แขวนคอ "ซัดดัม" แพร่ภาพออกทีวี หลายฝ่ายหวั่นเหตุรุนแรงบานปลาย

ทางการอิรักแพร่ภาพประหารชีวิตโดยการแขวนคอ "ซัดดัม" วานนี้ ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาก็เกิดเหตุลอบวางระเบิดรถยนต์ทำให้มีผู้เสียชีวิต 30 คนบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ขณะที่มีหลายฝ่ายออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับการตัดสินครั้งนี้ "การประหารชีวิตนายซัดดัมอาจทำให้รัฐบาลสหรัฐพอใจ...แต่จะไม่ช่วยอะไรชาวอิรักได้แม้แต่น้อย"

30 ธ.ค.2549 -  ภาพที่ปรากฏทางโทรทัศน์เมื่อก่อนถูกประหาร อดีตประธานาธิบดี ซัดดัม ฮุสเซน แต่งกายด้วยสูทสีดำไม่ได้สวมชุดนักโทษ และไม่ได้สวมถุงคลุมศีรษะสีดำเหมือนนักโทษถูกแขวน คอทั่วไป โดยมีเจ้าหน้าที่ประหาร 4-5 คนสวมหมวกไหมพรมสีดำปิดหน้า นำเขาไปยืนที่ตะแลงแกง แล้วนำเชือกมาคล้องที่คอของเขา และภาพก็ตัดลงแค่นี้ ซึ่งซัดดัมไม่ได้มีท่าทีขัดขืนแต่อย่างใด

 

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า นาย โมวาฟแฟ็ค อัล-รูไบ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของอิรัก บอกระหว่างให้สัมภาษณ์ CNN ว่า รัฐบาลได้บันทึกภาพการประหารชีวิต อดีตประธานาธิบดีซัดดัม ทั้งในรูปของภาพถ่ายและวิดีโอ แม้ตอนนั้นยังไม่ได้มีการตัดสินใจว่าจะเผยแพร่ภาพเหล่านี้ต่อสาธารณชนหรือไม่

 

การแพร่ภาพแขวนคอดังกล่าว เป็นไปตามการคาดหมายของหลายฝ่าย เพราะเชื่อว่า ทางการอิรักต้องเผยแพร่ภาพนี้ เพื่อพิสูจน์ว่า ซัดดัม ฮุสเซน ถูกประหารชีวิตแล้วจริง

 

ขณะเดียวกัน ได้เกิดเหตุลอบวางระเบิดรถยนต์ในย่านชุมชนแห่งหนึ่งในอิรักเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ของอิรัก ถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอเมื่อเช้าวันนี้

 

แหล่งข่าวของกระทรวงมหาดไทยอิรักรายงานว่า เหตุลอบวางระเบิดรถยนต์ครั้งนี้เกิดขึ้นในตลาดค้าปลาแห่งหนึ่งในเมืองคูฟา ทางภาคกลางของอิรัก ซึ่งเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งของกลุ่มชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ยังผลให้มีผู้เสียชีวิตราว 30 ราย และบาดเจ็บอีกราว 45 ราย

 

ยังไม่มีรายงานว่า เหตุรุนแรงครั้งนี้เกี่ยวโยงกับการประหารชีวิต "ซัดดัม" อดีตผู้นำจอมเผด็จการของอิรักหรือไม่ อย่างไรก็ตาม อิรักกำลังประสบปัญหาความแตกแยกทางเชื้อชาติอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ กับกลุ่มชาวมุสลิมนิกายสุหนี่ ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยที่สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีซัดดัม.

