ข่าวมอนิเตอร์ วันที่ 16 มกราคม 2550

 

การเมือง

 

 

สสร.ได้ข้อสรุปให้มี กมธ. 10 คณะ ส่วนการตีความ พรฎ.คุณสมบัติของ กมธ.ยกร่างฯจะหารือในที่ประชุมวันพรุ่งนี้

กรมประชาสัมพันธ์ : การประชุมสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนอกรอบ 15 ม.ค. ที่ประชุมได้พิจารณาถึงการส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา พระราชกฤษฎีกากำหนดคุณสมบัติของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ได้ข้อยุติเตรียมหารือต่อในวันนี้ นอกจากนี้ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า ควรจะมีกรรมาธิการ 10 คณะ ประกอบด้วย กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ, กรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและประชามติภาคประชาชน, กรรมาธิการการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่, กรรมาธิการตรวจร่างรัฐธรรมนูญและวิชาการ, กรรมาธิการบันทึกเจตนารมณ์ ตรวจรายงานการประชุม และจดหมายเหตุ, กรรมาธิการกิจการสภา, กรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น ประชาพิจารณ์ และสถาบันอุดมศึกษา, กรรมาธิการยกร่างหลักเกณฑ์วิธีการและการออกเสียงประชามติ, กรรมาธิการประจำจังหวัด 76 จังหวัด และกรรมาธิการศึกษาสำรวจความคิดเห็นของประชรชนเพื่อประชามติ ส่วนกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 25 คนจะมีการพิจารณาในที่ประชุมวันนี้ (16 ม.ค.)

 

ประธาน คมช.พบ "สมเด็จเกี่ยว" หารือทำบุญประเทศ

เว็บไซต์คมชัดลึก : สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังเข้านมัสการสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ว่าเป็นการเข้านมัสการเนื่องในโอกาสปีใหม่และปรึกษาเรื่องทำบุญประเทศ ขณะนี้ให้ พล.ต.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล เลขานุการกองทัพบก ไปหารือเรื่องรูปแบบกับเลขานุการสมเด็จพระพุฒาจารย์ เบื้องต้นให้คนทั้งประเทศ ทุกศาสนา ร่วมกันทำบุญให้กับประเทศ ส่วนเรื่องวัน เวลา และสถานที่ จะกำหนดอีกครั้งหนึ่งโดยหารือร่วมกับรัฐบาล

 

พล.อ.อ.ชลิตชี้พฤติกรรมทักษิณสร้างความอึดอัด

เว็บไซต์คมชัดลึก : พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข รองประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปสิงคโปร์ และขอเข้าพบรองนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ว่า เป็นเรื่องที่น่าห่วงใย และเป็นเรื่องที่รัฐบาล และกระทรวงการต่างประเทศ จะต้องหาแนวทางควบคุม และสั่งการในส่วนผู้ที่เกี่ยวข้อง คือข้าราชการ ว่าจะดำเนินการอย่างไร การกระทำเช่นนี้อาจสร้างความอึดอัดใจในการดำเนินการต่าง ๆ ได้ รัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ จะต้องทำความเข้าใจกับผู้แทนประเทศ หรือรัฐบาลนั้น ๆ ให้เข้าใจ และคงไม่จำเป็นต้องไปขอร้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ให้หยุดเคลื่อนไหว

 

ปชป.บี้ คมช.จัดการทักษิณเด็ดขาด

เว็บไซต์คมชัดลึก : นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกสำนักเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คมช.และรัฐบาลควรจับตามองความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ หลังจากถอดถอนหนังสือเดินทางทางการทูตสีแดง จะเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังมีท่าทีท้าทาย คมช.และรัฐบาลเห็นได้จากการออกมากระแนะกระแหน่ว่าทำไมไม่ยึดบัตรประชาชนคืนไปด้วย ระบุ พ.ต.ท.ทักษิณ มีเป้าหมายโดยใช้ประเทศข้างเคียงของไทยเพื่อให้มีกระแสปั่นป่วนอย่างต่อเนื่องในประเทศจึงวนเวียนแถวจีน มาเลเซีย สิง คโป ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น โดยไม่ยอมไปประเทศทางตะวันตก เพื่อเป็นเงื่อนไขลี้ภัยปลุกระดมประเทศเสรีประชาธิปไตยและอย่าละเลย วิเคราะห์ได้ว่าอาจจะถึงขั้นขอตั้งรัฐบาลผลัดถิ่นขึ้นมา

 

บอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯ มีมติร้องทุกข์กล่าวโทษ "ทักษิณ-พจมาน" ซื้อที่ดินย่านรัชดา

