ปล่อยวิทยุชุมชนภาคเหนือวันนี้ แต่สั่งปิดต่ออีก 30 แห่งฐานต่อต้าน คปค.

พ.อ.บรรยงค์  สิรสุนทร  หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3  เปิดเผยว่า  พล.ท.จิรเดช คชรัตน์   แม่ทัพภาคที่ 3 คนใหม่ได้มีคำสั่งผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง 17 จังหวัดในภาคเหนือ  เพื่อแจ้งให้สถานีวิทยุชุมชนสามารถออกอากาศได้ตามปกติ   ตั้งแต่วันที่ 2 ต.ค.นี้เป็นต้นไป หลังจากคณะปฎิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) สั่งระงับการออกอากาศไปเมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา



 


ทั้งนี้ ในหนังสือสั่งการที่ส่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 17 จังหวัด  ได้กำหนดให้สถานีวิทยุชุมชนที่จะออกอากาศ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ คปค.กองทัพภาคที่ 3  กำหนดไว้ทั้ง 15 ข้อโดยเคร่งครัดด้วย



 


รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า   เบื้องต้นยังมีสถานีวิทยุชุมชนใน 17 จังหวัดภาคเหนืออีกประมาณ 30 สถานี ที่ คปค.กองทัพภาคที่ 3 ยังไม่อนุญาตให้ออกอากาศได้  เพราะจากการตรวจสอบของ คปค.กองทัพภาคที่ 3 พบว่า สถานีวิทยุทั้ง 30 สถานีเข้าข่ายปลุกระดมและยั่วยุให้ประชาชนเข้าใจผิดและต่อต้าน คปค.



 


 


 


ที่มา : เว็บไซต์คมชัดลึก

ดื้อ

ก็เปิดต่อไปสิ คปค.เลิกไปแล้ว กองทัพภาคเอาอำนาจอะไรมาปิดวิทยุชุมชน อยากรู้เหมือนกัน รัฐบาลซ้อนรัฐบาลหรือไง

ระวังเจอของจริง

แน่จริงก็เปิดซิวะ ไอ้พวกสมุนทรราชทำลายชาติที่เชื้อชั่วไม่รู้จักหมดสิ้น
หัวกวยจริงๆ

คนเบาบาง

มันกร่างไปทั่วแหละ มันจะรู้อะไร ขนาดมันมีหน้าที่รักษาความสงบ สนับสนุนรัฐบาลแท้ๆ มันยังมานั่งเผยอหน้าอ้างเป็นสิทธิ เป็นประชาธิปไตย คิด พูด อ่านเขียน พอคนอื่นทำบ้าง มันทำอย่างนี้แหละ
ครั้งหน้าพวกตั้งยศตำแหน่งสูงๆ อย่าเอาพวกมีวันเกิดไว้ ก่อนโผออก มันเห็นมันก็ไปสุมหัวกัน อ้างจัดวันเกิด ที่ไหนได้ สุมหัวก่อการ ทำให้ชาติฉิบหาย

จิตร แสนเผ่าพันธุ์

คำประกาศจากนักรบประชาชน

กลุ่มทหาร ที่ใช้นามว่า คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ที่ก่อการยึดอำนาจ ล้มล้างประชาธิปไตย ที่ประชาชนเรียกร้องมาด้วยเลือดเนื้อและชีวิต มันเป็นความพยายามอยู่นานแล้วที่จะก่อการร้าย โดยใช้เงื่อนไขเดียวกับครั้งเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ไม่ผิดเพี้ยน ครั้งนั้น มันอ้างเหตุการเล่นละครการเมือง กรณีตำรวจจับนักเคลื่อนไหวสายแรงงานแขวนคอ มาเต้าข่าวผ่าน หนังสือพิมพ์ดาวสยาม หนังสือพิมพ์ตะวันสยาม และหนังสือพิมพ์ Bangkok post ให้โยงใยเป็นเรื่องหมิ่นสยามมกุฏราชการกุมาร
แต่การอ้างการยึดอำนาจคราวนี้ ถูกวางแผนเต้าข่าวโดย นายสนธิ ลิ้มทองกุล กรณีบ้านร่มเกล้า และเกาะกูด และในเวลาไล่เลี่ยกัน กลุ่มทหารก็สร้างสถานการณ์ด้วยก่อการร้ายที่อำเภอหาดใหญ่ เข่นฆ่าประชาชนหาดใหญ่ เป็นเครื่องสังเวย ก่อนการยึดอำนาจในที่สุด นี่เป็นความชั่วร้ายที่เกิดขึ้น โดยมีกลุ่มพันธมิตรฯ ที่อ้างตัวเป็นฝ่ายก้าวหน้าที่หลงผิด ถ้าหากพิจารณากลุ่มพันธมิตรฯ แล้วก็ไม่แตกต่างจากกลุ่มลูกเสือชาวบ้านเมื่อครั้งเหตุการณ์ 6 ตุลาเพราะธาตุแท้แล้วยอมเป็นสุนัขรับใช้ให้กับชนชั้นผู้กดขี่ ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ได้แจ่มชัดแล้วว่า กลุ่มพันธมิตรฯ โดยเนื้อแท้เป็นศัตรูของประชาชน ซึ่งในอนาคตจะต้องกำจัดให้สิ้น
สงครามประชาชนเกิดขึ้นแล้ว การต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ ด้วยยุทธการไร้รูปแบบ ทั้งสงครามในเมืองและสงครามในชนบท หลังจากวางอาวุธไปนาน บัดนี้ เราจะไม่ประนีประนอมกับผู้กดขี่อีก ระบอบสาธารณรัฐประชาชนสยามจะต้องเกิดขึ้นในอนาคตแน่นอน

ไม่เอารถถัง

คปค จะกลัวอะไร
คนไทยสนับสนุนปฏิรูปตั้ง 80เปอร์เซนต์ไม่ใช่เหรอ

หรือโพลล์ที่ว่าไปทำหน้ารถถัง