 

สถานีโทรทัศน์ สกายนิวส์ ของอังกฤษ รายงานอ้างการเปิดเผยของนายนาจิบ อัล-นูไอมี่ ทนายความของอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ของอิรัก ที่เพิ่งถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ ในข้อหาเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติว่า ศพของซัดดัม จะถูกนำออกจากประเทศอิรัก โดยในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เป็นภาษาอังกฤษ นายนูไอมี่ ระบุว่า เรื่องนี้เป็นไปตามความต้องการของครอบครัวซัดดัม ที่ต้องการนำศพของเขาไปทำพิธี

 

ทั้งนี้ เมื่อถูกถามว่าจะทำอย่างไรกับศพของซัดดัม นายนูไอมี่ กล่าวว่า ได้มีการร้องขอให้ส่งมอบศพซัดดัมให้ครอบครัว ซึ่งได้ส่งตัวแทนไปรอรับอยู่ที่เขตกรีนโซนแล้ว ก่อนหน้านี้ สื่อมวลชน รายงานว่า ศพของซัดดัม จะถูกนำกลับไปที่บ้านเกิดในเมืองทิกริต เพื่อทำพิธีฝัง แต่ทนายของซัดดัม กล่าวว่า เขาทราบแต่ว่า ต้องการให้ทางการอิรัก ส่งศพซัดดัมให้เพราะทางครอบครัวจะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่า จะนำศพไปประกอบพิธีที่ใด

 

สถานีโทรทัศน์ อัล จาซีรา ของกาตาร์ รายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ทางการอิรัก 3 คนว่า มีเพียงซัดดัม ฮุสเซน คนเดียวเท่านั้น ที่ถูกประหารชีวิตในกรุงแบกแดด ด้านสำนักข่าว AFPได้รายงานอ้างเจ้าหน้าที่อิรัก 2 คน ที่อยู่ในเหตุการณ์ขณะแขวนคอด้วย กล่าวว่า มีเพียงซัดดัมคนเดียวเท่านั้นที่ถูกแขวนคอ อันเป็นการแก้ไขรายงานของสถานีโทรทัศน์ของทางการอิรักก่อนหน้านี้ที่ว่า นายบาร์ซัน ฮัสซัน อัล-ทิกริติ น้องชาย ซึ่งเป็นอดีตผู้อำนวยการข่าวกรอง และนายอาวัด อาเหม็ด อัล-บันดาร์ อดีตผู้พิพากษาศาลปฏิวัติ ถูกแขวนคอต่อจากเขา

 

สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นของสหรัฐรายงานข่าวด่วนอ้างรายงานข่าวจากสื่อภาษาอาหรับ รวมทั้งสำนักข่าวอัล อาราบิยา ของซาอุดิอาระเบีย และอัล เฮอร์รา ที่สหรัฐสนับสนุนด้านการเงิน ที่ต่างรายงานข่าวด่วนว่าอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน แห่งอิรัก วัย 69 ปีได้ถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอแล้ว ก่อนเวลา 06.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 10.00 น. วันที่ 30 ธันวาคมตามเวลาในไทย เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ซึ่งเร็วกว่ากำหนดถึง 5 ชั่วโมง ปิดฉากชีวิตอดีตผู้นำอิรักที่ปกครองอิรักมาร่วม 3 ทศวรรษ

 

ขณะที่สำนักข่าวดีพีเอของเยอรมนี รายงานอ้างสถานีโทรทัศน์ อิรักกิยา ว่า การประหารชีวิตนายซัดดัมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยต่อหน้าบุคคลจากหลายฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยาน

 

ต่อมา เจ้าหน้าที่อิรักซึ่งร่วมเป็นสักขีพยานในการประหาร แถลงยืนยันอย่างเป็นทางการผ่านสถานีโทรทัศน์ของทางการว่านายซัดดัมพร้อมจำเลยร่วมอีก 2 คน ถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอแล้ว

