมาว่าอย่างไร

 

นายอับดุลรอซะ อาลี ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ใครก็ตามที่มารับตำแหน่งนี้ ขอให้เข้าใจปัญหาในพื้นที่อย่างแท้จริง ต้องให้เวลาระยะหนึ่งแก่นายพระนายเพื่อพิสูจน์การทำงานว่ามีความเหมาะสมกับตำแหน่งมากน้อยเพียงใด คณะกรรมการอิสลามฯ พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในทุกด้าน แต่ต้องขอทราบนโยบายที่แน่ชัดของ ศอ.บต.เสียก่อน

นายอับดุลรอซะ เสนอด้วยว่า ขอให้ ศอ.บต. เร่งแก้อคติของเจ้าหน้าที่รัฐที่ลงมาทำงานในพื้นที่ เพื่อลดช่องว่างระหว่างภาครัฐและประชาชนที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์โดยเร็วที่สุด

 

คัดลอกจาก : เว็บไซด์หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์