ข่าวมอนิเตอร์: วันที่ 13 มกราคม 2550

การเมือง

 

ขู่ใช้กฎอัยการศึกจัดการมือบึ้มยันพร้อมรับมืองานวันเด็กปีนี้

เว็บไซต์คมชัดลึก - พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกและประธานคณะความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานงานวันสถาปนากองทัพภาคที่ 1 ว่า รู้สึกพอใจและดีใจที่ทัพภาค 1 ทำงานที่ได้รับมอบหมายได้ค่อนข้างสมบูรณ์ ทั้งนี้กำลังให้กองทัพภาคต่างๆมาศึกษางานและแลกเปลี่ยนความคิดกัน

เมื่อถามว่า ทางกองทัพมีความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยงานวันเด็กมากน้อยแค่ไหน พล.อ.สนธิ กล่าวว่า คิดว่า เต็มร้อย โดยให้กองอำนายการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) มองในภาพรวมทั้งประเทศแล้วแจ้งให้กองทัพภาคให้การสนับสนุนในการรักษาความปลอดภัยในทุกจังหวัด

เมื่อถามว่า จะต้องมีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ พล. อ.สนธิ กล่าวว่า จะต้องมีการร่วมมือกันทั้งในส่วนของจังหวัดและเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เมื่อถามว่า ได้รับรายงานถึงการเตรียมการก่อเหตุในวันพรุ่งนี้หรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ไม่ห่วงเพราะใช้มาตรการในการควบคุมค่อนข้างดี และคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในวันเด็ก เพราะเด็กเป็นเยาวชนของชาติคงไม่มีใครคิดทำ

เมื่อถามว่า คนที่ก่อความวุ่นวายจะมีโทษถึงขั้นประหารชีวิตหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า จะใช้อำนาจตามกฎหมายโดยเฉพาะกฎอัยการศึกที่ยังมีอยู่ จะใช้มาตรการตัวนั้นเป็นตัวแรก

เมื่อถามว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติระบุว่ารู้ตัวคนก่อเหตุแล้ว ขณะนี้มีการรายงานให้ทราบหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ในส่วนของกองทัพและ คมช. ยังไม่ได้รับรายงาน

 

ประธาน ส.ส.ร. ส่งกฤษฎีกาตีความคุณสมบัติกรรมาธิการยกร่างแล้ว

กรมประชาสัมพันธ์ - นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. กล่าว หลังเข้าสักการะพระสยามเทวาทิราช และพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำรัฐสภา ร่วมกับนายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธาน ส.ส.ร. คนที่ 1 และนายเดโช สวนานนท์ รองประธาน ส.ส.ร. คนที่ 2 เกี่ยวกับการกำหนดคุณบัติคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ได้มอบหมายให้ นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ ส่งเรื่องดังกล่าวที่เป็นปัญหาให้กฤษฎีกาเป็นผู้พิจารณาแล้ว

อย่างไรก็ตาม มองว่า การกำหนดคุณสมบัติที่สูง ไม่ได้เป็นปัญหา แต่คุณสมบัติ ส.ส.ร. ที่เข้าข่ายเป็นผู้เหมาะสมมีน้อย จึงจำเป็นต้องส่งเรื่องให้ตีความ ส่วนการหารือนอกรอบในวันที่ 15 มกราคมนี้ เป็นเพียงการพูดทำความรู้จักกันเท่านั้น ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดการทำงาน สำหรับกรอบการทำงานและการคัดเลือกผู้เหมาะสมจากภาคส่วนต่างๆ จำนวน 8 คน คาดว่า จะรู้ผลในการประชุมอย่างเป็นทางการนัดที่ 2 ในวันที่ 16 มกราคมนี้ พร้อมยืนยัน ไม่หนักใจกับกรอบเวลาร่างรัฐธรรมนูญที่มีจำกัด เนื่องจากมั่นใจว่า รัฐธรรมนูญ จะเสร็จทันก่อนมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งปลายปีนี้ อย่างแน่นอน

 

กก.สิทธิ์ฯเสนอให้เลือกกมธ.ยกร่างมีอิสระ

ไอ.เอ็น.เอ็น-นายเสน่ห์ จามริก ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อ่านแถลงการณ์ เสนอสภาร่างรัฐธรรมนูญมีอิสระในการคัดเลือกกรรมาธิการยกร่างฯ 25 คน โดยไม่ถูกจำกัดคุณสมบัติ และให้พิจารณากำหนดสัดส่วนมาจากผู้มีประสบการณ์ ทางสังคมที่หลากหลาย ทั้งภาครัฐ เอกชน สังคม วิชาการ อย่างน้อยภาคละ 5 คน เพื่อช่วยสะท้อนข้อความคิดเห็น ที่สมบูรณ์ ก่อนยกร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฏหมาย หรือ ยกร่างสามารถดำเนินการแต่งตั้ง 10 คนตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดได้พร้อมคาดหวังให้ดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญ ให้เป็นที่ไว้ใจของประชาชนทุกภาคส่วน และเป็นไปตามเป้าหมายการปฏิรูปการเมืองและสังคมอย่างแท้จริง กรรมการสิทธิ์ฯ จึงพลักดันให้ปฏิรูปการเมืองในแง่การกระจายอำนาจ อย่างไรก็ตาม อยู่ที่สามัญสำนึกของ คมช. และ รัฐบาล ว่า จะรับฟังเพียงใด

 

ด้าน นางสุนี ไชยรส กรรมการสิทธิมนุษย์ชนแห่งชาติ ในฐานะอดีต สสร. ยืนยัน แม้เสียงสะท้อนจะไม่ได้รับความสำคัญแต่กรรมการสิทธิ์ฯ จะไปจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกภาคทั้วประเทศ พร้อมจะประเมินและแถลงให้รับทราบก่อนยกร่างรัฐธรรมนูญ ในเดือน ก.พ.

