คอลัมน์ หอกข้างแคร่ : คำถามอันเรียวแคบถึง "โคทม อารียา" และ "สุริชัย หวันแก้ว"

ในความอึดอัด "หอกข้างแคร่" กลับมา พร้อมกับตั้งคำถามถึง "คนใน" นี่ไม่ใช่การตอบโต้บทความ "ข้ามพ้นจากกับดักคำถามที่เรียวแคบ" ที่เผยแพร่กันในหมู่ภาคประชาชนก่อนหน้านี้ และไม่ใช่ท่วงทำนองเสียดเย้ยตามสไตล์หอกหัก แต่เป็นคำถามด้วยหัวใจซื่อๆ ตรงๆ ... 


 


0 0 0


 


โดย นายหอกหัก


 


 


คุณนวมทอง ไพรวัลย์ อายุ 60 ปี ให้สัมภาษณ์กับไอทีวี ก่อนที่จะตัดสินใจผูกคอตายเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2549 ในทำนองที่ว่า เขาไม่สามารถทนอยู่กับระบอบเผด็จการได้ เขาเห็นว่าคณะรัฐประหารได้ตั้งรัฐบาลอำมาตยาธิปไตยขึ้นมาปกครองประเทศ


 


คำให้สัมภาษณ์นี้ เกี่ยวพันกับปัญหาใหญ่ๆ ในสังคมไทยสองประการคือ หนึ่ง ปัญหาความรุนแรงในสังคมไทย สอง ปัญหาประชาธิปไตย


 


เมื่อครั้งที่คุณนวมทองตัดสินใจขับรถยนต์ที่พ่นสีข้างรถว่า "พลีชีพเพื่อประชาธิปไตย" พุ่งเข้าชนรถถัง จนตนเองได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับแสดงความสงสัยว่า คุณนวมทองดื่มสุราจนมึนเมาหรือไม่ ซ้ำร้าย สื่อมวลชนก็ไม่ลังเลที่จะให้หัวข่าวว่า " แท็กซี่เชียร์ทักษิณขับรถชนรถถัง"


 


ท้ายที่สุด รองโฆษก คปค. ปรามาสเขาว่า "ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้"


 


ปัญญาชน นักประชาธิปไตย และนักสันติวิธี ที่เราเคยเห็นในโทรทัศน์บ่อยๆ ก็ทำไม่รู้ไม่ชี้กับเรื่องที่เกิดขึ้น


 


สังคมไทยทั้งสังคมจึงมองเรื่องนี้ไปในทางเดียวกันว่า เป็นเรื่องไม่ซีเรียส


 


เมื่อการแสดงเจตนารมณ์ประชาธิปไตยของคนเล็กๆ หนึ่งคน ถูกบดบังด้วยระดับความรู้และสถานะทางสังคม เขาจึงเป็นหนึ่งเสียงที่ไม่มีเสียง ช่างแตกต่างกับหลายคนที่แม้แต่ขยับตัวก็ยังตกเป็นข่าว เช่น หมอประเวศ วะสี ธีรยุทธ บุญมี เป็นต้น


 


สภาวะแวดล้อมเช่นนี้ จึงผลักคุณนวมทองเข้าสู่มุมอับ


 


เหตุการณ์นี้มีแง่มุมที่คล้ายกับ ธนาวุฒิ คลิ้งเชื้อ นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้ตัดสินใจเผาตัวเองจนถึงแก่ความตายเพื่อประท้วงรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ในปี 2533 โดยก่อนหน้านั้น 15 วัน ธนาวุฒิประกาศว่าจะเผาตัวเอง แต่สื่อมวลชนกลับเสนอข่าวไปในทางที่ว่า เขาได้รับผลประโยชน์จากนักการเมือง และบางคนปรามาสเขาทางโทรทัศน์ว่า เขาคงไม่กล้าทำเช่นนั้นแน่


 


ปรากฏการณ์นี้เป็นปัญหาความรุนแรงที่อยู่ในโครงสร้างของสังคมไทย ที่ความเห็นของคนๆ หนึ่งไม่มีความสำคัญเท่ากับความเห็นของคนอีกคนหนึ่ง แม้คนทั้งสองจะพูดในสิ่งเดียวกันก็ตาม ช่องว่างนี้ได้ขยายตัวมากขึ้นในยุคหลังทักษิณ (คนจนถูกทำให้ไม่น่าเชื่อถือ)


 


"ความรุนแรงเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้คน ทั้งจากคำพูด การกระทำ หรือสถานการณ์ที่ทำลายความสามารถของมนุษย์ในการแสดงความรู้สึก หรือการสร้างสรรค์" (Adam Curle ; Another Way หน้า 9 )


 


