Visible Man 2006#12 : วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ผู้ใฝ่ฝันถึงสังคมนิติรัฐ

ในกระแสความดีสีเหลือง นักกฎหมายมหาชนหลายคนกลายเป็นคนดีที่หักดิบหลักการกฎหมายเพื่อเป้าหมายใหญ่เป้าเหมายเดียวคือ "ทักษิณ ออกไป" และนั่นทำให้ ดร.วรเจตน์ กลายเป็นนักกฏหมายจำนวนน้อยไปทันที

โดย พิณผกา งามสม

 

 

"ผมไม่เห็นทางออกอะไร เพราะว่าทางออกที่ควรทำนั้น เราได้ผ่านมันมาหมดแล้ว ผมไม่มีความหวังอะไร กฎหมายก็ถูกบิดไปจนไม่สามารถหาหลักเกณฑ์อะไร และสื่อก็ยังเล่นไปตามเกมแบบนี้" เจ้าของประโยคที่ไร้ความหวัง ทำไมถึงสมควรจะเป็นบุคคลแห่งปีของประชาไท

 

เขาจบการศึกษาปริญญาเอกด้านกฎหมายมหาชนจากเยอรมนีด้วยทุนภูมิพลระดับเกียรตินิยมดีมาก

 

ปี 2543 คือปีที่เขาเดินทางกลับมาเมืองไทย และสังกัดคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาอยู่กับสังคมไทยภายใต้การดูแลของนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เป็นยุคสมัยที่กฎหมายหลายฉบับถูกจับตาและตั้งข้อสงสัย

 

ในช่วงที่สังคมไทยชักธงเขียว เรียกร้องรัฐธรรมนูญ 2540 นั้น เขาอยู่ที่เยอรมนี อาจจะเป็นการดีอยู่บ้าง เพราะเขาไม่ได้ "อิน"  กับรัฐธรรมนูญฉบับชักธง (เขียว) รบจนถึงกับจะไม่วิพากษ์วิจารณ์มันเลย

 

แน่นอนว่า เมื่อเขากลับมาก็เริ่มวิพากษ์รัฐธรรมนูญฉบับนั้นก่อน โดยเปิดประเด็นเรื่ององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 2540 ว่าอาจจะสร้างปัญหาต่อไปในภายภาคหน้าอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ซึ่งมีอำนาจทุกอย่างอยู่ในมือ แต่ไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุล ทำนายไว้แต่ตอนนั้นว่า มันจะเกิดปัญหาตามมา เพราะองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญไทยนั้น เทอะทะ ตรวจสอบไม่ได้ และขาดการถ่วงดุล

 

กระทั่งปี 2547 ปัญหาขององค์กรอิสระก็ได้แสดงออกมาให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นกรณีคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) และการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญในหลายๆ กรณี ประการที่สำคัญคือการขาดการตรวจสอบถ่วงดุล และไม่สามารถคลี่คลายปมปัญหาทางการเมืองได้

 

แม้ว่าเขาจะวิพากษ์ตัวบทกฎหมายที่เป็นที่มาขององค์กรอิสระมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในฐานะนักกฎหมาย เขายอมรับในกติกานั้น และตอบตามหลักกฎหมายที่กำหนดมา เมื่อตัวบทมีปัญหา ก็ต้องดำเนินกระบวนการไปตามตัวบทที่มีปัญหานั้นเอง

 

แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง กฎหมายที่มีปัญหาในตัวเองก็ปะทุขึ้นในระบอบทักษิณ นั่นคือองค์กรอิสระไม่สามารถแก้ไขปัญหาทางการเมืองได้

 

วรเจตน์ ภาคีรัตน์ เคยกล่าวว่า เขาพูดตามหลักกฎหมายทุกประการโดยไม่ได้ดูหน้าว่าคนที่กำลังอยู่ในกระบวนการและจะต้องได้รับผลตามกฎหมายนั้นคือใคร ไม่ว่าจะเป็นกรณีคุณหญิงจารุวรรณ ซึ่งดูเป็นคนดีมาก หรือเป็นกรณีอื่นที่ถูกสังคมพิพากษาไปแล้วว่าเลวก็ตาม ถ้าใช้ข้อกฎหมายเดียวกันบังคับกับกรณีข้อเท็จจริงอย่างเดียวกัน ผลก็ต้องออกมาอย่างเดียวกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ สื่อเลือกที่จะลงข่าวเฉพาะเมื่อคำอธิบายของเขาสอดคล้องกับอารมณ์ของสังคม

 

ภายใต้ระบอบทักษิณ เราก็จะเห็นนักกฎหมายมหาชนที่สมาทานความดี และเข้าไปทำงานช่วยเหลือองค์กรอิสระหลายคนซึ่งนักกฎหมายเหล่านี้มีภาพลักษณ์ที่ดีพอสมควร และได้เข้าร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จากนั้นก็จับพลัดจับผลูไปเรียกร้องมาตรา 7 ซึ่งวรเจตน์ได้ยืนยันต่อต้านข้อเรียกร้องเหล่านี้

 

หลังจากกระแสขับไล่ทักษิณขึ้นสูง เขาก็ตกเป็นเป้าในการโจมตีอยู่บ้าง เป็นราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการยืนยันตามหลักกฎหมายที่เรียนและสอน

 

