ฉันเป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง???

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ฉันเฝ้าติดตามการเติบโตและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเด็กกลุ่มนี้ที่มีโอกาสได้ทำกิจกรรมร่วมกัน จากเด็กเล็กๆที่ช่างเปราะบางท่ามกลางการเผชิญโจทย์ชีวิตยากๆ

จีรนุช  เปรมชัยพร

 

 

"ฉันเป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง" เกือบจะได้เป็นชื่อโครงการ/กิจกรรมที่ฉันและเพื่อนๆจะใช้ในงานรณรงค์สร้างคว ามเข้าใจเรื่องเด็กที่มีเชื้อเอชไอวี กับสาธารณชน แรงเค้นของสถานการณ์รังเกียจการถูกทำให้แตกต่างมันทำให้พวกเราอยากบอกดังๆอย ่างสงบว่า เด็กที่มีชีวิตอยู่กับเอชไอวีก็เป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง ที่ไม่แตกต่างกับเด็กทั่วไป

 

ฉัน(เคย?)เชื่ออย่างนั้น

 

 

ปิดเทอมตุลาคม 2549 ที่ผ่านมา พวกเรามีโอกาสได้จัดกิจกรรมกับเด็กๆอีกครั้งหลังจากที่ห่างหายกันไปกว่า 4 เดือน ฉันยังยุ่งกับภารกิจงานประจำยังไม่ได้ไปร่วมกิจกรรมแต่แรก แต่ข่าวคราวที่ได้ยินทำให้ต้องทอดถอนใจ..

 

ห นุ่มน้อยคนหนึ่งซึ่งเป็นขวัญใจของบรรดาพี่ๆ ครูๆ และป้าๆ ด้วยความเป็นคนตั้งใจในการทำกิจกรรม มีสมาธิ และมีรอยยิ้มที่ทำให้ผู้คนโดยรอบต้องใจอ่อนยวบ และให้ใจไปเลยกับยิ้มใสๆ ในแววตาซื่อๆ

 

เ พื่อนฉันเล่าให้ฟังว่า เจอหนุ่มน้อยครั้งนี้ เธอได้แต่อึ้งและเก็บความตกใจไว้ภายใน พ่อหนุ่มมีตุ่มแผลตามหน้า ตัวและแขน ใส่เสื้อแขนยาว สวมหมวกปิดหน้า และแสดงอาการระแวงภัย ปลีกตัว ไม่สุงสิงกับใคร

 

ตัดสินใจกันว่าอะไรเป็นสาเหตุจะยังไม่ขุด เอาเป็นว่าเยียวยาใจและอาการให้เธอกลับมาเบิกบานก่อน

เ พื่อนที่เป็นพยาบาลใช้วิชาการพยาบาลขั้นพื้นฐานและเคล็ดวิชาการหลอกล่อเด็กข ั้นสูง ขอใส่ยาทำแผลตามตุ่มอักเสบทั้งหลาย ผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ แผลเริ่มแห้ง กิจกรรมและบรรยากาศการได้อยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงเรียกรอยยิ้มของพ่อหนุ่มกลับ มาอีกครั้ง

 

ร ะหว่างการรักษาแผลก็ได้รู้เพิ่มเติมว่าที่ปล่อยให้กลายเป็นแผลอักเสบทั่วตัว ขนาดนี้ก็เพราะว่า เวลาที่ต้องไปใส่ยา ทำแผลที่สถานีอนามัยใกล้บ้าน มันช่างเจ็บปวดซะจนเขาทนไม่ไหว เลยเลือกที่จะปล่อยไว้และไม่ไปทำแผลอีก เช่นเดียวกับที่ต้องหยุดกินยาต้านไวรัสเพราะแต่ละครั้งของการฝืนกินยาช่างยา กลำบาก เขาเองไม่ชอบ ไม่อยากเจ็บปวด แต่ก็ไม่รู้จะจัดการอย่างไร โชคดีว่าฝีมือการทำแผลของเพื่อนพยาบาลฉันอยู่ในระดับที่เขารับมือไหว

 

จนกระทั่งถึงวันที่ฉันได้ไปเจอหนุ่มน้อยแจ่มใสไม่เห็นเค้ารางแบบที่เพื่อนเล่าให้ฟัง

 

แผลทางกาย แผลเด็กๆมันคงหายง่ายอย่างนี้เอง

 

 

 