 

 

 

 

"นพ.เหวง"ฟ้องร้อง"ชนาพัทธ์" หมิ่นประมาทรับเงินหนุนเคลื่อนไหวการเมือง

เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ - นพ.เหวง โตจิราการ ประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน เพื่อดำเนินคดีทางแพ่งและอาญาต่อ นายชนาพัทธ์ ณ นคร แกนนำกลุ่มเตมูจิน ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ทำให้เสียชื่อเสียง กรณีให้สัมภาษณ์กล่าวหาว่าสมาพันธ์ประชาธิปไตยรับเงิน 200 ล้านบาท จากกลุ่มอำนาจเก่าที่เสียผลประโยชน์ เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง ทำลายความน่าเชื่อถือของ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. และรัฐบาล  โดยนำเอกสารเป็นหนังสือพิมพ์ 3 ฉบับ เป็นหลักฐาน

         

นพ.เหวง กล่าวว่า สมาพันธ์ประชาธิปไตยก่อตั้งขึ้น จากฉันทานุมัติขององค์กรประชาชนที่รักประชาธิปไตยกว่า 50 องค์กร เพื่อเป็นองค์กรประสานงานกลาง ในการต่อต้านเผด็จการ รสช. ตั้งแต่เหตุการณ์ เดือนพฤษาคม 2535 โดยมีอุดมการณ์ต่อต้านเผด็จการ สร้างสานประชาธิปไตย มาจนถึงทุกวันนี้

         

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกนายชนาพัทธ์ มารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ใส่ความให้เกิดความเสียหาย ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี

 

 

อัยการสั่งไม่ฟ้องม็อบพันธมิตรฯ บุกทำเนียบ

ไอ.เอ็น.เอ็น- นายอรรถพล ใหญ่สว่าง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดเปิดเผยว่า   คณะทำงานอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง คดีม็อบพันธมิตรฯ ที่มี พล.ต.ต.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รองผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.ในฐานะอดีต รอง ผบช.น.กับพวกรวม 4 คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง แกนนำผู้ชุมนุมและกลุ่มผู้ชุมนุมที่บุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 13 ม.ค.2549 ต่อเนื่องถึงวันที่ 14 ม.ค.2549 เป็นจำเลยรวม 41 คน โดยมี นายสนธิ ลิ้มทองกุลแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป็นจำเลยที่ 41 อยู่ด้วยนั้น

 

คดีนี้พนักงานสอบสวนทำสำนวนคดีพร้อมความเห็นสั่งฟ้อง ผู้ต้องหาแล้วจำนวน 32 คน โดยส่งให้อัยการพิจารณาสั่งคดี ส่วนผู้ต้องหาอีก 9 คนซึ่งมี นายสนธิ รวมอยู่ด้วยนั้น พนักงานสอบสวนยังไม่ได้ส่งสำนวนคดีให้อัยการ เนื่องจากยังไม่ได้ตัวผู้ต้องหามาส่งฟ้องจึงต้องมีการแยกสำนวนคดีฟ้องผู้ต้องหา โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้งหมด 8 ข้อกล่าวหาโฆษกสำนักงานอัยการฯ กล่าวว่า ทั้งนี้ คณะทำงานอัยการ ได้ประชุมร่วมกันและพิจารณาสำนวนคดีอย่างละเอียดรอบคอบแล้ว จึงมีความเห็นในวันนี้ โดยสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 32 คน

 

โดยได้แบ่งเป็นหลักใหญ่ๆในการพิจารณา  คณะทำงานจึงเห็นว่าไม่มีความผิด จึงมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 32 คน ส่วนผู้ต้องหาอีก 9 คนพนักงานสอบสวนยังไม่ได้มีความเห็นสั่ง หรือส่งตัวมายังพนักงานอัยการ คณะทำงานจึงไม่ได้พิจารณาด้าน นายเสริมเกียรติ วรดิษฐ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา กล่าวว่า การสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหานี้ คณะทำงานได้พิจารณากันอย่างละเอียดรอบคอบในทุกประเด็นแล้ว โดยได้พิจารณาในหลักใหญ่ภาพรวมคือว่า กลุ่มผู้ต้องหานี้ได้ใช้สิทธิชุมนุมกันตามรัฐธรรมนูญ ไม่มีลักษณะมั่วสุมประพฤติตนวุ่นวาย และใช้อาวุธ ซึ่งการชุมนุมนั้นตามรัฐธรรมนูญฯพ.ศ. 2541 นั้นให้สิทธิได้ โดยเฉพาะอยู่ในมาตราที่ 44 ของรัฐธรรมนูญ

 

 

อสส.สั่งสอบคดีทักษิณหมิ่นเบื้องสูงเพิ่ม

ไอ.เอ็น.เอ็น-นายเสริมเกียรติ วรดิษฐ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีตกเป็นผู้ต้องหา กรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพฯ ว่า อัยการจะทำหนังสือถึงพนักงานสอบสวน ให้สอบสวนเพิ่มเติมในบางประเด็นได้แก่ ให้ทำการถอดเทปคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาเป็นหนังสือ เพื่อที่จะสามารถนำมาพิจารณาสั่งคดีได้ทั้งนี้อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา ระบุว่า คดีนี้เป็นคดีสำคัญที่เกี่ยวพันถึงสถาบันเบื้องสูง และผู้ต้องหาเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีรวมถึงคดีมีอายุความ 20 ปี หากจะให้เร่งรีบในการสั่งคดีคงไม่เหมาะสม ซึ่งคดีนี้คณะทำงานอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่ายังมีความบกพร่องในเรื่องการสอบสวน จำเป็นต้องสอบสวนเพิ่มเติมอีกหลายประเด็น และหากผลสอบสวนครบถ้วนคณะทำงานอัยการจะไม่ล่าช้าในการพิจารณาสั่งคดีแน่นอน

         

