เลขาองค์การนิสิตพระนครเหนือโวยถูกขู่ฆ่าต้านมหา'ลัยออกนอกระบบ

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม นายภัทรดนัย จงเกื้อ นักศึกษา ชั้นปีที่ 2 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ในฐานะเลขาธิการองค์การนิสิตนักศึกษา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (สจพ.) เปิดเผยว่า ถูกชายลึกลับโทรศัพท์มาหา บอกว่ารู้จักชื่อและที่อยู่ดี และขอให้หยุดเคลื่อนไหวคัดค้านการถอนร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หรือมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ในวันพุธที่ 13 ธันวาคม นี้ที่หน้ารัฐสภาฯ หากไม่หยุดคัดค้านจะเป็นเหมือนกับนายเจริญ วัดอักษร นักเคลื่อนไหวคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าบ่อนอกที่ถูกยิงเสียชีวิต ซึ่งหลังถูกข่มขู่ตนและเพื่อนจึงได้เดินทางมาแจ้งความที่สน.ประชาชื่น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

 

นายภัทรดนัย กล่าวต่อว่า ในวันเดียวกันนี้ที่ประชุมองค์การนิสิตนักศึกษา สจพ. มีมติจะล่ารายชื่อเพื่อเสนอให้อธิการบดี สจพ. และสภานิติบัญญัติ (สนช.) ถอดถอนร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เนื่องจากนักศึกษาส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ซึ่งก็เป็นสิทธิของ สนช.ว่าจะให้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวผ่านการพิจารณาหรือไม่

 

เลขาธิการ องค์การนิสิต นักศึกษา สจพ. ยังได้กล่าวถึงกรณีนายธีรวุฒิ บุญยโสภณ อธิการบดี สจพ. คาดโทษตนว่าหากขาดเรียนในวิชาที่ลงทะเบียบไว้เกิน 3 ครั้งจะให้หยุดเรียน 1 ปีนั้น ตนไม่กลัว เพราะได้ขาดเรียนไปแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เนื่องจากต้องร่วมชุมนุมคัดค้านการออกนอกระบบกับเพื่อนๆ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่ผ่านมา แต่ครั้งต่อไปคงจะเข้าเรียนเหมือนเดิม เพราะปกติตนก็เป็นคนไม่ค่อยขาดเรียนอยู่แล้ว

 

ส่วนการร่วมเคลื่อนไหวคัดค้านการออกนอกระบบ ที่หน้ารัฐสภาฯ ในวันพุธที่ 13 ธันวาคม นี้ ก็จะไปร่วมชุมนุมในช่วงที่ตนไม่มีชั่วโมงเรียน โดยจะมีนักศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.รามคำแหงฯ ส่วนม.เกษตรศาสตร์ จะมาในนามสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)

 

"ผมคิดว่าอธิการบดีทำเกินไป ที่เอาประเด็นการหยุดเรียนมาข่มขู่ว่าจะให้ผมพักการเรียนเนื่องจากออกมาเคลื่อนไหวกับเพื่อนๆ ในการคัดค้านไม่ให้นำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ แต่ผมก็ยังยืนยันว่าจะเคลื่อนไหวต่อไป เพราะดีกว่าให้อธิการบดีเอามหาวิทยาลัยไปแปรรูป" นายภัทรดนัย กล่าว

 

ด้านนายธีรวุฒิ บุญยโสภณ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (สจพ.) กล่าวยืนยันว่าจะไม่เสนอขอถอนร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เนื่องจากได้หารือกับผู้บริหารของสถาบันฯแล้ว เพราะเป็นประโยชน์กับการบริหารงานของสถาบันฯ อีกทั้งจะไม่ส่งผลกระทบถึงนักศึกษาของสถาบันด้วย

 