เว็บไซต์แนวหน้า : นายไพโรจน์ เฮงสกุล ผู้จัดการกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน กล่าวว่า คณะกรรมการกองทุนฯ มีมติให้กองทุนฟื้นฟูฯ ร่วมมือกับ คตส. ยื่นคำร้องเป็นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ตามที่ คตส. มีความเห็นว่า การที่คุณหญิงพจมาน ซื้อที่ดินจากกองทุนฟื้นฟูฯ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้องตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 100 ทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ดังนั้น คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ จึงยื่นให้ดำเนินคดีตามมาตรา 66 และ 67 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 เพื่อสนับสนุนให้เกิดกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ คตส. สามารถดำเนินการไต่สวนคดีนี้ต่อไปได้ โดยจะส่งหนังสือให้ คตส.โดยเร็วที่สุด หลังจากนั้น ตามกระบวนการ คตส. จะพิจารณาส่งให้อัยการ และส่งต่อให้ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยกองทุนฟื้นฟูฯ เห็นว่า ทั้ง 2 บุคคล มีความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และมีหน้าที่ในการกำกับดูแลโดยตรง แต่ยังเข้ามาทำสัญญากับภาครัฐอีก

 

 

"ปานเทพ" เผยชงคดีที่ "ดินเขายายเที่ยง" เข้าที่ประชุมใหญ่ 18 ม.ค. แน่นอน

เว็บไซต์แนวหน้า : นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการร่ำรวยผิดปกติของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ตามที่นายสุดชาย บุญไชย แกนนำกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบว่า ในวันที่ 18 ม.ค. นี้เจ้าหน้าที่สำนักงาน ฯ จะส่งผลการลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินเขายายเที่ยง จังหวัดนครราชสีมาของนายกรัฐมนตรี ให้ที่ประชุมใหญ่ ป.ป.ช.พิจารณาว่าจะต้องตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาไต่สวนเรื่องการร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ โดยจะตรวจสอบใน 4 ประเด็นคือ 1. มีทรัพย์สินมากผิดปกติ 2. ทรัพย์สินเพิ่มมากผิดปกติ 3. หนี้สินลดลงมากผิดปกติ และ4. ได้ทรัพย์สินมาโดยไม่สมควรจากการใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งให้ได้ทรัพย์สินมาโดยมิชอบหรือไม่

 

 

คตส.มีมติตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณี CTX-ท่อร้อยสาย-กล้ายาง

อินโฟเควสท์ : คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) มีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีทุจริตการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิด CTX9000 รวมทั้งงานก่อสร้างระบบจ่ายไฟฟ้าและเครือข่ายท่อร้อยสายไฟฟ้าภายในสนามบินสุวรรณภูมิ รวมทั้งให้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีทุจริตโครงการจัดซื้อกล้ายาง 90 ล้านต้น ของกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องทั้งสิ้น 7 กลุ่ม ตั้งแต่ บริษัทเอกชน ข้าราชการ ไปจนถึงนักการเมือง และที่สำคัญคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีชุดก่อน

 

 

จรัญ ระบุข่าวถูกวาง ปธ. กมธ.ยกร่าง รธน.ยังไม่แน่ต้องหารือก่อน

นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่ได้รับการสนับสนุนให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่ถึงเวลาที่จะพูด ข่าวที่ออกมาน่าจะเป็นเพียงการคาดเดากันไปมากกว่า อีกทั้งงานประจำที่ทำยังมีค้างอยู่เยอะซึ่งเป็นปัญหากับการรับตำแหน่งนี้ นายจรัญ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นหน้าตาของกรรมาธิการยกร่างฯ ทั้ง35คนเลยแล้วจะมาตั้งให้เป็นประธานฯ ได้อย่างไร

 

 

ชุมนุมเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาหนี้สินและที่ดินของเกษตรกรภาคเหนือที่เชียงใหม่

กรมประชาสัมพันธ์ : กลุ่มเกษตรจากสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือจำนวน 30 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถือผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แม่ทัพภาคที่ 3 และนายกรัฐมนตรี ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ โดยนายธงชัย วงศ์เหรียญทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นผู้รับแทน สำหรับข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมประกอบด้วย ขอให้ชะลอการบังคับขายที่ดินของเกษตรกรที่เกี่ยวกับปัญหาหนี้สิน ขอให้โอนหนี้ของเกษตรกรจาก 9 ธนาคารมาไว้ด้วยกัน และขอให้มีการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรที่หมดอายุลงด้วย นอกจากนี้ กลุ่มได้ส่งตัวแทนเข้าเจรจากับรัฐบาลร่วมกับเกษตรกรจากภาคอื่นอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งหากยังไม่ได้ผลเป็นที่น่าพอใจก็จะจัดการชุมนุมเรียกร้องตามความเหมาะสมต่อไป

 

คนบุรีรัมย์ฮือประณามเผา ร.ร.