ส่วนกรณีที่พนักงานสอบสวน ไม่ได้มีการสอบสวน พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ต้องหาแต่กลับเร่งส่งสำนวนคดีให้อัยการพิจารณาอธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา กล่าวว่า พนักงานสอบสวนเมื่อทำสำนวนเสร็จแล้ว ก็สามารถส่งสำนวนคดีให้อัยการพิจารณาได้โดยไม่ต้องรอผู้ต้องหา โดยหากอัยการพิจารณาแล้วมีคำสั่งฟ้อง ก็ต้องแจ้งพนักงานสอบสวนให้นำตัวผู้ต้องหามาแจ้งข้อหาและมีการสอบสวนผู้ต้องหาในชั้นสอบสวนให้แล้วเสร็จ และส่งตัวผู้ต้องหาให้อัยการสั่งฟ้องดำเนินคดีได้

 

 

ไทย-พม่าถูกวิจารณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชน

ไอ.เอ็น.เอ็น- รายงานประจำปีของกลุ่ม ฮิวแมน ไรท์ วอช ที่ได้รับการเผยแพร่เมื่อวานนี้ ระบุว่า สิทธิขั้นพื้นฐานในไทยที่ถูกกัดกร่อนอยู่แล้วตั้งแต่สมัยรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร กลับยิ่งเลวร้ายลงอีกหลังเกิดทหารเข้ายึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 กันยายนพร้อมวิจารณ์กฎข้อบังคับเกี่ยวกับเสรีภาพของพลเรือน ที่ประกาศใช้ทันทีหลังเหตุรัฐประหารซึ่งรวมถึงกฎอัยการศึกการห้ามชุมนุมทางการเมือง และการตีกรอบการนำเสนอข่าวสารของสื่อมวลชน และแม้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างหนักในสมัยอดีตนายกฯทักษิณ แต่เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้การปฏิรูปฯเป็นที่ยอมรับในสายตาชาวโลก

 

 

เศรษฐกิจ

 

ญี่ปุ่นชะลอแผนลงทุนในไทยระยะ5ปีจากเหตุบึ้มกทม.

เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ - นายทัตซึ จิ บันโน ประธานหอการค้าญี่ปุ่น กรุงเทพฯ (JCC) เปิดเผยภายหลังประชุมหารือร่วมกับ นายโยอิชิ คาโต ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น(เจโทร) และนายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เกี่ยวกับปัญหาและสถานการณ์ต่างๆที่มีผลต่อการลงทุนในไทย วานนี้(12 ม.ค.) ว่า นักลงทุนญี่ปุ่นเตรียมชะลอหรือยกเลิกการลงทุนตามแผนระยะยาว ที่จะกำหนดขยายลงทุนใหม่ใน 5 ปี หลังจากเกิดเหตุการณ์ต่างๆขึ้นอย่างต่อเนื่องในไทยนับ ตั้งแต่มีการยึดอำนาจเมื่อ 19 กันยายน 2549 จนถึงเหตุระเบิดในพื้นที่กรุงเทพฯ หลายจุด และ การออกมาตรการของรัฐบาล

         

โดยเฉพาะมาตรการป้องกันเงินทุนไหลเข้าระยะสั้น ที่ต้องกันสำรอง 30%ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และการแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจคนต่างด้าว ล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นการลงทุนของนักลงทุนญี่ปุ่นในไทย โดยเหตุระเบิดมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นมากที่สุด เนื่องจากมีผลต่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินโดยตรงของประชาชนคนไทยและตัวนักลงทุนญี่ปุ่นเอง ทั้งนี้การลงทุนระยะสั้นและระยะกลางภายใน 3 ปี ยังไม่กระทบ นักลงทุนญี่ปุ่นคงเดินหน้าลงทุนต่อไป เนื่องจากได้กำหนดแผนที่จะลงทุนที่ชัดเจนไปแล้ว

         

ส่วนนักลงทุนญี่ปุ่นรายใหม่ ที่ยังไม่เคยเข้ามาลงทุนในไทย คงตัดสินใจชะลอการลงทุนออกไปก่อน เพื่อประเมินทิศทางและสถานการณ์ในการลงทุน เนื่องจากยังกังวลกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะปัญหาเหตุการณ์ระเบิด ที่ขณะนี้จะยังไม่มีเหตุระเบิดซ้ำอีกก็ตาม

 

 

เมืองไทยคุ้มครองสมาชิกผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ

ผู้จัดการรายวัน - นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด มอบกรมธรรม์ประกันชีวิตและอุบัติเหตุกลุ่มสมาชิกผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความอบอุ่นใจและความมั่นใจกับความคุ้มครองชีวิตที่มั่นคงจากบริษัทฯ ที่พร้อมให้การดูแลสมาชิกทุกท่าน โดยมี นางสาววิมล ตัน นายกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจและคณะกรรมการสมาคมฯ ให้เกียรติ รับมอบกรมธรรม์ดังกล่าว จำนวนทุนประกันรวมกว่า 61 ล้านบาท ณ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด เมื่อเร็วๆ นี้

 

 

ความมั่นคง สถานการณ์ภาคใต้

 

เย้ยคมช.บึ้มหน้าค่าย"สิริธร" "อนุพงศ์"รับห่วงสถานการณ์

เว็บไซต์คมชัดลึก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.40 น.วันนี้ (12ม.ค.)ได้เกิดระเบิดขึ้นที่รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแมค สีเขียว ของจ.ส.อ.อัมมาต หะยีวานิ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/2 ถ.สิโรรส ซอย 14 ย่านตลาดเก่า เขตเทศบาลนครยะลา ขณะที่กำลังขับเข้ามาภายใน กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 5 ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

เมื่อถึงบริเวณป้อมรักษาการ ทางเข้าด้านหน้า คนร้ายซึ่งคาดว่าขี่รถจักรยานยนต์ตามมา ได้จุดชนวนระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ใต้รถคันดังกล่าว จนเกิดระเบิดขึ้น ทำให้รถคันดังกล่าวได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารเคลื่อนย้ายรถดังกล่าวออกจากจุดเกิดเหตุทันทีและไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ แต่อนุญาตให้บันทึกภาพได้ภายนอกเท่านั้น