ขณะสถานีโทรทัศน์อื่น ๆ ของอาหรับ รวมทั้งอัล อาราบิยา ของซาอุดิอาระเบีย และอัล เฮอร์ราที่สหรัฐ สนับสนุนทางการเงิน ได้แพร่ภาพดวงอาทิตย์ขึ้นเหนือจตุรัส เฟอร์ดุส ในกรุงแบกแดดที่นาวิกโยธิน ได้ล้มอนุสาวรีย์ของนายซัดดัมลงมา เมื่อวันที่ 9 เมษายน ปี 2546

 

รายงานข่าวแจ้งว่ารัฐบาลอิรัก ได้เร่งรัดให้การประหารมีขึ้นก่อนวันสิ้นปี และก่อนเทศกาลอีดิลอัฎฮาจะมาถึงในเที่ยงวันที่ 30 ธันวาคมตามเวลาท้องถิ่น และรัฐบาลอิรักได้เก็บความลับเกี่ยวกับแผนการประหารชีวิต รวมทั้งสถานที่ใช้ประหารไว้อย่างดียิ่ง เพราะเกรงว่าฝ่ายที่สนับสนุนอดีตผู้นำอิรักจะก่อความวุ่นวาย จนอาจลุกลามจนกลายเป็นสงครามกลางเมือง เนื่องจากการประหารชีวิตนี้จะสร้างความพึงพอใจให้กับมุสลิมชีอะต์ที่ตกเป็นเหยื่อในสมัยที่นายซัดดัมเรืองอำนาจ แต่ก็จะโหมความแค้นให้กับชาวสุหนี่ที่สนับสนุนนายซัดดัม ขณะที่ชาวเคิร์ดเองก็ไม่สนับสนุนการประหาร เพราะต้องการให้พิจารณาคดีที่นายซัดดัมได้ปราบปรามชาวเคิร์ดเสร็จสิ้นเสียก่อน

 

ทั้งนี้ นายซัดดัมและอดีตรัฐมนตรีใกล้ชิดอีก 6 คน ถูกตัดสินเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนว่า มีความผิดฐานก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ กรณีสั่งให้สังหารหมู่มุสลิมชีอะต์ 148 คน ในเมืองดูจาอิล เมื่อปี 2525 เพื่อตอบโต้ความพยายามลอบสังหารตัวเอง ต่อมาศาลสูงสุดได้ตัดสินเมื่อวันที่ 26 ธันวาคมยืนคำพิพากษาของศาลชั้นต้นให้ประหารชีวิตนายซัดดัม และจำเลยร่วมอีก 2 คน คือ นายบาร์ซาน น้องชาย และนายอาวัด อาห์เหม็ด อัล-บันดาร์ ภายใน 30 วันตามรัฐธรรมนูญอิรัก คำพิพากษาจะต้องได้รับการรับรองจากประธานาธิบดีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงก่อนจึงจะแขวนคอซัดดัมได้

 

ก่อนหน้านี้เพียงวันเดียว นายกรัฐมนตรีนูรี อัล-มาลิกิ แห่งอิรัก ประกาศว่าจะไม่เลื่อนการประหารชีวิตออกไปอย่างเด็ดขาด และจะไม่มีการทบทวนคำตัดสินประหารชีวิตด้วยเช่นกัน ผู้ใดก็ตามที่ไม่ยอมรับการประหารชีวิตนายซัดดัม ถือเป็นการทำลายความศรัทธาของชาวอิรัก

 

บุตรสาวขอให้ฝังศพพ่อที่เยเมน

สถานีโทรทัศน์อิรักรายงานว่าในช่วงชั่วโมงแห่งความตายที่กำลังใกล้เข้ามานั้น นายซัดดัมมีโอกาสได้พบหน้าน้องชาย 2 คน ภายในห้องขังเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม และได้มอบของส่วนตัวให้น้องชายทั้ง 2 คนรวมถึงสำเนาหนังสือแสดงเจตจำนงค์ของตัวเองด้วย

 