อย่างไรก็ตามในวันที่ 12 ธันวาคม นี้ทางสถาบันจะชี้แจงรายละเอียดในการออกนอกระบบผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อยืนยันว่าทางสถาบันฯจะไม่ขึ้นค่าเล่าเรียนภายใน 7 ปีข้างหน้านี้ แต่จะให้ยืนยันว่าจะไม่ขึ้นค่าเล่าเรียนตลอดไปคงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นนักศึกษาสบายใจได้ เพราะทุกครั้งไม่ว่าจะขึ้นค่าอะไรก็ตาม ทางสถาบันฯจะต้องถามความคิดเห็นของนักศึกษาอยู่แล้ว เพราะไม่ต้องการให้ผู้ปกครองเดือดร้อน อีกทั้งสถาบันเองก็ไม่เดือดร้อนเพราะรัฐบาลประเทศเยอรมันสนับสนุนเงินให้ทุกปี ซึ่งในปีนี้ก็ได้รับการสนับสนุนมา 560 ล้านบาท ส่วนกรณีที่นายภัทรดนัย ให้ข่าวว่าตนข่มขู่ว่าจะให้พักการเรียน 1 ปี หากหยุดเรียนภาคปฏิบัติสาขาเทคโนโลยีเครื่องทำความเย็นและปรับอากาศ เกิน 3 ครั้ง นั้น จริง ๆ แล้วนายภัทรดนัยได้โทรศัพท์มาหาตนเพื่อขออนุญาตใช้สถานที่บริเวณลานปาล์มเพื่อเปิดเวทีไอไฮปาร์ค คัดค้านการออกนอกระบบ และขอใช้เครื่องขยายเสียง ตนจึงให้ไปทำหนังสือขออนุญาตกับรองอธิการบดีฝ่ายกองกิจการนักศึกษา แต่นายภัทรดันัยบอกว่าขออนุญาตแล้ว และเท่าที่ตนตรวจสอบแล้วไม่พบหนังสือขออนุญาต อีกทั้งการตั้งเวทีก็ตั้งติดกับพระบรมราชานุสาวรีย์ และส่งเสียงรบกวนนักศึกษาภาคค่ำที่กำลังเรียนอยู่และใกล้จะสอบแล้ว

 

นอกจากนี้ การไฮปารค์ก็มีนักศึกษากลุ่มของนายภัทรดนัยไปร่วมประมาณ 40 คนเท่านั้น ไม่ใช่ 1,000 คนอย่างที่ให้ข่าว ส่วนภาพที่เห็นนักศึกษาเยอะ ๆ เนื่องจากทางสถาบันได้มีการจัดประกวดแข่งขันดนตรีสติงคอมโบ้ภายในเพื่อให้นักศึกษาคลายเคลียดบริเวณตึกด้านข้าง

 

"จริงๆ แล้วผมไม่ชอบที่ภัทรดนัยที่เขาโกหกว่าขออนุญาตแล้ว และการไฮด์ปาร์คด้วยเครื่องขยายเสียงทำให้รบกวนนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ไม่อยากให้เกิดความแตกแยกภายในขึ้น และไปตั้งเวทีไฮด์ปาร์คติดกับพระบรมราชานุสาวรีย์ ซึ่งเป็นสถานที่เคารพของทุกคนในสถาบัน ผมไม่ได้ขู่ว่าหยุดเรียนเกิน 3 ครั้งแล้วจะให้พักการเรียน แต่ระเบียบการเรียนมีอยู่ หากนักศึกษาคนใดขาดเรียนโดยที่ไม่ได้ป่วยหนัก อาจารย์ผู้สอนก็มีสิทธิที่จะไม่ให้เข้าสอบได้ เพราะสถาบันเราต้องยึดตามระเบียบ ไม่ใช่ไปเซ็นชื่อไว้แล้วไม่เข้าเรียนโดยเฉพาะภาคปฏบัติเป็นวิชาชีพที่นักศึกษาต้องเข้า ถ้าเราปล่อยให้นักศึกษาที่จบออกไปแล้วทำงานไม่เป็น ชื่อเสียงที่สถาบันสะสมมา 48 ปี คงไม่มีใครเชื่อถืออีก เราจึงต้องยึดระเบียบวินัยเพื่อผลิตคนที่มีคุณภาพให้กับภาคอุตสาหกรรม" นายธีรวุฒิ กล่าว

 

 

..............................................................................

ที่มา: http://www.naewna.com

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์