Visible Man 2006#5 : ครูจูหลิง : ตัวแทนผู้สูญเสียจากความรุนแรง

หนึ่งคนมีหนึ่งชีวิต เป็นตายคนละครั้งเหมือนกัน แต่เคราะห์กรรมของใครบ้างที่สร้างผลสะเทือนให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ และเอาไปขบคิดถึงผลร้ายของการใช้ความรุนแรงเข้าห้ำหั่นต่อกัน หนึ่งในเหตุการณ์สะเทือนขวัญดังกล่าว เกิดขึ้นกับครูจุ้ย หรือนางสาวจูหลิง ปงกันมูล

โดย มูฮัมหมัด ดือราแม

 

 

โศกนาฏกรรมและความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนจำนวนมาก

 

ยังผลให้มีผู้ได้รับผลกระทบมากมาย โดยไม่ได้แยกแยะว่า คนผู้นั้นจะเป็นคนไทยพุทธ มุสลิม ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร ครู ชาวบ้าน คนเลี้ยงวัว ฯลฯ

 

หนึ่งคนมีหนึ่งชีวิต เป็นตายคนละครั้งเหมือนกัน แต่เคราะห์กรรมของใครบ้างที่สร้างผลสะเทือนให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ และเอาไปขบคิดถึงผลร้ายของการใช้ความรุนแรงเข้าห้ำหั่นต่อกัน

 

หนึ่งในเหตุการณ์สะเทือนขวัญดังกล่าว เกิดขึ้นกับ ครูจุ้ย หรือ นางสาวจูหลิง ปงกันมูล ครูโรงเรียนบ้านกูจิงลือปะ หมู่ที่ 4 ตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2549 หลังจากถูกจับเป็นตัวประกัน พร้อมกับเพื่อนครูอีก 1 คน แล้วถูกทำร้ายอาการสาหัส

 

นับเนื่องจากวันนั้น จนถึงเดือนธันวาคม 2549 เป็นเวลาร่วม 8 เดือนแล้ว ที่เธอยังคงนอนไม่รู้สึกตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

 

แม้ว่าคณะแพทย์ผู้ให้การรักษาจะยืนยันว่า มีเพียงปาฏิหาริย์เท่านั้น ที่จะทำให้เธอฟื้นคืนมาได้ เพราะเธอถูกทุบศีรษะจนสมองตายไปแล้ว 30 - 40 เปอร์เซ็นต์

 

ถึงกระนั้นก็ตาม แม่คำมีและพ่อสูน ปงกันมูล พ่อ - แม่ของครูจุ้ย ก็ยังหวังและอธิษฐานอยู่ตลอดเวลา ขอให้ลูกคนเดียวของพวกเขา ตื่นขึ้นมา

 

"เกือบทุกครั้งที่แม่สัมผัสมือจุ้ย หรือพูดคุยกับจุ้ย ลูกจุ้ยจะมีน้ำตาไหลออกมาตลอด มากบ้าง น้อยบ้าง ทุกวันนี้ก็ยังมีน้ำตาไหลออกมา บ้างครั้งไหลออกมาทางหางตา บ้างครั้งก็ไหลออกมาทางต่อมน้ำตา แม่ไม่รู้นะว่าจุ้ยจะรู้หรือเปล่าว่าแม่คุยกับลูกอยู่ แม่ไม่รู้ว่าลูกยังรับรู้หรือเปล่า แม่ก็ได้แต่ภาวนาขอให้ลูกจุ้ยตื่นขึ้นมา แม่ยังหวังว่าลูกจุ้ยจะตื่นขึ้นมาอีกซักครั้ง"

 

แม่คำมี บอกกับเรา เมื่อไม่นานมานี้ หลังจากที่มีข่าวขอย้ายครูจูหลิงกลับไปรักษาตัวที่บ้านเกิด จังหวัดเชียงราย

 

แม่คำมีบอกว่า ได้ประสานไปยังคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทราบว่ามีการติดต่อกับโรงพยาบาลจังหวัดเชียงรายไว้แล้ว

 

แม่คำมีบอกเหตุผลที่ขอย้ายกลับไปรักษาที่บ้านว่า เมื่อเดือนกันยายน 2549 ที่ผ่านมา ได้เดินทางกลับไปที่บ้านที่จังหวัดเชียงราย มีญาติๆ และเพื่อนบ้านมาให้กำลังใจกันเต็มบ้าน เขาอยากให้พาจุ้ยกลับไปรักษาที่บ้าน จะได้ช่วยกันดูแล

 

แม้เหตุการณ์ร้ายจะเกิดขึ้นกับครูจูหลิงหลายเดือนแล้ว แต่ทุกคนก็ยังพร้อมให้ความช่วยเหลือ ถ้าย้ายกลับเชียงรายหมอก็พร้อมจะดูแล เพราะจุ้ยยังไม่รู้สึกตัว ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา

 

แม่คำมีบอกว่า ที่ผ่านมาแม่ช่วยบริหารกล้ามเนื้อให้ บีบนวดที่มือ แขนและขา ทุกครั้งที่บีบจะรู้สึกกล้ามเนื้อกระตุก มีปฏิกิริยาตอบรับ ยกเว้นที่ขา เวลาบีบจะไม่รู้สึกอะไรเลย

 

ตอนนี้ขาลีบมาก อาจเป็นเพราะนอนอยู่กับที่นาน ต่างกับส่วนอื่นๆ ที่ดูอ้วนขึ้น ผิวขาวใสขึ้น หน้าตาสดใสขึ้น ส่วนบริเวณแผลที่ศีรษะ ตอนนี้กลับมาบวมแล้วแตกเป็นหนองออกมา หมอบอกว่าเกิดจากเลือดที่คั่งอยู่เริ่มเน่า

 

แม้เหตุการณ์ร้ายผ่านไปหลายเดือน แต่ความสูญเสียที่เกิดขึ้นยากที่จะเยียวยาให้รักษาหายดังเดิมได้ ทั้งร่างกายและจิตใจ

 

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับครูจูหลิงครั้งนั้น ได้ทำให้หลายฝ่ายต้องกลับมาใส่ใจถึงมาตรการในการปกป้องดูแลคุ้มครองครูในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือครูที่ได้รับบาดเจ็บ

 

เฉพาะครูจูหลิงเอง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงรับครูจูหลิงเป็นคนไข้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และทรงรับสั่งให้คณะแพทย์โรงพยาบาลสงขลานครินทร์รายงานอาการของครูจูหลิงทุกวัน

 

ขณะที่คนไทยทั้งประเทศ ยังคงส่งแรงใจขอให้ครูจูหลิงหายจากอาการบาดเจ็บ ถึงแม้ความหวังจะดูเลือนรางเต็มทน

 

ในท่ามกลางความโชคร้าย ก็มีสิ่งดีๆ ให้ได้ชื่นใจปรากฏออกมาเช่นกัน เมื่อคุณแม่คำมี ได้รับเลือกเป็นแม่ดีเด่นแห่งชาติ เช่นเดียวกับพ่อสูน ที่ได้รับเลือกเป็นพ่อดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2549

 

หากย้อนรอยโศกนาฏกรรมครั้งนั้น พบว่าเหตุการณ์เริ่มต้นขึ้น เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น.วันที่ 19 พฤษภาคม 2549 เมื่อกำลังตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครองเข้าปิดล้อมและตรวจค้นพื้นที่บ้านกูจิงลือปะ เพื่อค้นหาผู้ต้องสงสัยคดีซุ้มยิงทหารเสียชีวิต 2 นายที่สถานีรถไฟลาโล๊ะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ที่มีผู้ต้องสงสัยถูกออกหมายจับตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 จำนวน 8 คน

 

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 47 หมู่ที่ 4 พบผู้ต้องหา 2 คน คือ นายอับดุลการีม มาแต อายุ 24 ปี ชาวตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส และนาย มูหะมะสะแปอิง มือลี อายุ 32 ปี ชาวตำบลมะรือโบตก อำเภอระแงะ พบปืนพก.45 มิลลิเมตร 1 กระบอก กระสุน 4 นัดและซองบรรจุกระสุนปืน 1 ซอง พร้อมของกลางอีกจำนวนหนึ่ง อาทิ เงิน วิกผม ซิมการ์ด

 

ผ่านไป 2 ชั่วโมง เมื่อเจ้าหน้าที่ถอนกำลังออกจากหมู่บ้าน มีเสียงประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงจากมัสยิดประจำหมู่บ้าน ปลุกระดมให้ชาวบ้านผู้หญิงมารวมตัวกัน พร้อมกับมีคนเดินไปเคาะประตูเรียกตามบ้าน ทำให้มีชาวบ้านออกมาชุมนุมกันบริเวณหน้าโรงเรียนกูจิงลือปะประมาณ 100 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง

 

หลังจากนั้น ชาวบ้านประมาณ 10 คน เดินเข้าไปในโรงเรียนและถามหาครูไทยพุทธ โดยบางส่วนแยกขึ้นไปบนชั้น 2 ของอาคารเรียน จับตัวตัวครู "จุ้ย" จูหลิง ปงกันมูล อายุ 27 ปี แล้วนำไปคุมตัวไว้ในห้องเก็บของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ห่างจากโรงเรียนประมาณ 300 เมตร

 

ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเดินไปจับตัวครู "ศินีนาฏ ถาวรสุข" อายุ 30 ปี ที่ร้านขายอาหารหน้าโรงเรียน นำมาควบคุมไว้ที่เดียวกับครูจูหลิง ระหว่างที่ถูกกลุ่มผู้หญิงควบคุมตัวอยู่นั้น ผู้ชายในหมู่บ้านกำลังละหมาดวันศุกร์อยู่

 

ครูศินีนาฏ ให้สัมภาษณ์นักข่าวภายหลังว่า มีชายคลุมหน้าจำนวนหนึ่ง เข้ามาในห้องแล้วใช้ไม้ทุบตีทั้ง 2 คน จนบาดเจ็บ โดยครูจูหลิงบาดเจ็บสาหัสจนสลบ แต่ครูศินีนาฏบาดเจ็บน้อยกว่า เวลาที่ถูกจับนั้นน่าจะไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง จนกระทั่งนายฮารง ยือโซะ ผู้ใหญ่ บ้านกูจิงลือปะ บุกเข้ามาช่วยเหลือนำทั้งสองครูส่งโรงพยาบาล

 

นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดกับครูจูหลิงและครูศินีนาฎในวันนั้น

 

ถึงแม้วันนี้ ความเอาใจใส่ต่อครูใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากส่วนต่างๆ จะมีมากขึ้น ทว่า ดูเหมือนมาตรการคุ้มครองครูในพื้นที่นี้ ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร เนื่องเพราะมีครูถูกทำร้าย ถูกฆ่าตายอยู่เป็นระยะ นับเนื่องจนปัจจุบัน จำนวนครูถูกฆ่าตายพุ่งสูงถึง 60 คนแล้ว

 

ส่งผลให้โรงเรียนต้องประกาศปิดการเรียนการสอน ซึ่งบางครั้งกินเวลาหลายวัน กว่าครูจะมีขวัญกำลังใจมากพอที่จะเปิดสอนได้ตามปกติ ท่ามกลางความหวาดวิตกที่มิได้ลดลง

 

แน่นอน ทุกครั้งที่เกิดเหตุร้ายกับครู ความสะเทือนใจก็เกิดกับคนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่ากรณีครูถูกจับเป็นตัวประกัน หรือถูกทำร้ายจนเสียชีวิต

 

หากพูดถึงความสูญเสีย จากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในภาพรวมแล้ว กรณีครูจูหลิงเป็นเพียงหนึ่งเหตุการณ์และหนึ่งชีวิต จากกว่า 2 พันชีวิต ที่สังเวยให้กับความไม่สงบที่เกิดขึ้นตลอดช่วงเกือบ 3 ปี ที่ผ่านมา

 

ยังไม่นับรวมผู้ที่บาดเจ็บ พิการ ลูกกำพร้า ทรัพย์สินเสียหายอีกนับไม่ถ้วน อันยากเกินเยียวยาให้กลับคืนมาเหมือนเดิม ความรู้สึกเจ็บลึก โศกเศร้าเสียใจ ยังคงฝังลึกอยู่ในใจของผู้สูญเสีย ที่ไม่อาจบรรยายได้หมด

 

ครูจูหลิง คือ สัญลักษณ์ของผู้สูญเสียจากการใช้ความรุนแรงของมนุษย์กลุ่มหนึ่ง

 

ในฐานะที่ครูจูหลิง เป็นคนต่างถิ่นจากกิ่งอำเภอดอยหลวง จังหวัดเชียงราย จึงกล่าวได้ว่าครูจูหลิงเป็นตัวแทนของคนประเทศนี้ ที่ตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์แห่งความรุนแรงที่ภาคใต้

 

ในฐานะที่ครูจูหลิง เป็นครูโรงเรียนบ้านกูจิงลือปะ จึงเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนครูทั้งหลายที่ตกเป็นเหยื่อ และถูกทำร้ายอย่างสยดสยองที่สุด

 

ในฐานะที่ครูจูหลิง เป็นครูผู้สั่งสอนลูกศิษย์ จึงเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนนักเรียนนักศึกษาและเด็กที่ถูกทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม โดยไม่เลือกเป้าหมายของกลุ่มผู้ใช้ความรุนแรง

 

ในฐานะที่ครูจูหลิงเป็นผู้หญิง จึงเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของเพศแม่ ที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง

 

ในฐานะที่ครูจูหลิง เป็นข้าราชการและลูกชาวบ้าน จึงเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของเหยื่อที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐและเป็นชาวบ้าน ที่ถูกกระทำจากกลุ่มคนผู้นิยมความรุนแรง

 

ในฐานะที่ครูจูหลิงเป็นผู้นับถือศาสนาพุทธ ที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงภายใต้แวดล้อมของชาวมุสลิมที่เธอรัก จึงเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของเหยื่อทั้งหลาย ที่ต่างมีศรัทธาความเชื่อต่อศาสนาหลากหลายกันไป