นายนาจิบ อัล-นูไอมี หนึ่งในคณะทนายของนายซัดดัมเผยที่กรุงโดฮา ในกาตาร์ว่าได้พยายามอย่างยิ่งที่จะขอพบนายซัดดัมเป็นครั้งสุดท้าย เนื่องจากบุตรสาวของนายซัดดัม ที่อยู่ในกรุงอัมมาน นครหลวงของจอร์แดน ร่ำไห้อยากพบบิดา แต่คำขอนี้ได้รับการปฏิเสธ

 

ทนายความของนายซัดดัมกล่าวด้วยว่า ครอบครัวของนายซัดดัมได้สวดมนต์ภาวนาให้แก่อดีตผู้นำอิรักหลังจากทราบข่าวว่าจะถูกแขวนคอ รวมทั้งขอให้พระผู้เป็นเจ้ารับวิญญาณไปสู่สุคติร่วมกับบรรดาผู้พลีชีพทั้งหลาย.

 

แหล่งข่าวใกล้ชิดครอบครัวนายซัดดัมเผยว่านางรักฮัด บุตรสาวของนายซัดดัม ซึ่งลี้ภัยอยู่ที่จอร์แดน หลังจากสหรัฐบุกอิรักเมื่อปี 2546 ได้ร้องขอให้ฝังศพพ่อที่เยเมนเป็นการชั่วคราว จนกว่าอิรักจะได้รับการปลดปล่อย จึงจะนำศพกลับไปฝังที่อิรักอีกครั้ง

 

ทนายของนายซัดดัม กล่าวว่า หลังจากถูกแขวนคอแล้ว ฝ่ายสหรัฐต้องการปกป้องศพของนายซัดดัมไม่ให้ถูกหยามเกียรติ เหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นกับอดีตผู้นำอิรักคนอื่น ๆ ที่เคยถูกโค่นอำนาจ เพราะถ้าปล่อยให้นายซัดดัมถูกหยามเกียรติหรือเผชิญกับความอัปยศก่อนถูกแขวนคอ หรือปล่อยให้ศพได้รับการปฏิบัติที่ไม่ดี สหรัฐอาจจะถูกประนามได้

 

ไม่สนใจคำขอเยเมนและลิเบีย

สำนักข่าวซาบาของเยเมนรายงานว่าก่อนหน้าที่นายซัดดัมจะถูกแขวนคอ 11 ชั่วโมง นายกรัฐมนตรีของเยเมนได้เขียนจดหมายถึงประธานาธิบดีสหรัฐและอิรักขอให้เว้นโทษตายให้กับนายซัดดัม เพราะเกรงว่าจะยิ่งกระตุ้นให้ศึก 2 นิกายระหว่างชีอะต์กับสุหนี่รุนแรงขึ้น โดยให้เหตุผลว่าการเว้นโทษประหารชีวิตนายซัดดัมจะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีขึ้นอันจะช่วยรักษาบาดแผลที่เจ็บปวดในอิรักได้

 

ขณะที่สำนักข่าวอัล จาซีราในกาตาร์อ้างถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโมอัมมาร์ กัดดาฟี แห่งลิเบียที่วิงวอนให้ผ่อนปรนโทษประหารชีวิตนายซัดดัม เนื่องจากการพิจารณาคดีดำเนินไปโดยผิดกฎหมาย ทางที่ดีควรจะนำตัวให้ศาลโลกพิจารณาคดี ในฐานะเชลยสงครามมากกว่า

 

สักขีพยานการประหารซัดดัม

สถานีโทรทัศน์อิรักรายงานว่าก่อนหน้าที่การแขวนคอจะมีขึ้น บรรดาผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ร่วมเป็นสักขีพยานในการประหารชีวิตครั้งนี้ ซึ่งมีทั้งผู้นำศาสนา , ฝ่ายนิติบัญญัติ, เจ้าหน้าที่ระดับสูงและญาติของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อความทารุณโหดร้ายในยุคซัดดัม ได้ไปรวมตัวกันที่เขตกรีนโซน ซึ่งมีการอารักขาความปลอดภัยสูงที่สุดในกรุงแบกแดด