ภายหลังการรัฐประหาร เราพบว่า ไม่มีการเคลื่อนไหวที่เป็นรูปธรรมจากนักกฎหมายมหาชนกลุ่มไหน จนกระทั่งนักกฎหมายจากสำนักธรรมศาสตร์ จำนวน 4 คนออกแถลงการณ์ต่อต้านการรัฐประหาร ซึ่งต้องถือว่าเป็นแถลงการณ์ที่ชัดเจนอย่างยิ่ง และชัดเจนกว่าแถลงการณ์ฉบับก่อนหน้าที่ออกมาจากหลายองค์กรเลยทีเดียว แน่นอนว่า 1 ใน 4 คนนั้น มีชื่อเขาอยู่ด้วย

 

ปี 2549 คือปีที่สังคมเผชิญคำถามที่ท้าทายหลายข้อ คำถามที่ท้าทายประการสำคัญก็คือ ภายใต้การปกครองที่เราบอกกันว่าเป็นประชาธิปไตย และเราปกครองกันด้วยหลักนิติรัฐ การแก้ปัญหาทางการเมืองไทยนั้นยืนอยู่บนหลักการอันใด

 

ในกระแสความดีสีเหลือง นักกฎหมายมหาชนหลายคนกลายเป็นคนดีที่หักดิบหลักการกฎหมายเพื่อเป้าหมายใหญ่เป้าเหมายเดียวคือ "ทักษิณ ออกไป"   

 

ถ้าถามว่า ทำไมวรเจตน์จึงสมควรจะได้รับตำแหน่งบุคคลแห่งปี คำตอบอาจจะอยู่ที่คำถามของเขา

 

....เมื่อไหร่ที่สังคมไทยจะบรรลุนิติภาวะ

 

 

 

 

โครงการ Visibleman 2006

 

คือการมองย้อนหลังในระยะเวลา 1 ปี

และค้นหาคนที่เรา "ประชาไท" เห็นเด่นชัดที่สุด

 

Visibleman ของเรา ไม่ใช่ข้อสรุปจากผลการศึกษา มิใช่ผลงานทางวิชาการ หรือการวิจัยใดๆ

แต่เราปรารถนาให้ผู้อ่านเห็นถึงนัยที่เราเลือก

กระบวนการเลือก กระบวนการการทำงาน การถกเถียง ตลอดจนการหาข้อสรุปของเรา

 

เพราะเหตุนี้ เราจึงตระหนักดีว่า

ความน่าเชื่อถือและพลังของการเลือกบุคคลผู้ที่จะเป็น Visibleman ของเรานั้น อยู่ที่เราแต่ละคน

ยิ่งเราแต่ละคนเติบโตขึ้นเท่าไร ลุ่มลึกมากเท่าใด

ความน่าเชื่อถือในโครงการ Visibleman ก็มากขึ้นเท่านั้น

 

เราปรารถนาให้โครงการ Visibleman ได้แสดงถึงความอ่อนด้อยของเรา

ตลอดจนการเติบโต ความรู้ของเรา และรายงานต่อผู้อ่านอย่างซื่อตรง

 

กล่าวอีกอย่างก็คือ

โครงการ Visibleman

ไม่ใช่เพียงเพื่อการเสนอนัยของ "บุคคลที่เราเห็น" ในปีที่ผ่านมา

หากแต่ยังหมายถึงการรายงานพัฒนาการของเราต่อผู้อ่านด้วย

 

…………………………….

 

Visibleman 2006 ได้เปิดให้ผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่ "ประชาไท" เสนอชื่อ

ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2549

ก่อนจะจัดทำข้อเสนอ ความเห็น ข้อมูล เพื่อร่วมถกเถียงหาข้อสรุป

ในวันที่ 18 ธันวาคม 2549

และทยอยนำเสนอต่อผู้อ่าน

ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2549

จนไปสิ้นสุดที่รายชื่อผู้ที่สมควรเป็น Visibleman 2006 ของ "ประชาไท"

ในวันที่ 4 มกราคม 2550

โดยมีรายชื่อพร้อมผู้เสนอ ดังนี้

 

รายชื่อ  Visibleman 2006  และผู้เสนอ

 

กษัตริย์ คเยนทรา วีระ วิกรม ชาหะเทวะ    เสนอโดย  พงษ์พันธุ์  ชุ่มใจ
พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์   เสนอโดย  ชูวัส  ฤกษ์ศิริสุข และ
    พิณผกา  งามสม
นวมทอง ไพรวัลย์ เสนอโดย  มุทิตา  เชื้อชั่ง
จาตุรนต์ ฉายแสง เสนอโดย  ภาพันธ์  รักษ์ศรีทอง
จูหลิง ปงกันมูล เสนอโดย  มูฮัมหมัด  ดือราแม
อังคณา นีละไพจิตร เสนอโดย  นัดดา  มะลี
น้องเดียว - ด.ช.พัทธดนย์ เกลี้ยงจันทร์ เสนอโดย  เสาวภา  พุทธรักษา
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เสนอโดย  อรพิณ  ยิ่งยงพัฒนา
ครูตี๋ - นิวัฒน์ ร้อยแก้ว เสนอโดย  องอาจ  เดชา
พล.อ. สพรั่ง กัลยาณมิตร เสนอโดย  วิทยากร  บุญเรือง
สุรพล นิติไกรพจน์ เสนอโดย  จิรนันท์  หาญธำรงวิทย์ 
วรเจตน์ ภาคีรัตน์ เสนอโดย  พิณผกา  งามสม
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เสนอโดย  พิณผกา  งามสม

จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก

เสนอโดย  ตติกานต์  เดชชพงศ

 

……………………………..

 

โครงการ Visibleman 2006

ดำเนินการถกเถียง แลกเปลี่ยน และหาข้อสรุป

โดย รุจน์ โกมลบุตร

คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกรรมการประชาไท

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์