ผลสุดท้ายคือ เกิดโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครจดจำ ชีวิตคนไร้ชื่อเสียงจึงเหมือนความตายของมด หรือแมลง


 


การเสียชีวิตของคุณนวมทอง ได้ตั้งคำถามที่เรียบง่ายกับสังคมไทยว่า เหตุใดคนส่วนใหญ่จึงไม่รู้สึกว่าการยึดอำนาจคือความรุนแรง เป็นการตั้งคำถามต่อมโนสำนึกของคนในสังคมที่กำลังชื่นชอบ เห็นด้วย หรือ ร่วมสังฆกรรมกับคณะรัฐประหาร


 


ความรุนแรงเช่นนี้ฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทย และอยู่ในวิถีชีวิตของผู้คนจำนวนไม่น้อย คนส่วนมากจึงมักมองไม่เห็นความรุนแรงในลักษณะนี้ ท้ายที่สุดคนเหล่านี้ก็ยอมรับสภาพทางอำนาจของมัน เปรียบได้กับ นายจ้างที่ใช้อำนาจกับลูกจ้างซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนลูกจ้างเคยชิน และยอมรับสภาพนั้น


 


หลังวันที่ 19 กันยายน 2549 มีคำอธิบายมากมายว่า การรัฐประหารครั้งนี้มีลักษณะพิเศษ เป็นการยึดอำนาจแบบที่ไร้ความรุนแรง เป็นการรัฐประหารเพื่อปฏิรูปการเมือง เพื่อสร้างประชาธิปไตย การรัฐประหารเป็นสิ่งที่ชอบธรรม เพราะเป็นสิทธิในการกบฏ (right to rebel) ต่อผู้ที่ทำลายสัญญาประชาคมอย่างอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ฯลฯ


 


คำอธิบายต่างๆ เหล่านี้ สร้างภาระให้กับผู้ไร้เสียงที่มีความคิดความเชื่อในประชาธิปไตยอย่างซื่อตรงว่า รัฐประหารกับประชาธิปไตยต้องอยู่ตรงกันข้ามกัน


 


ในที่สุด สิ่งแวดล้อมนี้เองจึงกลายมาเป็นความรุนแรงที่กระทำต่อเจตนารมณ์คนเล็กๆ


 


และอุดมการณ์ประชาธิปไตยของพวกเขามักจะถูกเย้ยหยันอยู่เสมอ


 


ในมุมมองของผู้เขียน คุณนวมทองได้จัดวางอุดมการณ์ประชาธิปไตยไว้ในลำดับที่สูงสุด เขาไม่ต้องการต่อรองแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ใดๆ ดังนั้น ประชาธิปไตยคือคุณค่าที่ไม่มีอะไรบิดเบือนได้


 


เหตุการณ์นี้นอกจากเป็นการประท้วงต่อคณะรัฐประหารแล้ว ยังเป็นการประท้วงต่อปัญญาชน และคนในสังคมที่ร่วมกันสังฆกรรมกับอำนาจของคณะรัฐประหาร


 


เนื่องจากเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับประชาธิปไตยและสันติวิธี นักสันติวิธี และ นักประชาธิปไตย จะตอบคำถามนี้อย่างไร?


 


0 0 0


 


ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่บุคคลสองท่าน คือ โคทม อารียา และสุริชัย หวันแก้ว มีคุณสมบัติที่เหมือนกัน สามประการ คือ


 


หนึ่ง ท่านเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย (อดีตประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) สอง สังคมให้เกียรติท่านทั้งสองว่าเป็นนักสันติวิธี (อดีตคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) / ประธานโครงการสันติภาพฯ) สาม เชื่อได้ว่า จากคุณสมบัติตามข้อ 1 และข้อ 2 ทำให้ท่านได้รับเลือกเป็น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ


 


"หอกหัก" จึงขอฝากคำถามอันเรียวแคบผ่านไปยังท่านทั้งสองว่า "ชีวิตหนึ่งที่สูญเสียไปนี้ มีความหมายต่อท่านหรือไม่ (ถ้ามี) ในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่คณะรัฐประหารแต่งตั้ง ท่านจะปกป้องเจตนารมณ์ประชาธิปไตยของคุณนวมทอง อย่างไร?"


 


หากท่านสามารถใช้หัวใจตอบคำถามนี้ "หอกข้างแคร่" จะเขียนชื่นชมแต่ความดีงามของท่านในครั้งต่อไป

ชัยธวัช

วันนี้หอกหักน่ารักเป็นพิเศษครับ ...เพื่อเป็นการให้เกียรติคุณนวมทอง ผมเสนอให้ประชาไททำเมนูเพื่อให้คนเขียนไว้อาลัยคุณนวมทวงอย่างเป็นทางการ เหมือนที่เคยให้คนลงชื่อให้กำลังใจ อ.ไชยันต์ เรื่องฉีกบัตรเลือกตั้งครับ

U2

ใช้คำไม่ถูกต้องครับ...เป็นได้แค่ "อดีต" นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย (หรือไม่?) แต่ที่แน่ ๆ วันนี้เป็นเด็กในกำกับของเผด็จการทหารเท่านั้น

สี่ท่มแล้วยัง?..อ้อยัง....