ต่อมาเวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่จากกองวิทยาการเขต 45 ยะลา เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.ต.โสร่ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เข้าร่วมตรวจสอบภายใน

สำหรับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 5 ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เป็นที่ตั้งของกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( กอ.สสส.จชต.) ซึ่งได้เปลี่ยนเป็น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 (กอ.รมน.ภาค4)

ด้านพล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา ผู้ช่วยผบ.ทบ.และผู้ช่วยเลขาฯคมช. กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด เหตุการณ์ระเบิดบริเวณหน้าค่ายสิรินธร จ.ปัตตานี เมื่อเช้าที่ผ่านมา ขอไปตรวจสอบรายละเอียดก่อน อย่างไรก็ตาม ก็รู้สึกเป็นห่วง หากยังเกิดสถานการณ์เช่นนี้

 

เลื่อนสรุปผลพิสูจน์กระดูกใช่"ทนายสมชาย"หรือไม่ไปเป็นสัปดาห์หน้า

ศูนย์ข่าวแปซิฟิค - พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวถึงผลสรุปการตรวจดีเอ็นเอชิ้นส่วนกระดูกที่งมได้จากแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดราชบุรี ครั้งล่าสุด เพื่อหาพยานหลักฐานคดีการหายตัวไปของนายสมชาย นีละไพจิตร ประธานนักกฎหมายมุสลิม ว่า เนื่องจากเป็นการตรวจดีเอ็นเอด้วยระบบไมโครคอนเดรีย จึงต้องใช้เวลาเพื่อให้ผลสมบูรณ์ที่สุด ทีมตรวจจึงขอเลื่อนสรุปผลไปเป็นสัปดาห์หน้าแทน ซึ่งเรื่องนี้ได้รายงานนายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรมแล้ว นายจรัญ ได้สั่งการว่า หากผลตรวจพบว่าตรงกับดีเอ็นเอของนายสมชายให้ส่งเรื่องให้นายจรัญ เพื่อนำเสนอเรื่องถึง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีทันที

         

อย่างไรก็ตาม เมื่อทราบผลตรวจดีเอ็นเอกระดูกนี้จะต้องแจ้งผลไปยังนางอังคณา นีละไพจิตร ภรรยานายสมชาย ซึ่งจะมีผลในทางคดี และทางกฎหมาย ที่จะต้องพิจารณานายสมชายเสียชีวิตแล้วหรือไม่ แต่ในทางนิติวิทยาศาสตร์ถ้าตรงกับดีเอ็นเอของนายสมชาย ก็ยังต้องนำไปประมวลเพื่อหาว่ากระดูกชิ้นดังกล่าวที่ดีเอ็นเอตรงกับนายสมชายนี้ไปอยู่ในแม่น้ำได้อย่างไร เพื่อเสาะหาชิ้นส่วนอื่นของนายสมชายต่อไป สำหรับกระดูกที่ตรวจดีเอ็นเอบอกได้เพียงว่า เป็นกระดูกยาว ซึ่งเป็นส่วนแขนและขาส่วนปลาย

 

 

ต่างประเทศ

 

บังกลาเทศประกาศภาวะฉุกเฉิน

ผู้จัดการออนไลน์- เมื่อวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา (11) ประธานาธิบดีเอียยุดดิน อาห์เหม็ด ประกาศลาออกจากการเป็นผู้นำคณะรัฐบาลรักษาการ หลังที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมงได้ประกาศภาวะฉุกเฉินและเคอร์ฟิวยามวิกาล ซึ่งต่อมาในวันศุกร์ (12) การประกาศเคอร์ฟิวดังกล่าวก็ได้ถูกยกเลิกไป

         

ภายหลังการประกาศลาออกของเอียจุดดิน เหตุการณ์โดยทั่วไปภายในกรุงธากาและส่วนอื่นๆของประเทศ ยังอยู่ในความสงบ ไม่มีเหตุรุนแรงแต่อย่างใด หลังจากที่ก่อนหน้านี้เป็นเวลาหลายเดือน เกิดการชุมนุมประท้วงขึ้นหลายครั้ง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 45 คน

        

ภายใต้การประกาศภาวะฉุกเฉิน ซึ่งรัฐบาลบังคลาเทศได้ประกาศใช้เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีนี้ จะห้ามมิให้มีการประกอบกิจกรรมทางการเมืองใดๆบนท้องถนน และยังจำกัดการเผยแพร่ข่าวสารของสื่ออีกด้วย

        

เจ้าหน้าที่กระทรวงสารนิเทศผู้หนึ่งซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อเผยว่า สถานีโทรทัศน์เอกชนทุกแห่งจะต้องนำเสนอเฉพาะรายงานข่าวของสถานีโทรทัศน์บังคลาเทศ เทเลวิชั่น ซึ่งดำเนินการโดยรัฐบาลเท่านั้น ขณะที่สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆจะไม่สามารถตีพิมพ์เผยแพร่ข่าวสารใดๆ ที่มีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและการดำเนินการของภาครัฐได้

         

โฆษกประธานาธิบดีให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ทางรัฐบาลยังไม่สามารถดำเนินการตามแผนเดิมที่จะจัดการเลือกตั้งในวันที่ 22 มกราคมได้ เนื่องจากสมาชิกสภาที่ปรึกษาประธานาธิบดีส่วนใหญ่ลาออกไปเกือบหมด และขณะนี้ยังไม่สามารถระบุวันเวลาในการจัดการเลือกตั้งที่แน่ชัดได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลหลายคนให้สัมภาษณ์เป็นการส่วนตัวว่า เรื่องนี้อาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน

         

ด้านประธานาธิบดีเอียจุดดินแถลงว่า ได้แต่งตั้งฟาครุดดิน อาห์เหม็ด อดีตผู้ว่าการธนาคารขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำรัฐบาลเฉพาะการแทน เพื่อทำหน้าที่ดูแลจัดการเลือกตั้ง

 

 