แ ต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้มันก็ทำให้พวกเราตกลงกันว่า หลังกิจกรรมคงต้องตามไปขุดไปค้นสาเหตุและหาทางเยียวยาปัญหากันจริงจังอีกครั ้ง ขณะที่คุยก็มีแวบความคิดที่ว่า "หรือจะต้องหาบ้านสงเคราะห์เด็กให้พ่อหนุ่มไปอยู่แทนที่บ้านซึ่งแว่วๆมาว่าเ ธอต้องดูแลตัวเองเป็นหลัก"

 

ว ิธีการที่ลงไปจัดการง่ายๆไม่ซับซ้อน เพราะยังคิดไม่ออกเหมือนกันว่าต้องทำอย่างไร เพื่อนของฉันซึ่งอุทิศเวลามาทำงานโครงการฯนี้เป็นงานหลัก ชวนกันกับเพื่อนอีกคนที่เป็นคนทำงานสารคดีอิสระ ลงไปหาพ่อหนุ่มถึงบ้านที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านชนบทแห่งหนึ่งในภาคอีสาน ไปกินไปนอนบ้านเค้าเลย เพื่อจะได้มีเวลาเห็นและลดช่องว่างของความห่างเหินให้กลายเป็นความคุ้นเคยที ่จะค่อยๆคุยกันไป คล้ายๆไปตามจีบหนุ่มถึงบ้านยังไงยังงั้น

 

แล้วเธอก็พบว่า..

 

ห นุ่มน้อยอาศัยอยู่กับป้า สภาพแวดล้อมในบ้านดูไม่สะอาดเอี่ยม ค่อนไปทางห่างไกลจากสิ่งที่เรียกว่าถูกสุขอนามัย ป้าที่ดูแลอยู่ก็ไม่ได้มีลักษณะที่จะใกล้เคียงไปทางแม่มดใจร้ายหรือนางฟ้าใจ ดีแต่อย่างใด แต่ก็รู้สึกได้ถึงความรักใคร่ใยดีต่อกันของป้าหลาน

 

ห นุ่มน้อยดูผ่อนคลาย มีความสุข เป็นอิสระกับชีวิตที่บ้าน ยังชอบไปโรงเรียนและเรียนได้คะแนนค่อนไปในทางดี แม้จะขาดเรียนบ่อยๆเพราะต้องไปคอยจับกบจับเขียดขายเพื่อเป็นรายได้เลี้ยงชีพ ของเธอกับป้า รวมไปถึงว่าในช่วงที่เธอไม่สบายมากๆ ก็อาจจะต้องหยุดเรียนบ้าง ครูที่โรงเรียนรักใคร่ มีเพื่อนคนหนึ่งซึ่งรักและชอบที่จะมาเล่นกับเธอเป็นประจำ ถามไถ่ดูว่าทำไมชอบมาเล่นไม่กลัวเหรอ เพื่อนคนนั้นตอบว่าพ่อหนุ่มของเรานั้นนิสัยดี ไม่ขี้แกล้งเหมือนเพื่อนคนอื่น อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ก็แค่นั้น!!! (ไม่ซับซ้อน ง่ายๆ ตรงไปตรงมา)

 

ฟังดูชีวิตพ่อหนุ่มก็ไม่น่าจะหนักหนาแต่อย่างใด

แล้วปัญหาอยู่ตรงไหน???

 

 

ป ัญหามันอาจจะอยู่ตรงที่ว่าในความที่ดูเป็นคนง่ายๆ น่ารักสำหรับเพื่อนเด็กวัยเดียวกันและผู้ใหญ่ที่มีโอกาสได้สัมผัสกับหนุ่มน้ อยคนนี้นั้น พ่อหนุ่มยังมีความรักอิสระเป็นตัวตนหนึ่งอยู่ด้วย

 

แ ล้วไอ้เจ้าตัวอิสระนี้เองที่มันก่อกวนความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใหญ่ทั้งหลายที ่เป็นห่วงเป็นใยทั้งที่อยู่ใกล้ๆและห่างไกลออกไป กับการเลือกการตัดสินใจในชีวิตของเจ้าหนุ่ม

 

เช่น เป็นครั้งที่เท่าไรก็ยากจะจำที่ต้องหยุดการรักษาด้วยยาต้านไวรัส เพราะสูตรยาต้านไวรัสที่เธอต้องกินมันช่างยากเย็นเข็ญใจ แล้วเธอก็อาจจะไม่เคยเข้าใจหรือตระหนักจริงๆว่า ชีวิตและสุขภาพของเธอขึ้นอยู่กับยาที่ว่านี้ เธอจึงเลิกกินมันเอง หรือกินๆหยุดๆซะจนหมอที่รักษาต้องอ่อนใจและตัดสินใจหยุดยาซะเอง