มันก็ต้องมาดูว่า..คุณนวมทองเข้าใจประชาธิปไตยอย่างไร?.....ถ้าเข้าใจว่าระบอบทักษิณที่ผ่านมาซึ่jงทำลายกลไกการตรวจสอบสร้างรัฐตำรวจแทรกแซงองค์กรอิสระ.....และเน้นที่ การเลือกตั้งว่าเป็นประชาธิปไตย..และยอมสละชีวิตเพื่อตรงนี้...เพื่อประชาธิปไตยแบบที่เป็นอยู่ในระบอบทักษิณ....การเชิดชูวีรกรรมการฆ่าตัวตายเพื่อประชาธิปไตยของเศรษฐีก็ท่าจะมีความหมายแตกต่างไปจากการเชิดชูความตายจากการอัตวิบากกรรมของสืบ นาคเสถียร

และเป็นตายเพื่อบูชายันต์ลัทธิเผด็จการนายทุนใหม่

สภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ได้รับการแต่งมาจากเผด็จการทหาร ก็ต้องถามตัวเองว่า แล้วจะวางรากฐานประชาธิปไตยที่คนรากหญ้าจะไม่เป็นเหยื่อของพวกเผด็จการทั้งเก่าและใหม่ที่ไม่สูญพันธุ์ไปสักทีอย่างไร

ดูองค์ประกอบของสภานิติบัญญัติแล้วก็ดูเห็นท่าจะยาก ถ้าจะหวังความรับผิดชอบจากสภาฯตรงนี้.....เพราะส่วนใหญ่ก็มาจากเส้นสายของเผด็จการเก่า..... ยาจกคงต้องตายเพราะเศรษฐีทั้งใหม่และเก่าอย่างไรความหมายต่อชนชั้นของตัวเองต่อไป.....และยิ่งซ้ำร้ายหนักเข้าไปอีกถ้าความตายของลุงถูกใช้ประโยชน์ไปกับการเอื้อประโยชน์ให้เศรษฐีใหม่ที่พ้นจากวงจรอำนาจกลับเข้าส่วงจรอำนาจเพื่อดำเนินการปกครองในระบอบเผด็จการนายทุนใหม่จากการลากตั้งของตนต่อไป....

วงจรอุบาทก็ย้อนคืนกลับมาและจะอุบาทกว่าเก่า

kc

คห 3 คนละประเด็นแล้ว ออกความเห็นออกทะเลไปโน่น

สหายสิกขา

ความเห็นสาม

ถามหัวใจของคุณเองตรงๆเถอะ
คุณรู้สึกละอายใจบ้างหรือไม่
ถ้าไม่ น่าสมเพชคุณครับ

kkk

ไอ้สองชื่อข้างบนมันเป็นใครกันหรือ?

เศร้านะ

ทหารปากพล่อยบอกว่าจะขอขมาต่อดวงวิญญานของลุงนวมทอง

น้อยไปมั๊ง!!

ขอลาออกจากโฆษกกองทัพบกเถอะ
แล้วไปบวชอุทิศส่วนกุศลในคุณลุงดีกว่า

เจต

จะว่าอย่างไรครับ
สำหรับคนที่บอกว่าไม่มีใครทั้งสูงหรือต่ำจะถูกละเว้นจากการวิจารณ์ไปได้
ก่อนที่คุณนวมทองจะมีสถานะแตะต้องไม่ได้
ผมขออนุญาตวิจารณ์ข้อเสียนิด น่าจะใจเย็นๆ หน่อย
ส่วนข้อดีคืออุดมการณ์ประชาธิปไตย

เจต

"เหตุการณ์นี้... ยังเป็นการประท้วงต่อปัญญาชน และคนในสังคมที่ร่วมกันสังฆกรรมกับอำนาจของคณะรัฐประหาร"

คนที่ละเลยลุงนวมทอง รวมปัญญาชนในประชาคมประชาไทด้วยหรือเปล่าครับ
เพราะ ก็ไม่มีข่าวใครไปสัมภาษณ์พูดคุยกับลุง หลังจากออกร.พ. หรือระหว่างอยู่ร.พ. เลย
ถ้าลุงนวมทองมีช่องทางได้พูดคุย หรือรู้ว่ามีกลุ่มคนรักประชาธิปไตยอย่างที่นี้อยู่
อาจไม่เกิดเหตุอย่างนี้ก็ได้

Victor

All democratic countries accept election as the best and only way for the people to express their political mandate and get involved in politic. I do not understand why some people are trying to crate a misleading concept that election is not democracy.

kit

..อ่านแล้วโดนใจ โดยเฉพาะตรงนี้..