อังกฤษไม่ดำเนินนโยบายตามประธานาธิบดีบุช ยันไม่ส่งทหารไปอิรักเพิ่ม

แนวหน้า - นางมาการ์เร็จ เบคเค็ท รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ ได้แสดงท่าทีหลังประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ประกาศยุทธศาสตร์ใหม้ด้วยการประกาศเพิ่มกองกำลังสหรัฐในอิรักอีก 21,500 นาย โดยกล่าวยืนยันถึงความตั้งใจของอังกฤษที่จะไม่ส่งกำลังทหารไปเพิ่มในอิรักขณะที่สื่อมวลชนอังกฤษรายงานว่า รัฐบาลอังกฤษเตรียมจะถอนทหารเกือบ 3,000 นายออกจากอิรักภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งจะทำให้จำนวนทหารอังกฤษในอิรักเหลืออยู่เพียง 4,500 นาย จากประมาณ 7,200 นายในปัจจุบัน โดยส่วนใหญ่จะประจำการอยู่ในเมืองบาสรา และพื้นที่อื่น ๆ ในภาคใต้ของอิรักรายงานระบุด้วยว่า นายกรัฐมนตรีโทนี แบลร์ ของอังกฤษ จะประกาศการตัดสินดังกล่าวภายใน 2 สัปดาห์ โดยจะเป็นการส่งสัญญาณว่าปฏิบัติการรักษาสันติภาพของอังกฤษในอิรักประสบความสำเร็จด้วยดี

 

 

เกิดเหตุรุนแรงทางการเมืองในโบลิเวีย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บอีกเกือบ 70 คน

กรมประชาสัมพันธ์ - เกิดเหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีอีโว โมราเลส ผู้นำโบลิเวียกับผู้สนับสนุน นายมานเฟรด เรเยส วิลล่า ผู้ว่าราชการจังหวัดโคชาบามบา ที่ประธานาธิบดีโมราเลส ต้องการให้ลาออก เนื่องจากไม่พอใจที่เคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดดังกล่าว โดยทั้งสองฝ่ายใช้ทั้งปืน ไม้และก้อนหินเข้าห่ำหั่นกันส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บอีกเกือบ 70 คน

ซึ่งแกนนำระดับชาติ และท้องถิ่น ต่างกล่าวหาซึ่งกันและกัน ว่า เป็นต้นเหตุทำให้เกิดเหตุรุนแรง โดยนายอัลวาโร การ์เซีย ลีเนร่า รองประธานาธิบดีโบลิเวีย เรียกร้องให้สภาพิจารณากฎหมาย เพื่อถอดถอนนายเรเยส วิลล่า ออกจากตำแหน่ง ขณะที่ นายเรเยส วิลล่า กล่าวว่าประธานาธิบดีโมราเลส จะต้องรับผิดชอบต่อเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น เนื่องจากไม่ห้ามปรามผู้สนับสนุนหลังออกมาชุมนุมประท้วงตลอด 3 วันที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้ นายเรเยส วิลล่า ลาออก

 

"สหรัฐ-อียู"พยายามรื้อฟื้นการเจรจารอบโดฮา

ผู้จัดการออนไลน์ - สหรัฐ และสหภาพยุโรป (อียู) กำลังพยายามรื้อฟื้นการเจรจาการค้าเสรีโลกรอบโดฮาขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ซึ่งประสบภาวะชะงักงันมาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว โดยคาดว่าการเจรจาระหว่าง 2 มหาอำนาจทางเศรษฐกิจดังกล่าวจะปูทางไปสู่การรื้อฟื้นการเจรจารอบโดฮาในที่สุดในปีนี้

 

รายงานแจ้งว่า ซูซาน ชวอบ ผู้แทนการค้าสหรัฐ มีกำหนดจะพบหารือกับนายปาสกาล ลามี ผู้อำนวยการดับเบิลยูทีโอ ที่นครเจนีวา ของสวิตเซอร์แลนด์ ในวันนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) หลังจากพบหารือกับนายปีเตอร์ แมนเดลสัน กรรมาธิการการค้าของอียู เมื่อต้นสัปดาห์นี้ หลังจากนั้นรัฐมนตรีจากสหรัฐ อียู และชาติสมาชิกอื่น ๆ ของดับเบิลยูทีโอ จะพยายามผลักดันให้มีการรื้อฟื้นการเจรจารอบโดฮาอีกครั้งในระหว่างการพบหารือกันนอกรอบของการประชุมเวิล์ด อิคอนอมิก ฟอรัม ที่เมืองดาวอส ของสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 27 มกราคมนี้

 

เมื่อปลายปีที่แล้ว อียูเสนอว่า อียูจะลดภาษีนำเข้าลงอีก ซึ่งรวมถึงการลดภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรลงอีกร้อยละ 39 เพื่อแลกกับการลดเงินอุดหนุนภาคการเกษตรของสหรัฐลงราว 8,000-15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 288,000-540,000 ล้านบาท) จากระดับ 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 828,000 ล้านบาท) ในปัจจุบัน ทั้งนี้ การเจรจารอบโดฮา ซึ่งเริ่มขึ้นเมือเดือนพฤศจิกายน 2544 ที่กรุงโดฮา นครหลวงของกาตาร์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดอุปสรรคต่าง ๆ ในตลาดการค้าโลก เช่น ภาษีและเงินอุดหนุน ต้องประสบภาวะชะงักงันเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว หลังจากผู้แทนเจรจาจากชาติสมาชิกสำคัญ ได้แก่ สหรัฐ อียู บราซิล และอินเดีย ไม่อาจสรุปข้อตกลงเรื่องการลดเงินอุดหนุนภาคการเกษตรในกลุ่มชาติอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสหรัฐ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการบิดเบือนกลไกตลาด และทำให้กลุ่มชาติกำลังพัฒนาเสียเปรียบทางการค้า

 

 

คุณภาพชีวิต

 