ผู้จัดการรายวัน : กลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ปกครองนักเรียนจากอำเภอต่างๆ ของ จ.บุรีรัมย์ กว่า 2,000 คนได้เดินทางมาชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัด เพื่อร่วมกันประณามกลุ่มผู้ไม่หวังดี และผู้ที่สร้างสถานการณ์ก่อเหตุลอบวางเพลิงเผาโรงเรียนในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเรียนถึง 5 ครั้งแล้ว โดยกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว พร้อมหามาตรการป้องกันการลอบวางเพลิงเผาโรงเรียนให้รัดกุมมากกว่าที่ผ่านมา

 

 

 

เศรษฐกิจ

 

 

แบงก์ชาติประกาศผ่อนคลายเกณฑ์การนำเงินออกและการถือครองเงินตราต่างประเทศแล้ว

ผู้จัดการออนไลน์ : ธปท.ประกาศผ่อนคลายหลักเกณฑ์การนำเงินออกและการถือครองเงินตราต่างประเทศ ดังนี้

1. เพิ่มวงเงินให้บุคคลไทยนำเงินไปลงทุนโดยตรงหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในต่างประเทศ (บุคคลไทยถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10) จากเดิมไม่เกิน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อรายต่อปี เป็นไม่เกิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อรายต่อปี

 

2. อนุญาตให้บุคคลไทยส่งเงินไปลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในต่างประเทศ (ถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของในกิจการของบุคคลไทยดังกล่าวไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 เช่น บริษัทลูกนำเงินไปให้กู้ยืมหรือลงทุนในบริษัทแม่ในต่างประเทศ) ไม่เกิน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อรายต่อปี

 

3. อนุญาตผู้ลงทุนประเภทสถาบัน 7 ประเภท ได้แก่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวม (ไม่รวมกองทุนส่วนบุคคล) บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทประกันภัย และสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้ง ที่ประสงค์จะลงทุนในหลักทรัพย์ของนิติบุคคลไทย ซึ่งออกในต่างประเทศให้ทำได้โดยไม่จำกัดจำนวน หากลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ที่ไม่ได้ออกโดยนิติบุคคลไทย ให้ลงทุนได้แต่มียอดคงค้าง ณ ขณะใดขณะหนึ่งไม่เกิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และต้องไม่เกินวงเงินที่หน่วยงานที่กำกับดูแลผู้ลงทุนและคณะกรรมการหรือผู้มีอำนาจบริหารของผู้ลงทุนกำหนด ซึ่งระเบียบเดิมผู้ต้องการลงทุนต้องยื่นเรื่องขออนุญาตต่อ ธปท.เป็นรายกรณี แต่ระเบียบใหม่สามารถลงทุนได้เลยถ้าไม่เกินวงเงิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หากเกินกว่านี้ต้องขออนุญาต ธปท.

 

4. ผู้ฝากเงินตราต่างประเทศสามารถนำเงินที่ได้รับจากต่างประเทศฝากเข้าในบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศโดยไม่ต้องแสดงภาระการใช้เงิน โดยผู้ประสงค์จะฝากเงินให้แยกเปิดเป็นบัญชีเฉพาะและยอดเงินฝากในบัญชี ณ สิ้นวัน รวมทุกบัญชีที่ไม่ต้องแสดงภาระของผู้ฝากรายนั้นต้องมีจำนวนไม่เกิน 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่าสำหรับบุคคลธรรมดา หรือ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่า สำหรับนิติบุคคล ส่วนเงินฝากที่มีภาระการใช้เงินแสดงยังคงฝากได้ไม่เกิน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับบุคคลธรรมดา และไม่เกิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับนิติบุคคล

 

 

 

การศึกษา คุณภาพชีวิต

 

 