"เมื่อการแสดงเจตนารมณ์ประชาธิปไตยของคนเล็กๆ หนึ่งคน ถูกบดบังด้วยระดับความรู้และสถานะทางสังคม เขาจึงเป็นหนึ่งเสียงที่ไม่มีเสียง ช่างแตกต่างกับหลายคนที่แม้แต่ขยับตัวก็ยังตกเป็นข่าว เช่น หมอประเวศ วะสี ธีรยุทธ บุญมี เป็นต้น"

"ปรากฏการณ์นี้เป็นปัญหาความรุนแรงที่อยู่ในโครงสร้างของสังคมไทย ที่ความเห็นของคนๆ หนึ่งไม่มีความสำคัญเท่ากับความเห็นของคนอีกคนหนึ่ง แม้คนทั้งสองจะพูดในสิ่งเดียวกันก็ตาม ช่องว่างนี้ได้ขยายตัวมากขึ้นในยุคหลังทักษิณ (คนจนถูกทำให้ไม่น่าเชื่อถือ)"

"ผลสุดท้ายคือ เกิดโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครจดจำ ชีวิตคนไร้ชื่อเสียงจึงเหมือนความตายของมด หรือแมลง"

"การเสียชีวิตของคุณนวมทอง ได้ตั้งคำถามที่เรียบง่ายกับสังคมไทยว่า เหตุใดคนส่วนใหญ่จึงไม่รู้สึกว่าการยึดอำนาจคือความรุนแรง เป็นการตั้งคำถามต่อมโนสำนึกของคนในสังคมที่กำลังชื่นชอบ เห็นด้วย หรือ ร่วมสังฆกรรมกับคณะรัฐประหาร"

"ความรุนแรงเช่นนี้ฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทย และอยู่ในวิถีชีวิตของผู้คนจำนวนไม่น้อย คนส่วนมากจึงมักมองไม่เห็นความรุนแรงในลักษณะนี้ ท้ายที่สุดคนเหล่านี้ก็ยอมรับสภาพทางอำนาจของมัน เปรียบได้กับ นายจ้างที่ใช้อำนาจกับลูกจ้างซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนลูกจ้างเคยชิน และยอมรับสภาพนั้น"

..โดยเฉพาะวรรคสุดท้าย ยังคงพบได้เสมอโดยเฉพาะในหน่วยงานราชการ..ข้าราชการหลายคนปฏิบัติกับลูกจ้าง หรือคนที่ตำแหน่งต่ำกว่า ยังกับคนใช้ที่บ้าน..เพราะถือว่าให้คุณให้โทษได้..ถ้าจะพูดไปสิ่งหนึ่งที่ขัดขวางการพัฒนาประชาธิปไตยของไทยก็คือค่านิยมในระบบราชการของเรานี่เอง..

ล้างพอร์ท

สำหรับผมแล้ว นวมทองนี่แหละจริยธรรมของจริง ท่ามกลางคนที่อ้างปาว ๆ ว่าตัวเป็นคนดีที่หนึ่ง ชอบถวายสัตย์ปฏิญาณ ล้วนเน่าเหม็น

Athit

ผมว่าคุณลุงนวมทองข้าใจระบอบประชาธิปไตยมากกว่า คคหที่3 นะครับ

ถ้าเรามองระบบทั้งระบบ(ระบอบประชาธิปไตย)เราบอกว่าคุณทักษิณแทรกแซงองค์กรอิสระทำให้กลไกการตรวจสอบพิการไป.....ทักษิณก็แค่ทำลายกลไก(ระบบย่อย)หนึ่งของระบบเท่านั้น แต่ไม่ใช่ทั้งระบบ.......ก่อน19 กันยา...เรามีศาลยุติธรรม.(บางคนบอกว่ามีตุลาการภิวัฒน์)...กำลังมี กกต มีศาลรัฐธรรมนูญ.......กำลังมีการเลือกตั้ง....มีสื่อมวลชนและประชาชน...ที่กำลังตื่นตัวทางการมืองอย่างมาก......หลังจาก 19 กันยา.....ทุกสิ่งทุกอย่างหายไปหมดสิ้น.....ระบบทั้งระบบถูกทำลายไปหมด