 

คราวนี้เพื่อนฉันคุยชนิดใช้คำและความย้ำกันชัดๆ ว่าการไม่กินยาฯ ก็เหมือนไม่ได้ดูแลรักษา และภาวะสุขภาพของเขาเอง ก็อาจทำให้ถึงตายได้ อย่างชัดๆไม่คลุมเคลือเช่นนี้เอง พ่อหนุ่มตื่นตัวและกระตือรือร้นกับการกลับไปกินยาฯอย่างไม่รอรี

 

ก ารตัดสินใจที่จะคุยตรงไปตรงมาในครั้งนี้ด้วยพิจารณาจากสภาพความเป็นอยู่ ประเมินว่าพ่อหนุ่มคงต้องถูกเตรียมพร้อมให้ดูแลตัวเองมากกว่าจะไปฝากและหวัง พึ่งไว้กับผู้ใหญ่คนไหน และแม้ภายนอกเขาจะดูเป็นเพียงเด็กชายตัวเล็กๆ แต่อันที่จริงเขาต้องช่วยเหลือดูแลตัวเองมาตลอดซึ่งก็เป็นไปตามอัตภาพแต่ก็ไ ม่เกินความสามารถของมนุษย์น้อยๆคนหนึ่งจะทำ

 

ก ่อนหน้านี้เคยมีการหารือกันนอกวงของบรรดาผู้ใหญ่ที่แวดล้อมว่า อาจต้องคิดถึงการไปอยู่สถานสงเคราะห์ที่น่าจะทำให้เชื่อมั่นได้ว่าเขาจะได้ร ับการดูแลทางกายเป็นอย่างดี แต่ก็นั่นแหละมันคงเกินที่วิญญาณอิสระของเขาจะทนได้

 

ทางออกเบื้องต้นคือการที่เขายืนยันว่าจะกลับไปกินยาต้านไวรัส แต่ขอหน่อยเถอะนะว่า ขอยาที่ทรมานในการกินน้อยลงหน่อยนะ

 

ก็คงต้องติดตามกันต่อว่า หนุ่มน้อยเจ้าของภาพ "หมู-หมู" จะทำให้ชีวิตเขาเป็นเรื่องหมูหมูได้แค่ไหน

 

 

 

ผ ่านปีใหม่ไปหนึ่งสัปดาห์ ฉันและเพื่อนเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่กับเด็กๆที่จังหวัดแห่งหน ึ่งทางภาคเหนือ โดยมีเจตนาแอบแฝงว่าช่วงที่ผ่านมาได้แต่ตามข่าวคราวและเรื่องราวความสับสนซั บซ้อนของเด็กๆที่นับวันกำลังก้าวย่างเข้าสู่ความเป็นหนุ่มเป็นสาว และในช่วงที่เจอกันตอนจัดกิจกรรมก็มัวง่วนแต่งานเฉพาะหน้าตามภาวะ "the show must goes on" คราวนี้จึงถึงเวลาที่จะคุยถึงความเป็นไปในชีวิตกันจริงๆ

 

เ ช้ารุ่งขึ้นหลังงานเลี้ยงเราตั้งวงคุยกันแบบไม่เป็นทางการ เริ่มจากการอัพเดทเรื่องการเรียนและแผนอนาคตเกี่ยวกับการศึกษาต่อของแต่ละคน จนกระทั่งเด็กในวงก็แซวขึ้นมาว่า นี่เหมือนจะมาแนะแนวการศึกษากันเลยนะ (เรียกเสียงฮาไปหนึ่งตึง) ก่อนที่จะตามมาด้วยฮาตึงที่สองเมื่อบรรดาผู้ใหญ่ทั้งหลายกำลังพยายามทำความเ ข้าใจและลุ้นกับการวางแผนอนาคตทางการศึกษาของเด็กชายผู้ตัดสินใจเลิกเรียนด้ วยวุฒิ ป.5 มีการลุ้นกันนานาประการ เช่น อดทนอีกปีไหมอย่างน้อยจะได้จบ ป.6 ห รืออีกข้อเสนอ ไปฝึกอาชีพก็ได้ หลังจากยกเหตุผลดีๆทั้งหลายมาหว่านล้อมพร้อมกับค้นหาเหตุผลจนเริ่มอ่อนใจ ผู้ใหญ่สองคนก็ยิงคำถามออกไปพร้อมกันด้วยความงุนงงสงสัยจริงๆว่า "แล้วถ้าโตกว่านี้ต้องเลี้ยงตัวเองจริงๆ คิดไว้หรือยังว่าจะทำยังไง" เขาก็ตอบกลับมาได้ทันควันว่า "ทำนาครับ ที่บ้านมีที่นา"