ไทยได้นั่งประธานบอร์ดบริหารยูเอ็นเอดส์ ครั้งแรกในเอเชีย

ผู้จัดการออนไลน์ - นพ.มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2550 และให้สัมภาษณ์ว่า จากการประเมินสถานการณ์โรคเอดส์ของประเทศไทยในปี 2549 ยังพบปัญหาที่สำคัญคือ เยาวชนมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอดส์มากขึ้น เช่น การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรโดยไม่มีการป้องกัน โดยพบว่าอัตราการติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นหญิง แม่บ้านที่ติดเชื้อจากสามีร้อยละ 36 และพบในกลุ่มชายรักชายร้อยละ 24

         

คณะผู้เชี่ยวชาญด้านเอดส์ของไทยคาดการณ์ว่าในปี 2550 นี้จะมีผู้ใหญ่ติดเชื้อเอดส์สะสมประมาณ 1.1 ล้านราย ยังมีชีวิตอยู่ ประมาณร้อยละ 50 คาดว่าจะมีผู้ใหญ่ที่ติดเชื้อเอดส์รายใหม่จำนวน 13,936 ราย อย่างไรก็ตาม สำนักระบาดวิทยารายงานว่าการติดเชื้อเอดส์รายใหม่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยตรวจพบว่าในกลุ่มหญิงบริการทางเพศมีการติดเชื้อรายใหม่เพิ่มจาก 23 ต่อ 1,000 ราย ในปี 2548 เป็น 35 ต่อ 1,000 รายในปี 2549 และยังพบว่ามีการเพิ่มของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มวัยรุ่นเพิ่มมากขึ้น

         

นพ.มงคล กล่าวว่า ที่ประชุมได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์บูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์แห่งชาติ พ.ศ.2550 - 2554 โดยมุ่งเน้น 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ 1.ให้จังหวัดและท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการในการดูแล ป้องกันแก้ไขปัญหาเอดส์ในพื้นที่มากขึ้น 2.การบูรณาระบบการป้องกันโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ วัยรุ่น กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มชายรักชาย ดูแลรักษา และลดผลกระทบจากโรคเอดส์ ตามกลุ่มประชากรเป้าหมาย 3.การคุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ และ 4.การศึกษาวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ให้ได้ร้อยละ 50 จากที่คาดประมาณไว้รวมถึงให้ผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์เข้าถึงการรักษาด้วยยาต้านไวรัสอย่างครอบคลุมทั่วถึง นอกจากนี้ ยังกำหนดเป้าหมายให้ผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยเอดส์ และครอบครัวสามารถเข้าถึงบริการทางสังคมได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

         

นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัด สธ. กล่าวว่า ผลสำเร็จในการแก้ไขปัญหาเอดส์ของประเทศไทยที่ก้าวหน้าขึ้นเรื่อย ๆ เป็นที่ชื่นชมและยกย่องในเวทีโลกมาก และได้รับการเสนอชื่อเข้าเป็นสมาชิกของคณะกรรมการบริหารนโยบายในการแก้ไขปัญหาเอดส์ระดับโลก (Programme Coordinating Board : PCB) ขององค์กรเอดส์แห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอดส์ (UNAIDS) ซึ่งมีทั้งหมด 22 ประเทศ และส่วนใหญ่เป็นประเทศในแถบยุโรป อเมริกา มีวาระ 3 ปี และคณะกรรมการบริหารมีมติเลือกไทยให้ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการคนต่อไปจากประเทศสวีเดน จะเริ่มตั้งแต่มิถุนายน พ.ศ. 2551 เป็นต้นไป นับเป็นครั้งแรกของประเทศในแถบเอเชียที่ได้ทำหน้าที่ประธานในการประชุมเพื่อพิจารณาตัดสินเชิงนโยบายด้านเอดส์ในระดับโลก

         

"ประเทศไทยจะเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนสมัยพิเศษ ครั้งที่ 12 ที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งกำหนดวันที่ 13 มกราคมนี้ ในการประชุมครั้งนี้ได้กำหนดให้มีการประชุมความร่วมมือเรื่องโรคเอดส์ในภูมิภาคอาเซียนจะมีการลงนามรับรองปฏิญญาความร่วมมือเรื่องโรคเอดส์และแผนงานของอาเซียนว่าด้วยเอชไอวีและโรคเอดส์ใน พ.ศ. 2549 - 2553 ซึ่งมี 10 ด้าน ครอบคลุมทั้งในระดับนโยบายการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสังคมและผู้ติดเชื้อการป้องกันการติดเชื้อในกลุ่มหญิงวัยเจริญพันธุ์ กลุ่มเคลื่อนย้ายอพยพและอื่น ๆ รวมทั้งการส่งเสริมการเข้าถึงยาต้านไวรัสของผู้ติดเชื้อโรคเอดส์" นพ.ปราชญ์ กล่าว

         

สำหรับโครงการบริการยาต้านไวรัสแก่ผู้ป่วยเอดส์ในปี 2549 โครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้จัดงบประมาณกว่า 2,700 ล้านบาท จัดซื้อยาต้านไวรัสให้ผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์โดยมีผู้ติดเชื้อเข้าถึงยาต้านสะสมตั้งแต่ พ.ศ.2545 รวม 105,736 ราย ในจำนวนนี้กินยาพื้นฐานต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันจำนวน 84,162 ราย และกินยาต้านไวรัสสูตรดื้อยา 2,148 ราย และในปี 2550 นี้ตั้งเป้าเพิ่มความครอบคลุมผู้ป่วยกว่า 100,000 ราย โดยคาดจะมีผู้ป่วยกินยาต้านไวรัสสูตรดื้อยาประมาณ 8,000 ราย

 

 