ณศิตา

ปัญญาชนจะไม่จนปัญญาหากละทิ้อัตตา การเมืองเป็นเสมือนเรื่องรสนิยม คนจนรสนิยมประชาธิปไตยสุนทรีย์มีมากมาย คนรวยรสนิยมสุดเลวดั่งพวก ม.๗ ผู้กรุยทางสู่หนทางการปฏิวัติของทหารหาญก็มีไม่น้อย ปัญญาชนหากไม่ดูถูกคนจนว่าโง่เง่าคิดไม่เป็น ปัญญาชนก็จะไม่อับจนปัญญาดักดานอยู่แต่ในกะลาตำรา

รักลุงนวมทอง

อันดับแรก ขอคารวะ คุณลงนวมทอง วีรชน ของอุดมการณ์ประชาธิปไตยของจริง ที่สร้างวีรกรรมเสียสละให้กับประเทศนี้มากเกินไปจริง ๆ

วีรกรรมของลุง ช่างตรงข้างกับ พวกที่เรียกตัวเองว่าปัญญาชนฉีกบัตรเลือกตั้ง ตรงข้ามกับปัญญาชนที่รักชาติ ที่ออกมาวิจารณ์รัฐบาลประชาธิปไตยจนมีชื่อเสียงตามสื่อ และก็ยังเข้าไปรับใช้กลุ่มรัฐประหาร มันช่างตรงกันข้ามอย่างขาวกับดำจริง ๆ

คำพูดของเผด็จการที่เยาะเย้ยอุดมการณ์ของผู้คน ก็ถือเป็นความรุนแรงของเผด็จการ เพราะมันเป็นคำพูดของผู้ที่ถืออาวุธอยู่ในมือที่ใครก็ไม่อาจโต้แย้งได้ซึ่งหน้า นอกจากใช้ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เข้าแลกด้วยชีวิตเท่านั้น ปัญญาชนทั้งหลายทำอะไรอยู่หรือครับ ชื่อเสียงที่ได้มาวันนั้นยังไม่พออีกหรือ พวกคุณจะไม่วิพากษ์กรณีนี้ทางสื่อเลยหรือ เช่นที่คุณเคยออกมาทุกวันก่อนที่อำนาจประชาชนจะถูกปล้นไป

tee

คนที่ละเลยลุงนวมทอง รวมปัญญาชนในประชาคมประชาไทด้วยหรือเปล่าครับ
เพราะ ก็ไม่มีข่าวใครไปสัมภาษณ์พูดคุยกับลุง หลังจากออกร.พ. หรือระหว่างอยู่ร.พ. เลย
ถ้าลุงนวมทองมีช่องทางได้พูดคุย หรือรู้ว่ามีกลุ่มคนรักประชาธิปไตยอย่างที่นี้อยู่
อาจไม่เกิดเหตุอย่างนี้ก็ได้

ผมเห็นด้วยกับ คคห 9 จริงๆ เลยครับ ลองถามประชาไท ดูเอาเลยก็ได้ว่า เค้าต่างจาก หมอประเวศ หรือ ธีรยุทธอย่างไร

billy

โคทมและสุริชัย ๒ ทาสรับใช้เผด็จการทหาร เพื่อเงิน

มองทะลุสิ่งขาดหาย

ในบรรยากาศที่อบอวลด้วยคำว่า คุณธรรม จริยธรรม
คำที่ขาดหายไปคือ "มนุษยธรรม"

FD

คห.18 ความเห็นน่าสนใจมาก ขอคำอิบายเพิ่มเติมหน่อยครับ

ปัญญาชนตามกระแส

ความตายของคุณนวมทองเป็นโศกนาฎกรรมที่เราทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน

ถ้าเรารักประชาธิปไตยด้วยใจจริงมากกว่านี้ ถ้าเรามีความกล้าหาญทางจริยธรรมมากกว่านี้ ถ้าเราแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ส่วนตัวโดยเข้าไปรับใช้คณะรัฐประหารน้อยลงกว่านี้ ประชาชนอย่างคุณนวมทอง ก็คงไม่ต้องเสียสละชีวิต เพื่อให้เราฉุกคิดเรื่องสิทธิเสรีภาพ และประชาธิปไตย

คุณลุงนวมทองได้ทำให้เราเห็นอุดมคติมีจริง คนที่สู้เพื่ออุดมคติด้วยชีวิตมีจริง ความตายแบบนี้เป็นความตายที่ยิ่งใหญ่ เพราะเป็นความตายที่ไม่ตาย ด้วยเหตุว่าชื่อผู้ตายจะถูกจารึกในหัวใจนักประชาธิปไตยตลอดไป

นักวิชาการ ด๊อกเตอร์ ปัญญาชน นักกฎหมาย นักปราชญ์ ฯลฯ ที่ออกมารับใช้ทหารด้วยวิธีต่างๆ ควรไปงานศพลุงนวมทอง กราบศพท่าน คารวะท่าน แล้วสดุดีท่านที่กล้าทำในสิ่งที่นักวิชาการได้แต่พูดและสอน แต่ไม่เคยทำอย่างที่พูดจริงๆ

เสรีภาพจงเจริญ

ประชาธิปไตยจงเจริญ

อำนาจประชาชนจงเจริญ

Perth Man

I agree with comment # 3.