 

เอ้า! ทำนาก็ทำนา เพราะถ้าไม่มีชาวนาก็ไม่รู้ว่าจะเอาข้าวจากที่ไหนมากิน

 

 

ห ลังจากวงอุ่นเครื่องสรวลเสเฮฮาด้วยโปรแกรมแนะแนวการศึกษาแล้ว วงก็ถูกหักมุขเข้าสู่ชีวิตจริงๆที่พวกเขาเผชิญในแต่ละวัน เมื่อสาวน้อยซึ่งเรียนชั้นประถมปีที่หกแม้ว่าจะมีวัยถึง 15 ปีแล้วก็ตาม เปิดเรื่องของเธอว่าคงจะจบ ป.6 ถ้าไม่มีคดีอะไีรซะก่อน เพราะก่อนหน้านี้เธอก่อคดีที่ทำให้คุณครูคาดโทษไว้แล้วไม่น้อยกว่า 6 คดี ลองให้เธอช่วยไล่คดีกันดูทั้ง 6 คดีเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอน ป.4

 

เกิดอะไรขึ้นกับเธอเมื่อตอน ป. 4???

 

ป.4 เป็นช่วงเวลากลับคืนสู่โลกโรงเรียนอีกครั้งหลังจากที่หยุดการเรียนไว้ที่ ป.3 เนื่องจากป่วยหนักจนต้องหยุดการเรียนไปสองปี และเมื่อเธอได้รับการรักษารวมถึงได้กินยาต้านไวรัส สุขภาพของเธอกลับมาแข็งแรง ความโกรธเกรี้ยวที่ใช้เป็นอาวุธในการป้องกันตัวเองก็ดูผ่อนคลายลง

 

ก ารกลับไปเรียนอีกครั้งในโรงเรียนแห่งใหม่ที่ไกลออกไปจากการรับรู้ว่าเธอเป็น เด็กที่มีเชื้อเอชไอวี เหมือนจะเป็นทางออกและความหวังสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ตอนที่ฉันเจอเธอครั้งนั้นดูเธอมีความสุขพอสมควรกับการกลับไปเรียนครั้งนั้น แต่ก็มีความกังวลลึกๆว่า เธอจะตอบเพื่อนอย่างไรถ้าวันหนึ่งเพื่อนใหม่เหล่านี้ถามเธอว่าที่ว่าไม่สบาย แล้วต้องหยุดเรียนไปนั้น "ป่วยอะไร" เธอไม่อยากโกหกแต่เธอก็ไม่อยากกลับไปเจอสภาพการถูกรังเกียจอย่างที่แม้วันนี้เธอจะเก็บมาเล่าแบบกลั้วอารมณ์ขันว่า "เดินไปทางไหนก็มีแต่คนแหวกทางให้ อย่างกับเจ้าหญิงก็ไม่ปาน" ปลายเสียงขำๆก็ใช่ว่าจะลืมความเศร้าได้หมดสิ้น

 

 

วันนี้เธอเรียนอยู่ชั้น ป.6 ขณะที่เพื่อนวัยเดียวกันกำลังเรียนอยู่ชั้น ม.3 ด ังนั้นเพื่อนนักเรียนในห้องของเธอก็ล้วนแต่เป็นรุ่นเด็กกว่าทั้งนั้น เธอเล่าถึงคดีล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ โชคดีว่าคดีนี้ไม่ถูกนับเพราะคนที่เป็นต้นเหตุไม่ใช่เธอ

 

เ หตุเกิดเพราะครูคนหนึ่งซึ่งไม่ค่อยถูกชะตากับเธอเท่าไรนักได้บอกกับเพื่อนนั กเรียนว่า เธอเป็นเอดส์ระวังอย่าไปเล่นด้วย เธอจึงไปต่อว่า(ด่า)ครูคนนั้น ก็กลายเป็นเรื่องที่ครูคนนั้นไม่พอใจและขู่จะให้เธอออกจากโรงเรียน เธอเองจึงขู่กลับไปว่า ถ้าครูให้เธอออกเธอเองก็จะฟ้องศึกษาธิการเหมือนกันเพราะสิ่งที่ครูทำนั้นผิด