พิษณุโลกระดมฉีดยาฆ่าเชื้อหวัดนกหลังทำลายเป็ด 2 พันตัว

เจ้าหน้าที่จากสำนักสุขศาสตร์และอนามัยที่ 6 พิษณุโลก ได้ลงพื้นที่ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อซ้ำอีกรอบบริเวณฟาร์มเลี้ยงเป็ดแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 5 ตำบลพลายชุมพล อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่มีการระบาดไข้หวัดนก หลังจากเป็ดตายไม่ทราบสาเหตุเกินกว่าร้อยละ 5 โดยก่อนหน้านี้ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด เข้าทำลายเป็ดไปแล้วทั้งหมด 2,000 ตัว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และการลงพื้นที่ควบคุมโรคอย่างต่อเนื่องครั้งนี้ ยังเป็นการสอบสวนโรคโดยรอบรัศมี 5 กิโลเมตร เพื่อค้นหาสัตว์ปีกตายผิดปกติ พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างไปตรวจพิสูจน์

 

 

รมว.สาธารณสุข สั่งตั้งศูนย์วอร์รูม รับมือไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่

กรมประชาสัมพันธ์ : นายแพทย์มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากปัญหาการระบาดของโรคไข้หวัดนกที่เกิดขึ้นในหลายภูมิภาคทั่วโลกขณะนี้ จึงมีความเสี่ยงสูงที่เชื้อไวรัสอาจมีการกลายพันธุ์ และระบาดรุนแรง แม้ไทยจะไม่พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกมากว่า 4 เดือนก็ตาม แต่เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมการรับมือหากมีการระบาด จึงได้สั่งการให้ตั้งวอร์รูม (War room) หรือศูนย์รับมือโรคไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่รวมทั้งโรคติดต่ออุบัติใหม่ ปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง โดยมอบให้นายแพทย์สมยศ เจริญศักดิ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้อำนวยการศูนย์ เพื่อวางแผนประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งจะมีแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ให้คำปรึกษา สามารถติดต่อได้ที่โทรศัพท์ 02-590-3333 และให้ทุกจังหวัดรายงานผู้ต้องสงสัย/ผู้ป่วยให้กระทรวงฯทราบทุกวัน แม้ไม่มีผู้ป่วยที่มีอาการผู้สงสัยหรืออยู่ในข่ายก็ตาม

 

ชี้แนวโน้มเด็กถูกทอดทิ้งพุ่ง

เดลินิวส์ : รศ.พญ.ศรีเวียง ไพโรจน์กุล ผู้ประสานงานชุดโครงการวิจัยการพัฒนาระบบคุ้มครองเด็กจังหวัดขอนแก่นภายใต้การสนับสนุนทุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เปิดเผยว่าจากการวิจัยชุมชนในจังหวัดขอนแก่นซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่ พบว่าปัจจุบันเด็กถูกทอดทิ้งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยมีสาเหตุจากหลายปัจจัย เช่น พ่อแม่หย่าร้างหรือทิ้งให้เด็กอยู่กับผู้สูงอายุโดยไม่ได้ส่งเงินมาอุปการะเลี้ยงดู ปัจจัยความรุนแรงในครอบครัว เช่น การดื่มเหล้า ติดสารเสพติดของผู้ปกครองที่นำไปสู่การกระทำรุนแรงต่อเด็กทั้งทางร่างกายและจิตใจ นอกจากนี้ยังพบว่าเด็กถูกทารุณกรรมทางอารมณ์จากผู้เลี้ยง เช่น พ่อแม่อาจจะไม่เข้าใจ ดุด่าจนเกิดความน้อยใจ เป็นผลโยงไปสู่ปัญหาวัยรุ่นในด้านอื่น ๆ อาทิ การถูกทารุณกรรมทางเพศ ที่ผ่านมาสังคมเข้าใจว่าการทารุณกรรมทางเพศ เป็นปัญหาระหว่างผู้ใหญ่และเด็ก แต่สถานการณ์ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปเป็นปัญหาระหว่างวัยรุ่นด้วยกันเอง อีกทั้งการช่วยเหลือยังเป็นแบบแยกส่วน โดยการช่วยเหลือทางด้านสังคมยังมีน้อยมาก และไม่มีการประสานงานกันอย่างเป็นรูปธรรม

 

 

การรถไฟคาด คนขับหลับในสาเหตุรถไฟชนกัน

เว็บไซต์สำนักข่าวเนชั่น : จากอุบัติเหตุรถไฟชนกันบริเวณสถานีหนองแก อ.หัวหิน ระหว่างขบวนรถสปรินเตอร์กรุงเทพฯ-ยะลา ชนกับรถไฟสายหลังสวน-ธนบุรี เมื่อวานนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย นายศิวะ แสงมณี ประธานคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ผู้บริหารการรถไฟฯ เร่งสอบสวนถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว โดยเบื้องต้นสันนิษฐานว่า เกิดจากพนักงานขับขบวนรถไฟรถเร็ว 178 หลับใน