For those who do not agree, just think about it carefully beyond the square... you may find the proper answer. I used to believe in real democracy. I had been researching and try to understanding “what, when, why and how” over the past 20 years. I did not understand in many political incidents/conflicts in our country particularly on the 6 Oct 19. Until this year after 19 Sep, that I think I found the answer

At the end of the day, to me real democracy does not mean everything or final answer for every countries. However, each country should adapt/apply/create their own in order to serve its people.

“Don’t look at the problems just by your eyes but by your heart and understanding”

Regards

ติ่ง ติ้งต๊อง

ขอสดุดี คุณลุงนวมทอง ไพรวัลย์
1.อุดมการแรงกล้า
2.ยึดมั่นประชาธิปไตย
3.จริงใจต่อมวลชน
4.ซื่อตรงต่อหน้าที่
5.เป็นคนดีของครอบครัว
ติ่ง ติ๊งต๊อง

oo

เราคาดเดา นายโคทมออก มาตั้งนานแล้วจากพฤติกรรมหลายอย่างว่า เป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง เห็นแก่ตัว เอาแต่ได้ และแล้วเวลาก็พิสูจน์ให้เห็นจริง 55555

คนไทย

ผมไม่เชื่อว่าคนที่ ฆ่าตัวตาย ไม่ว่าเพื่อสิ่งใดก็ตามจะเป็นคนที่เสียสละ และเป็นวัรบุรุษไปได้

ด้วยจิตคารวะต่อลุงนวมทอง
( ไม่อยากให้คนรุ่นหลังเข้าใจผิด )

FD

ตอนหนึ่งจาก เปลว สีเงิน ไทยโพสต์วันนี้ ........ถ้ารู้ว่า "วีรชน" เป็นกันได้ง่ายๆ อย่างนี้ละก็
ผมบอกให้หมอที่เจี๋ยนไส้ติ่งผมเมื่อวันอาทิตย์
ช่วยเจี๋ยนเครื่องในทิ้งไปทั้งพวงซะเลย

เผื่อจะได้เป็น "วีรชน" กะเขาบ้าง

แต่ก็เถอะ..ตอนนี้ ท่านนวมทอง ไพรวัลย์ ได้รับการยกย่องเป็น "วีรชน"
พลีชีพเพื่อประชาธิปไตยตัดหน้าผมไปเรียบร้อยแล้ว

ก็ขอแสดงความยินดีด้วย! ......

..............ทุกปัญหา คำสอนพระบรมศาสดาเจ้าช่วยได้

อย่าไปผูกคอตายให้อายหมาล่ะ..จำไว้!

ก้อนหิน

ความตายของบางคนหนักแน่นดั่งขุนเขา
บ้างบางคนเบาบางดั่งเส้นผม
ขณะนี้หรือแต่อดีต การต่อสู้ทางชนชั้นยังดำรงอยู่ เพียงแต่ขณะหนึ่งมันเป็นเป็นกระแสเรียบๆอยู่ใต้เกลียวคลื่นน้อยๆ

แต่หากสังคมไทยที่มากด้วยนักวิชาการแบ่งชนชั้นใส่หน้ากากนักต่อสู้เพื่อผดุงความถูกต้อง
สื่อเหลวแหลกที่ลืมความเป็นกลาง ที่ขอเพียงแต่หากฟากฝาไว้พิงหรือสอพลอเพื่อขอส่วนแบ่งเมื่องานสำเร็จ อย่างเช่นบางสื่อตอนนี้ก็ได้สมนาคุณด้วยการ ได้เวลาในโมเดอนไนน์ไปแล้ว
และหากในสังคมไทยที่ประชาชนเองยังดูหมิ่นกันเอง โดยไม่เคารพในคนที่ดูต่ำต้อยแต่ยิ่งใหญ่ในจิตวิญญานและความศรัทธา

ณ.เวลาหนึ่งสังคมจะไม่สามารถเยียวยา ความสมานฉันท์จะเป็นคำพูดที่เหมือนน้ำลายที่ถ่มถุยออกมาเท่านั้น
แล้วที่สุดกระแสคลื่นเรียบๆใต้เกลียวคลื่นน้อยจถูกไล่ให้ใก้ลฝั่ง ก่อเกิดเป็นกระแสคลื่นใหญ่เพราะแรงกดดันและมันก็จะกลายเป็นสึนามึกลืนกินทำลายล้างอย่างยากจะสกัดกั้น
เมื่อนั้นต่อให้แหกปากตะโกนหาความสมานฉันท์มันก็สายเสียแล้ว