WHOหวั่นหวัดนกกลับมาระบาด

เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ - นายปีเตอร์ คอร์ดิงลีย์ โฆษกประจำสำนักงานภาคพื้นแปซิฟิกตะวันตกขององค์การอนามัยโลก กล่าวข้างต้นระหว่างให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอเอฟพีในวันนี้ พร้อมคาดว่าการแพร่ระบาดในปีนี้อาจรุนแรงกว่าที่ผ่านมา และนับจากนี้ก็น่าจะพบการติดเชื้อครั้งใหม่มากขึ้น เนื่องจากอากาศในพื้นที่ซีกโลกเหนือกำลังหนาวลงเรื่อยๆ เพราะไวรัสไข้หวัดนกแพร่กระจายได้ง่ายในสภาพอากาศเย็น ซึ่งทุกฝ่ายควรเตรียมการป้องกัน แต่ก็คาดหวังว่ารัฐบาลของชาติต่างๆที่ไม่พร้อมรับมือเมื่อปีที่ผ่านมา จะเตรียมพร้อมมากขึ้นในปีนี้

         

การให้ความคิดเห็นครั้งนี้มีขึ้น หลังสตรีอินโดนีเซียหนึ่งคนเพิ่งเสียชีวิตจากโรคไข้หวัดนก ซึ่งทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นเป็น 59 ราย

         

ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกรายแรกในรอบ 6 เดือนที่ประเทศจีน ส่วนที่เกาหลีใต้ก็มีรายงานพบผู้ติดเชื้อเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อในเกาหลีใต้เพิ่มเป็น 3 คน นอกจากนี้ ที่ญี่ปุ่นและเวียดนามก็ตรวจพบว่าอาจเกิดการแพร่ระบาดของโรคนี้ในหมู่สัตว์ปีก โดยล่าสุดรัฐบาลญี่ปุ่นได้สั่งให้ตรวจสอบฟาร์มเลี้ยงไก่ทั่วประเทศ หลังมีไก่ตายกว่า 700 ตัวทางใต้ของประเทศตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา

 

 

บอร์ดสิ่งแวดล้อม มีมติให้นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ลดสารอินทรีย์ระเหย ที่กระทบต่อสุขภาพของประชาชน ภายใน 1 ปี

กรมประชาสัมพันธ์ - นายเกษมสันต์ จิณณวาโส เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2550 (นัดพิเศษ) เมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมบริเวณพื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง และประเมินผลกระทบคุณภาพอากาศในชั้นบรรยากาศด้วยการ ใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ และแนวทางการจัดการศักยภาพการรองรับมลพิษทางอากาศ

โดยมีมติให้นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ดำเนินการปรับปรุงแบบจำลองให้มีความถูกต้อง รวมทั้งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อเครื่องมือตรวจวัดข้อมูลอุตุนิยมวิทยาให้แล้วเสร็จ ภายใน 1 ปี และให้กระทรวงพลังงาน โดยกรมควบคุมมลพิษ หารือกับ ปตท. และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ในการปรับลดการระบายซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และไนโตรเจนออกไซด์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ในการรองรับโรงงานอุตสาหกรรม

ส่วนการประกาศเขตควบคุมมลพิษ ในบริเวณมาบตาพุดนั้น ที่ประชุมได้มีมติให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 2 ชุด คือ ชุดที่ 1 มีนายปริญญา นุตาลัย เป็นประธานฯ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่มาบตาพุดกับปริมาณสารอินทรีย์ระเหยที่ปล่อยจากนิคมอุตสาหกรรม โดยกำหนดค่ามาตรฐานที่ปลอดภัยของสารอินทรีย์ระเหย ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่ ทั้งในชั้นบรรยากาศ และปล่องของโรงงาน

ส่วนคณะอนุกรรมการ ชุดที่ 2 มีนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา เป็นประธานฯ เพื่อหารือร่วมกับภาคเอกชนในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ในการสร้างความเข้าใจถึงความจำเป็นที่ต้องมีการดำเนินการลดสารอินทรีย์ระเหยอย่างต่อเนื่อง หากไม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ จะพิจารณานำมาตรการประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษมาบังคับใช้ต่อไป

 

นศ.ประกาศล่าชื่อครั้งใหญ่ค้านม.นอกระบบ "สนธิ"เตือนรัฐบาลทบทวนใหม่

ผู้จัดการออนไลน์ - วันนี้(12 ม.ค.) เครือข่ายนักศึกษา-ประชาชน คัดค้านการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ พร้อมด้วยคณาจารย์เข้าพบนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการเพื่อหารือคัดค้านเรื่องการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบเนื่องจากมองว่าเป็นแกนนำเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในการเคลื่อนไหวขับไล่อดีต พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งคาดว่าน่าจะมีคำแนะนำในการคัดค้านมหาวิทยาลัยออกนอกระบบได้ โดยนายมาโนช ชูทุ่งยอ แกนนำเครือข่ายนักศึกษา ประชาชน คัดค้านการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบกล่าวว่าหลังจากนี้ภายในเวลา 45 วันทางเครือข่ายฯจะมีการตั้งโต๊ะเพื่อล่ารายชื่อกระจายไปตามสถานที่สำคัญๆอาทิ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และตามมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อให้ได้รายชื่อมากที่สุดแล้วนำขึ้นถวายฎีกา

         

พร้อมทั้งจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการคัดค้านมหาวิทยาลัยออกนอกระบบให้สังคมเข้าใจว่าถ้ามหาวิทยาลัยออกนอกระบบจะมีผลกระทบต่อชนชั้นกลางเพราะว่าจะไม่สามารถจ่ายค่าเล่าเรียนให้แก่บุตรได้ต้องไปกู้หรือหาเงินจากแหล่งกู้ยืมต่างๆมาจ่ายเป็นค่าเล่าเรียนแล้วจะเกิดปัญหาหนี้สิ้นตามมาเนื่องจากรัฐบาลไม่มีการให้ข้อมูลไม่ครบถ้วนเกี่ยวกับกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่ขณะนี้ได้มีการยกเลิกกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกติดกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ซึ่งนักศึกษาทุกคนมีสิทธิกู้ยืมได้แต่พอยกเลิกแล้วกลับมาใช้กยศ. ซึ่งจะให้เฉพาะครอบครัวคนจนที่มีรายได้รวม 150,000 บาทต่อปีเท่านั้น

         