 

กล่าวได้ว่ามาถึงวันนี้ ครูจูหลิงเป็นเสมือนตัวแทนผู้สูญเสียทั้งหมด

 

ดังนั้นขอเสนอให้ "ครูจูหลิง ปงกันมูล" เป็นวิสซิเบิลแมน

 

เผื่อว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้น จะเป็นอุทาหรณ์ให้คนที่กำลังคิดจะใช้ความรุนแรงเข้าแก้ปัญหา ได้หยุดคิดและมองถึงผลเสียที่จะตามมาในอนาคต

 

 

 

 

โครงการ Visibleman 2006

 

คือการมองย้อนหลังในระยะเวลา 1 ปี

และค้นหาคนที่เรา "ประชาไท" เห็นเด่นชัดที่สุด

 

Visibleman ของเรา ไม่ใช่ข้อสรุปจากผลการศึกษา มิใช่ผลงานทางวิชาการ หรือการวิจัยใดๆ

แต่เราปรารถนาให้ผู้อ่านเห็นถึงนัยที่เราเลือก

กระบวนการเลือก กระบวนการการทำงาน การถกเถียง ตลอดจนการหาข้อสรุปของเรา

 

เพราะเหตุนี้ เราจึงตระหนักดีว่า

ความน่าเชื่อถือและพลังของการเลือกบุคคลผู้ที่จะเป็น Visibleman ของเรานั้น อยู่ที่เราแต่ละคน

ยิ่งเราแต่ละคนเติบโตขึ้นเท่าไร ลุ่มลึกมากเท่าใด

ความน่าเชื่อถือในโครงการ Visibleman ก็มากขึ้นเท่านั้น

 

เราปรารถนาให้โครงการ Visibleman ได้แสดงถึงความอ่อนด้อยของเรา

ตลอดจนการเติบโต ความรู้ของเรา และรายงานต่อผู้อ่านอย่างซื่อตรง

 

กล่าวอีกอย่างก็คือ

โครงการ Visibleman

ไม่ใช่เพียงเพื่อการเสนอนัยของ "บุคคลที่เราเห็น" ในปีที่ผ่านมา

หากแต่ยังหมายถึงการรายงานพัฒนาการของเราต่อผู้อ่านด้วย

 

…………………………….

 

Visibleman 2006 ได้เปิดให้ผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่ "ประชาไท" เสนอชื่อ

ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2549

ก่อนจะจัดทำข้อเสนอ ความเห็น ข้อมูล เพื่อร่วมถกเถียงหาข้อสรุป

ในวันที่ 18 ธันวาคม 2549

และทยอยนำเสนอต่อผู้อ่าน

ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2549

จนไปสิ้นสุดที่รายชื่อผู้ที่สมควรเป็น Visibleman 2006 ของ "ประชาไท"

ในวันที่ 4 มกราคม 2550

โดยมีรายชื่อพร้อมผู้เสนอ ดังนี้

 

รายชื่อ  Visibleman 2006  และผู้เสนอ

 

กษัตริย์ คเยนทรา วีระ วิกรม ชาหะเทวะ    เสนอโดย  พงษ์พันธุ์  ชุ่มใจ
พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์   เสนอโดย  ชูวัส  ฤกษ์ศิริสุข และ
    พิณผกา  งามสม
นวมทอง ไพรวัลย์ เสนอโดย  มุทิตา  เชื้อชั่ง
จาตุรนต์ ฉายแสง เสนอโดย  ภาพันธ์  รักษ์ศรีทอง
จูหลิง ปงกันมูล เสนอโดย  มูฮัมหมัด  ดือราแม
อังคณา นีละไพจิตร เสนอโดย  นัดดา  มะลี
น้องเดียว - ด.ช.พัทธดนย์ เกลี้ยงจันทร์ เสนอโดย  เสาวภา  พุทธรักษา
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เสนอโดย  อรพิณ  ยิ่งยงพัฒนา
ครูตี๋ - นิวัฒน์ ร้อยแก้ว เสนอโดย  องอาจ  เดชา
พล.อ. สพรั่ง กัลยาณมิตร เสนอโดย  วิทยากร  บุญเรือง
สุรพล นิติไกรพจน์ เสนอโดย  จิรนันท์  หาญธำรงวิทย์ 
วรเจตน์ ภาคีรัตน์ เสนอโดย  พิณผกา  งามสม
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เสนอโดย  พิณผกา  งามสม

จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก

เสนอโดย  ตติกานต์  เดชชพงศ

 

……………………………..

 

 

 

โครงการ Visibleman 2006

 

ดำเนินการถกเถียง แลกเปลี่ยน และหาข้อสรุป

โดย รุจน์ โกมลบุตร

คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกรรมการประชาไท

 

 

 

 

 

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์