คนเรามิอาจจะดูแต่รูปลักษณ์ภายนอก
ผู้ที่ท่องกลอนเก่งว่ากล่าวสละสลวยก็ว่าจะเป็นผู้รู้และทรงคุณธรรม มันอาจจะกลายเป็นนักฉวยโอกาสอย่างที่เห็นหน้ากันสลอนในสังคมนักวิชาการไทย

สังคมไทยยังต้องการการเยียวยา ให้รู้จักและเข้าใจจิตวิญญานและศรัทธาที่แท้จริง

มิใช่สังคมใครว่าไหนก็แห่ดีด้วย ใครพูดดูดีก็จำขี้ปากเขาไปพูดโดยไม่เข้าใจจริง

ขอเพียงกูได้พูด กูได้โชว์ออฟบ้างเดี๋ยวกูก็ดังเอง นักวิชาการจอมปลอมไทยมีอยู่คณานับ ต่างแย่งกันเบียดเสียดเพื่อให้ได้ไปอยู่แถวหน้า เหมือนสัตว์ที่กำลังถูกไล่ต้อนเข้าตะแลงแกง

ขอคำนับ คุณนวมทองครับ แม้เหล่ายกตนข่มท่านจะดูถูกดูหมิ่น คุณนวมทอง แต่ขอให้วิญญานท่านรู้ไว้ว่า มีอีกไม่น้อยที่เข้าใจท่านและมองท่านอย่างชื่นชมครับ

nnn

apervy;lu.c93/g-y0[f^*]

My Way

sefxdt drko;k[

We

Wk erxcew

ปากอน

เมื่อหยุดเพื่อมองไปข้างหน้า

กำลังใจแด่ อาจารย์ สุริชัย หวันแก้ว

เป็นเรื่องง่ายที่ไม่ง่าย
เขาดูคล้ายไร้หลักแต่มีหลัก
และผู้อ่านทรยศนัก
กว่าจักเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

เพื่อจะปลดอุปกรณ์ลงกลางทาง
เพื่อจะเลิกกล่าวอ้างการเข้าถึง
เพื่อจะเลิกเพ้อพร่ำรำพันรำพึง
แล้วนั่งลงคำนึงที่ข้างทาง

อาจถูกแอบแขวะ “เหยาะแหยะชมัด”
แน่นอน พวกปากจัดอาจมีบ้าง
อาจถูกแอบขำ “คนอำพราง
เป็นมือปืนรับจ้าง” อย่างไร้ใจ

อาจถูกมองข้ามเพียงก้อนหิน
คลุกคละกลางดินเตะดิ้นได้
แต่พวกเดินรัดเร่งจะเก่งอะไร
หากเดินปราดไปไม่รู้ทิศ

และการเสียสละที่จะเตือน
ย่อมเสี่ยงเสียเพื่อนเพราะใจผิด
แต่การปล่อยปละปิยมิตร
ย่อมเป็นความคิดอัปยศ

การคิดอย่างชายขอบของชายขอบ
ต้องกล้าเปล่งคำตอบอย่างทรหด
เผชิญหน้าบริภาษผรุสพจน์
และข่มความเหลืออดด้วยความรัก

ย่อมเป็นเรื่องเข้าใจง่าย
หากตายเพื่ออุดมการณ์ที่แน่นหนัก
แต่เป็นเรื่องเข้าใจยาก ยากกว่านัก
อยู่เพื่อบอกอุปสรรคให้ทุกคน

คำเตือนไม่เงียบที่กลับเงียบ
ตอบรับอย่างเย็นเฉียบและปี้ป่น
แต่พังเพื่อประสานการผ่านพ้น
ก่อนก้าวออกจากถนนคนสุดท้าย

กลอนพาไป

อย่าลืมรวมเล่มไว้ขายกัยสายลมและแสงแดดด้วยนะ เอาไว้ให้ลูกหลานของพวกคุณไว้อ่านเล่นในครอบครัว เพราะสังคมนี้รอพวกคุณมานานเกินรอแล้ว ตอนนี้พวกคุณอายุเท่าไรแล้วละโคตวย สุริหยัน เห็นแต่พวกคุณได้ทั้งลาภ ยศ สรรเสริญ และขอให้ประชาชนเข้าใจ ประชาชนไม่ซับซ้อนเหมือนพวกคุณหรอก เอาไว้มีผลงานแล้วค่อยแหกปากก็ได้ หรือกลัวว่าจะแก่เพราะกินข้าวเฒ่าเพราะอยู่นาน ก่อนได้เป็นวีรบุรุษกำมะลอตัวจริง ประชาชนสูญเสียมานักต่อนักแล้ว อย่าหลงตัวเองว่ามีค่ามากมายจนคิดว่าประชาชนไม่น่าจะต้องสูญเสียคนอย่างพวกคุณ จะตีค่าให้กันเองและพรรคพวกเพื่อเรียกราคาจากชนชั้นปกครองก็เชิญตามสบาย คนที่มีค่าของประชาชน เอาไว้ให้ประชาชนเขาประเมินให้เองไม่ต้องมาตัดพ้อต่อว่ากัน ประชาชนมีเยอะมากจนคุณหลอกหรือทำลายได้ไม่หมดหรอก ต่อให้พวกคุณส่งต่อให้ลูกหลานของคุณด้วย เอ้า