ทั้งนี้ นายสนธิ กล่าวว่าในเบื้องต้นตนไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องนี้แต่การศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาสังคม ซึ่งปัจจุบันนี้การศึกษาด้อยคุณภาพตั้งแต่ระดับประถมต้นไปจนถึงปริญญาโท แค่นี้ยังมีปัญหาด้านการศึกษายังวุ่นไม่พออีกหรือ ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศธ.ยังมีการหมกเม็ดนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบและไม่ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนรวมถึงข้อมูลข้อดีข้อเสียในการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบราชการ และเมื่อวันนี้เครือข่ายฯมาขอความร่วมมือและคำแนะนำจากตน จึงได้ให้คำแนะนำให้เดินสายทั่วประเทศให้ข้อมูลมหาวิทยาลัยออกนอกระบบเปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัยในระบบเพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจพร้อมกันนี้ให้มีการล่ารายชื่อแล้วรวบรวมเพื่อนำไปยื่นแก่นายกรัฐมนตรีโดยตรงจากนั้นให้ขอคำตอบทันทีพร้อมเสนอทางเลือกให้รัฐบาลด้วย อาทิ ให้รัฐบาลทำประชาพิจารณ์เพื่อฟังเสียงประชาชนทั้งประเทศว่าต้องการให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบหรือไม่ และการทำประชาพิจารณ์จะต้องปลอดการเมือง

 

 

กยศ.ฟ้องเด็ก 6 หมื่นคนเบี้ยวเงินกู้ยืม

บ้านเมือง - นายเปรมประชา ศุภสมุทร ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กยศ.ว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติให้ฟ้องร้องนักเรียน นักศึกษาที่ไม่ชำระเงินคืน กยศ.ทั้งที่ครบกำหนดชำระเงินคืนมาแล้วกว่า 4 ปี และในวันที่ 4 ก.ค.50 คดีจะขาดอายุความทั้งนี้  ในแต่ละปีจะมีผู้ถึงกำหนดชำระเงินและขาดการติดต่อเฉลี่ยปีละ 10% สำหรับปีนี้มีผู้ที่ไม่ติดต่อคืนเงินประมาณ 90,000 คน ในเบื้องต้น กยศ.ได้ทำหนังสือเร่งรัดการชำระหนี้คืน ว่า หากไม่ชำระหนี้ดังกล่าว ก็จะมีการฟ้องร้องหรือยกเลิกสัญญา ตั้งแต่เดือน ต.ค.49 ทำให้มีผู้ติดต่อกลับมาที่ กยศ.จำนวนเกือบ 30,000 คน แต่ยังมีผู้ที่ไม่ติดต่อกับ กยศ.เพื่อคืนหนี้ประมาณ 60,000 คน ซึ่ง กยศ.ต้องฟ้องร้องเพื่อไม่ให้ขาดอายุความ สำหรับเงินที่จะมีการฟ้องร้องเนื่องจากครบกำหนดการชำระหนี้ เป็นเงิน 800 ล้านบาท แต่หากฟ้องร้องเพื่อยกเลิกสัญญา ซึ่งรวมเงินต้น ดอกเบี้ยและค่าปรับ จะเป็นมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท

 

 

อสมทตั้งคณะทำงานเพิ่มสาวต้นตอทุจริตคุยคุ้ยข่าว

เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ - คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง บมจ.อสมท ตั้ง 2 คณะทำงาน เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการทุจริต หรือการบริหารงานบกพร่อง กรณีรายการ คุยคุ้ยข่าว และสอบสวนสาเหตุที่เกิดปัญหา พร้อมทั้งเสนอแนะมาตรการ เพื่อแก้ไขและป้องกันมิให้เกิดปัญหาขึ้นอีกในอนาคตวานนี้ ได้มีการประชุมคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง บมจ.อสมท เป็นครั้งที่ 2 ณ ห้องประชุมชั้น 6 อาคารปฏิบัติการวิทยุ-โทรทัศน์ โดยมีพล.ต.อ. ประทิน สันติประภพ เป็นประธานในการประชุม ที่ประชุมได้มีมติแต่งตั้งคณะทำงานใหม่ 2 คณะ คณะแรกตั้งขึ้นเพื่อสอบสวนข้อเท็จ-จริงของปัญหาที่เกิดขึ้นว่ามีนัยยะทุจริต หรือการบริหารงานบกพร่อง ซึ่งทำให้บมจ. อสมท เสียหาย ในกรณีรายการ คุยคุ้ยข่าว รวมทั้งกรณีธุรกิจอื่น ๆ ทั้งจากพนักงาน อสมท และบุคคลภายนอก

         

ส่วนคณะที่สองตั้งขึ้นเพื่อสอบสวนสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นในภาพรวมของ บมจ.อสมท ทั้งในส่วนของสัญญาต่าง ๆ รวมทั้งสัญญาสัมปทาน การบริหารงานภายใน การบริหารความเสียง และการบริหารควบคุมภายใน พร้อมทั้งเสนอแนะมาตรการเร่งด่วนเฉพาะหน้า และมาตรการระยะยาว เพื่อแก้ไขและป้อง-กันมิให้เกิดปัญหาขึ้นอีกในอนาคต เพื่อให้การบริหารงานธุรกิจไม่รั่วไหล และมีประสิทธิภาพ

         

สำหรับการทำงานของทั้ง 2 คณะนี้ไม่ได้มีการวางกรอบเวลาไว้ หากพบประเด็นสืบเนื่องเกี่ยวข้องไปถึงเรื่องอื่น ๆ ก็จะได้ดำเนินการต่อ โดยจะรีบดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อนำข้อสรุปที่ได้ เสนอคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง บมจ.อสมท ต่อไปคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง บมจ.อสมท ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องการบริหารงานในกิจการทั่วไปและการบริหารงานในเชิงธุรกิจของบมจ.อสมท ให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรม และชอบด้วยกฎหมาย โดยมีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น ต่อพนักงานของ บมจ. อสมท ต่อสังคม และต่อรัฐ

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น