 

ด้านรัฐบาลอิรักได้จัดเตรียมเอกสารจำเป็นไว้พร้อมแล้ว ที่วมถึงใบแดง ซึ่งเป็นตัวแทนคำสั่งให้ประหาร และเคยใช้ในสมัยนายซัดดัม

 

สหรัฐ-อังกฤษพร้อมรับมือเหตุรุนแรง

นาย ไบรอัน วิทแมน โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐเปิดเผยว่าทหารอเมริกันในอิรักอยู่ในขั้นเตรียมพร้อมเต็มที่เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจทวีความรุนแรงขึ้นได้ทุกเมื่อจากเงื่อนไขทางสังคม และสถานการณ์ความมั่นคงปลอดภัยในอิรักขณะนี้ โดยเฉพาะหลังจากนายซัดดัมถูกประหารชีวิตแล้ว

 

อย่างไรก็ดี นายวิทแมนปฏิเสธที่จะให้ความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของทหารสหรัฐในบริเวณที่จะใช้ประหารชีวิตอดีตผู้นำอิรัก เพื่อเพิ่มการรักษาความปลอดภัย โดยระบุเพียงแค่ว่าบรรดาผู้บัญชาการทหารอิรักมีอำนาจที่จะสั่งย้ายกำลังพลหากเห็นว่าเหมาะสม นอกจากนี้ ยังปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นที่ว่าการประหารชีวิตนายซัดดัม อาจเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช อาจใช้เพื่อทบทวนยุทธศาสตร์ใหม่ของสหรัฐในอิรัก

 

ด้านกระทรวงกลาโหมของอังกฤษ พันธมิตรที่เหนียวแน่นของสหรัฐในสงครามอิรัก และได้ประจำกำลังทหารไว้ที่เมืองบาสรา เมืองใหญ่อันดับ 2 ของอิรัก แถลงว่า ทหารอังกฤษในอิรักเตรียมพร้อมรับมือกับการถูกโจมตี หลังนายซัดดัม ถูกแขวนคอ พร้อมกันนั้น ได้มีการเตือนภัยเป็นพิเศษ สำหรับการเตรียมพร้อมรับความเป็นไปได้ว่าอาจมีการโจมตีทหารอังกฤษ

 

ขณะที่ครอบครัวของทหารที่เสียชีวิตก่อนหน้านี้ ยอมรับว่ารู้สึกวิตกว่า ทหาร 7,100 คนที่ประจำการอยู่ในพื้นที่ทางใต้ของอิรัก จะตกเป็นเป้าการโจมตี หลังการประหารซัดดัม

 

ชาวเคิร์ดใจจดใจจ่อ รอคอยการประหาร

สำนักข่าวต่างประเทศอ้างความเห็นของชาวเคิร์ด ที่ตกเป็นเหยื่อการสังหารหมู่ไม่ต่ำกว่า 100,000 คน ในปฏิบัติการอันฟัล ระหว่างปี 2530-2531 รวมไปถึงเหยื่อแก๊สพิษถึง 5,000 คน ในเมืองฮาลับจาเมื่อปี 2531 เผยว่าเฝ้ารอการประหารชีวิตนายซัดดัม อย่างใจจดใจจ่อ หลังจากเฝ้ารอคอยโอกาสนี้มานานแล้ว แต่ก็วิตกเช่นเดียวกับชาวอิรักจำนวนมากว่าการปิดฉากอดีตผู้นำอิรักจะทำให้ความขัดแย้งระหว่างนิกายทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

 