และโชคดีที่ครูคนอื่นในโรงเรียนเห็นว่าเรื่องนี้ "เธอไม่ผิด"

 

ฉ ันรู้สึกได้ถึงสภาวะการต่อสู้แบบหลังชนฝา เหมือนคนที่รู้สึกว่าไม่มีอะไรจะเสีย ไม่มีอะไรจะแพ้มากไปกว่านี้จึงมีเพียงทางของการเชิดหน้าพิงฝาสู้

 

พ ัฒนาการการต่อสู้และจัดการทางอารมณ์ของเธอนั้น มันเปลี่ยนไปมาตามเวลาการเรียนรู้และสภาพการจริงๆที่เธอต้องเผชิญ จากกังวล เป็นโกรธเกรี้ยว ทำใจ มั่นใจที่จะเผชิญกับมัน และทำความเข้าใจกับความรู้สึกของคนอื่น

 

เธอตัดสินใจบอกเมื่อมีเพื่อนมาถามเธอตรงๆว่า "ที่เธอหยุดเรียนไปเขาว่าเพราะเธอเป็นเอดส์เหรอ" เธอเลือกการตอบรับตามความจริงและถามเพื่อนต่อว่าไม่กลัวเหรอจะกล้าเล่นและเป ็นเพื่อนกับเธออีกหรือไม่ ดีว่าเพื่อนของเธอเข้าใจว่ามันไม่ติดกันง่ายและทำตัวกับเธอเหมือนเดิมนั่นคง เป็นส่วนสำคัญที่สร้างความมั่นใจให้กับเธอ และเธอก็เข้าใจว่าบางทีคนที่เขายังรังเกียจเพราะเขาไม่รู้และไม่เข้าใจ เธอจึงไม่อยากจะโกรธและหวังว่าจะมีโอกาสทำให้เขาได้เข้าใจจริงๆ เพราะถึงวันนี้พอเธอบอกเพื่อนไปว่าเธอมีเชื้อเอชไอวีบางทีเพื่อนก็เหมือนจะไ ม่เชื่อเพราะรูปลักษณ์และร่างกายที่ดูแข็งแรงเป็นปกติห่างไกลจากสิ่งที่พวกเ ขามีภาพเด็กที่มีเชื้อเอชไอวีที่เคยรับรู้หรือจินตนาการไว้

 

แ ม้ไม่ได้เล่าออกมาตรงๆ แต่ฉันเข้าใจได้ว่าสำหรับเพื่อนๆแล้ว เธอจะมีเชื้อเอชไอวีหรือไม่ ก็อาจไม่ใช่เรื่องสำคัญ เท่ากับที่เธอเป็นเพื่อนที่ดี น่ารัก น่าสนุกและมีความสุขที่จะใช้เวลาอยู่ใกล้ๆ

 

ฉ ันเฝ้าติดตามการเติบโตและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเด็กกลุ่มนี้ที่มีโอ กาสได้ทำกิจกรรมร่วมกัน จากเด็กเล็กๆที่ช่างเปราะบางท่ามกลางการเผชิญโจทย์ชีวิตยากๆ พวกเขากำลังค่อยๆเติบโตด้วยภูมิต้านทานในการเผชิญชีวิตที่กร้านแกร่งขึ้นไปพ ร้อมกับความสับสนและซับซ้อนเฉกเช่นเดียวกับกับวัยรุ่นทั้งหลาย

 

 

ฉ ันสรุปกับตัวเองว่าพวกเขา ไม่ใช่เพียงเด็กธรรมดาคนหนึ่ง หากคือเด็กพิเศษ ไม่สิ เด็กวิเศษ ที่กำลังเติบโตผ่านช่วงวัยรุ่นที่ทั้งน่าสนุกและน่าเหนื่อยใจ และหากพวกเขาข้ามผ่านมันมาได้ฉันเชื่อว่าเราจะมีมนุษย์ผู้ใหญ่ที่มีความเข้า ใจชีวิต และรอพร้อมเบิกบานเพื่อสร้างสิ่งพิเศษให้กับโลกใบนี้

 

สุขสันต์วันเด็กทุกวัน

 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์