seasnne

surachai and kothom are the enemy of thai democracy.

you better go to hell and die for everything you have done to support the coup

shame on you those poor academics who never contributed any good piece in term of intellectual but searching for dirty money from the military

Old Thammasat

ด้วยจิตคารวะแด่คุณนวมทอง ไพรวัลย์ วีรชนประชาธิปไตยเพียง 1 เดียวของวิกฤตการเมืองปี 2549 ครับ

ขอชื่นชม นายหอกหัก ผู้เชิดชูเกียรติคุณแก่คุณนวมทอง ไพรวัลย์ ผู้จากไปด้วยเจตนารมณ์แตกหักกับระบอบการเมืองไทยซึ่งมิใช่ประชาธิปไตย

ผมเห็นด้วยกับนายหอกหักว่าหากสังคมไทยสนใจและให้ความสำคัญกับเจตนารมณ์อันบริสุทธิ์ของประชาชนคนไทยธรรมดาว่าควรค่าแก่การรับฟัง มิใช่ไปกล่าวหา ใส่ร้ายป้ายสี อย่างสกปรกแล้ว เราอาจไม่ต้องเสียสละชีวิตผู้กล้าหาญที่รักประชาธิปไตยไปอีกท่านหนึ่งในครั้งนี้

ถ้าเราทุกคนร่วมใจกันทำด้วยความเคารพแด่เจตจำนงของคุณนวมทองที่จากไปจริง ก็ขอให้เราร่วมกันทำให้ชีวิตของคุณนวมทองเป็นชีวิตสุดท้ายที่เสียไปเพื่อแสดงออกซึ่งความหวงแหนในระบอบประชาธิปไตยของประเทศนี้ และร่วมกันทำให้ประเทศนี้กลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด เพราะและเพื่อหากคุณนวมทองได้เกิดใหม่อีกครั้งหนึ่งจะมิต้องลืมตามาเห็นประเทศนี้ยังอยู่ในระบอบเผด็จการครั้งสุดท้ายของประเทศที่คุณนวมทองรักและหวงแหนยิ่งกว่าชีวิตของตนเอง

ผมขอเว้นไม่กล่าวกับปัญญาชน สื่อ ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านนี้เมืองนี้ และใครที่ร่วมยกยอการรัฐประหารและกลับเหยียบย่ำประชาธิปไตยที่คุณนวมทองรัก ให้แปดเปื้อนกับเจตจำนงอันบริสุทธิ์ที่สละชีพเพื่อระบอบประชาธิปไตยของคุณนวมทอง ไพรวัลย์

ชีวิตของคุณนวมทองได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของผืนพสุธาที่รองรับ ยึดราก หล่อเลี้ยง ประชาธิปไตยไว้ให้กับประเทศนี้ตลอดไปครับ

เคว้งคว้าง

ผมเห็นด้วยกับ คห 13 อย่างแรง.. ตอนนี้รู้สึกเฉยชา กับประชาธิปไตยเต็มที รัฐธรรมนูญ ก็ไม่รู้มีไว้ทำไม ขนาดเป็นกฏหมายสูงสุดของประเทศก็ยังมีคนละเมิดจนได้ แล้วจะเชื่อถือ ยึดถืออะไรได้ มันเคว้งคว้าง หาที่เกาะไม่ได้

x-men

คนที่ฆ่าตัวตายเพื่ออุดมการณ์ เป็นคนทีหาได้ยาก สื่อที่ผ่าไส้ติ่งเมื่อนำมาเทียบก็เป็นแค่วีรชนจอมปลอม หากินบนน้ำหมึกกับคาบน้ำตาเท่านั้น ยอมเสียดสีคนที่ควรเชิดชูเพื่อเอาใจท๊อปบูต การฆ่าตัวตายบางครั้งเป็นเรื่องคนขี้ขลาด แต่ครั้งนี้เป็นเรื่องของคนกล้า ปม้ผมจะไม่อยากให้มีใครตาย แต่ก็ยกย่องลุงนวมทองมา ณ ที่นี่