ด้านชุมชนชาวอเมริกันเชื้อสายอิรัก มองว่า การประหารชีวิตนายซัดดัม จะยิ่งกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงในประเทศต่างๆมากขึ้น และไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆต่อชาวอิรัก โดยคณะกรรมการต่อต้านการเลือกปฏิบัติอเมริกัน-อาหรับ ในดีทรอยต์ซึ่งเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีผู้มีเชื้อสายตะวันออกกลางอาศัยอยู่มากที่สุดในสหรัฐ รวมทั้งชุมชนชาวอาหรับเชื้อสายอิรัก ให้ความเห็นว่า แม้เหยื่อที่เคยถูกนายซัดดัมทำร้ายจะดีใจที่อดีตผูนำเผด็จการผู้นี้ถูกประหารชีวิต แต่ชาวอิรักส่วนใหญ่ต่างหวาดกลัวสิ่งจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ พร้อมกับเสริมว่า การประหารชีวิตนายซัดดัมอาจทำให้รัฐบาลสหรัฐพอใจและรู้สึกถึงความสำเร็จไม่มากก็น้อย แต่จะไม่ช่วยอะไรชาวอิรักได้แม้แต่น้อย

 

ปฏิกริยาโลก

พระคาร์ดินัล เรนาโต รัฟฟาเอล มาร์ติโน หัวหน้าแผนกยุติธรรมและสันติภาพของสำนักวาติกัน กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการก่ออาชญากรรมเพื่อเป็นการลงโทษผู้ก่ออาชญากรรม แม้แต่นายกรัฐมนตรีโทนี แบลร์ ของอังกฤษ ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐนับแต่บุกอิรักเมื่อปี 2546 ก็ไม่เห็นด้วยกับการลงโทษประหารชีวิต โดยระบุว่าการประหารชีวิต "ซัดดัม" ควรขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของชาวอิรักเอง

 

เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีโรมาโน โปรดี ของอิตาลี ก็แสดงความไม่เห็นด้วยกับการลงโทษประหารชีวิต ไม่ว่าจะในประชาคมยุโรปหรือที่ใด ๆ ก็ตาม ขณะที่รัฐบาลบราซิลและชิลี ซึ่งคัดค้านการที่สหรัฐบุกอิรักมาโดยตลอดได้ประณามการประหารชีวิตอดีตผู้นำอิรัก เพราะไม่เชื่อว่าจะเป็นหนทางไปสู่สันติภาพในอิรักได้ ส่วนประธานาธิบดีมูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย ประณามการประหาร "ซัดดัม" ว่าขัดต่อกฎหมาย เพราะ "ซัดดัม" ถือเป็นเชลยศึก

 

สื่อมะกันระบุไม่ใช่ทางแก้

ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ของสหรัฐ ได้ตีพิมพ์บทสรุปว่า การแขวนคอ "ซัดดัม" ไม่ใช่การแก้ปัญหาในอิรัก เช่นเดียวกับการที่สหรัฐโค่นล้มผู้นำอิรักลงแล้วคิดว่าทุกอย่างจะจบเพียงแค่นั้น ซึ่งที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่า ไม่เป็นความจริง

 

ส่วนหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ระบุว่า การประหาร "ซัดดัม" เป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความพิกลพิการของระบบยุติธรรมในอิรัก และยังเป็นการโหมเปลวเพลิงแห่งความแตกแยกในสังคมของชาวอิรักให้ลุกโชนยิ่งขึ้น

 

ทั้งนี้ รายงานอ้างการเปิดเผยของนางมาเรียม อัล-ราเยส ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและอดีตสมาชิกรัฐสภาอิรัก ว่ามีกล้องบันทึกวิดีทัศน์ 1 ตัว บันทึกภาพการประหารดังกล่าว เริ่มจากการแขวนคอซัดดัม ตามด้วยนายบาร์ซาน อิบราฮิม ฮัสซัน อัล-ติกริต น้องชายต่างมารดาและอดีตผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองอิรัก ปิดท้ายด้วยนายอาวัด อาเหม็ด อัล-บันดาร์ อัล-ซาดุน อดีตหัวหน้าศาลปฏิวัติ โดยมีแพทย์ 1 คน อยู่ในที่ประหารด้วย ทั้งหมดถูกแขวนคอในคดีสังหารหมู่ชาวชีอะห์ 148 คน ในหมู่บ้านดูจาอิลเมื่อปี 2525 และจะเผยแพร่ภาพบันทึกการประหารต่อไป

 

นางราเยส เผยว่าเธอไม่ได้เป็นประจักษ์พยานในที่ประหาร ส่วนนายกรัฐมนตรีนูรี อัล-มาลิกี ก็ไม่ได้อยู่ในที่ประหารเช่นกัน แต่ได้ส่งคนสนิทไปเป็นประจักษ์พยานแทน

 

ส่วน ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ของสหรัฐสหรัฐ พร้อมรับมือเหตุรุนแรง หลังนายซัดดัม ฮุสเซน ถูกประหารชีวิต โดยย้ำว่านายซัดดัม ถูกประหารหลังได้รับการพิจารณาคดีอย่างยุติธรรม อันเป็นกระบวนการยุติธรรมที่เจ้าตัวไม่เคยให้คนที่ตกเป็นเหยื่อในระบอบการปกครองป่าเถื่อนได้รับมาก่อน และการพิจารณาคดีนายซัดดัมครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการมุ่งสู่อนาคตของชาวอิรักหลังถูกกดขี่นานหลายทศวรรษ

ส่วนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับสหรัฐให้ความเห็นว่า เคารพต่อการตัดสินใจประหารชีวิตซัดดัมของทางการอิรัก ในเมื่อเรื่องนี้อยู่บนพื้นฐานของหลักนิติธรรม

 

ด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชนประณามการแขวนคออดีตผู้นำอิรัก โดยชี้ว่า แม้นายซัดดัม ต้องรับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง แต่การใช้โทษประหารชีวิตถือเป็นการลงโทษที่ป่าเถื่อน ไม่มีความชอบธรรม

 

แหล่งข่าวเผยว่า นางรักฮัด บุตรสาวคนโตของ"ซัดดัม" ซึ่งลี้ภัยอยู่ที่จอร์แดน หลังจากสหรัฐบุกอิรักเมื่อปี 2546 ร้องขอให้ฝังศพบิดาที่เยเมนเป็นการชั่วคราว จนกว่าอิรักจะได้รับการปลดแอกจึงจะนำศพกลับไปฝังที่อิรักอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ทนายความของ "ซัดดัม" เผยว่า ครอบครัวของ "ซัดดัม" กำลังสวดมนต์ภาวนาให้แก่ "ซัดดัม" หลังจากทราบข่าวเขาจะถูกแขวนคอในเช้าวันนี้ และขอให้พระผู้เป็นเจ้ารับวิญญาณเขาไปสู่สุคติร่วมกับบรรดาผู้พลีชีพทั้งหลาย.

 

บช.น.หวั่นวินาศกรรมสถานทูตอิรักในไทย

พ.ต.อ.พินิต มณีรัตน์ โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล ( บช.น. ) เผยว่า พล.ต.ท.วิโรจน์ จันทรังษี ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้สั่งการให้ ตำรวจนครบาลในทุกพื้นที่ เพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ล่อแหลมต่อการก่อวินาศกรรมเป็นพิเศษ ภายหลังอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน แห่งประเทศอิรัก ถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอเมื่อเช้าวันนี้ ( 30 ธ.ค. ) สำหรับสถานที่ที่ต้องมีการวางกำลังรักษาความปลอดภัยเป็นพิเศษ ได้แก่ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา และอังกฤษ ประจำประเทศไทย บริเวณถนนวิทยุ รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นศูนย์รวมของชาวต่างชาติ โรงแรมสำคัญๆ สถานีรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดิน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่ใช้บริการว่าจะไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้น

 

 

 

ที่มา: http://www.komchadluek.net

        http://www.naewna.com

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์