 

 

อธิบดีกรมการศาสนา ระบุให้วัดต่างจังหวัด เป็นสถานที่จัดประชุมหรือสัมมนา แทนการจัดที่โรงแรม

กรมประชาสัมพันธ์ : นายปรีชา กันธิยะ อธิบดีกรมการศาสนา เปิดเผยเรื่องพัฒนาวัดอย่างไรให้พุทธศานิกชนเข้าวัดมากขึ้นว่า รัฐบาลได้จัดทำโครงการขึ้นมาหลายโครงการ เกี่ยวกับการส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนหันหน้าเข้าวัดมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพียงแต่เห็นว่ายังไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนนัก ดังนั้นทางกรมการศาสนาเห็นว่าควรจะหันหน้ามาพัฒนาวัดอีกทางหนึ่ง โดยวัดในต่างจังหวัดสามารถใช้สถานที่วัดเป็นที่จัดประชุมหรือสัมมนาขององค์กรรัฐ ทั้งองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และเอกชนในจังหวัด เชิญชวนมาจัดสัมมนาที่วัด แทนการจัดสัมมนาตามโรงแรม เพราะจะเป็นการดึงพุทธศาสนิกชนที่เข้ามาร่วมงานสัมมนาเข้าวัดโดยตรง ทั้งยังช่วยขัดเกลาจิตใจผู้มาร่วมงานให้เกิดสำนึกคุณธรรม จริยธรรมโดยทางอ้อมได้ดีอีกด้วย

 

 

 

ต่างประเทศ และ เพื่อนบ้าน

 

 

แขวนคอ"น้องซัดดัม"และสมุนอดีตผู้นำอิรักแล้ว

แนวหน้า : สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานวันนี้ (15 ม.ค.) อ้างคำกล่าวของนายมุนกิต อัล ฟารุน อัยการอิรัก ที่ออกมาเปิดเผยว่า นายบาร์ซาน อิบราฮิม น้องชายต่างมารดาของซัดดัม ฮุสเซน อดีตประธานาธิบดีอิรัก และนายอาวัด ฮาเหม็ด อัล บันดาร์ อดีตผู้พิพากษาศาลปฏิวัติอิรัก ถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอแล้ว เมื่อเช้านี้ก่อนตะวันขึ้น ซึ่งตรงกับเวลาประเทศไทยประมาณ 10.00 - 11.00 น. โดยก่อนหน้านี้ ถูกตัดสินว่ามีความผิดโทษฐานสมรู้ร่วมคิดกับซัดดัมในการสังหารหมู่ชาวมุสลิมนิกายชีอะห์เกือบ 150 คนที่หมู่บ้านดูจาอิล ห่างจากกรุงแบกแดดประมาณ 60 กิโลเมตร ซึ่งการประหารชีวิตคนสนิทของซัดดัมมีขึ้นเพียง 2 สัปดาห์กับอีก 2 วัน หลังจากซัดดัมถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. ที่ผ่านมา

 

 

พม่าหวั่นกฎใหม่ในร่างกฎบัตรอาเซียนที่จะให้ลงโทษสมาชิกได้

สำนักข่าวเนชั่น : นายฮัสซัน วิรายุดา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ให้สัมภาษณ์นอกรอบการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกที่เมืองเซบูของฟิลิปปินส์ โดยเปิดเผยว่า รัฐบาลทหารพม่าวิตกกังวลต่อความพยายามของอาเซียนที่จะร่างกฎบัตรอาเซียน โดยกำหนดกฎข้อบังคับใหม่ที่เปิดทางให้ดำเนินการลงโทษชาติสมาชิกได้หากละเมิดหลักการของอาเซียน โดยอาจต้องถูกระงับสิทธิและสิทธิประโยชน์เป็นการชั่วคราว หรืออาจจะต้องถูกขับออกจากสมาชิกในกรณีที่มีการฝ่าฝืนขั้นร้ายแรง ขณะเดียวกันหนังสือพิมพ์นิว ไลท์ ออฟ เมียนมาร์ ของทางการพม่า ฉบับวันนี้ตีพิมพ์บทความที่ระบุว่า สหรัฐกระหายที่จะสร้างฐานทัพและฐานยิงขีปนาวุธในพม่า และจะตั้งรัฐบาลหุ่นเชิดในพม่าเพื่อให้สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ โดยเป้าหมายสำคัญของสหรัฐ คือ ต้องการจำกัดการแผ่อิทธิพลของจีน นอกจากนี้บทความยังระบุว่า สหรัฐอยากให้พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดี ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน และนางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรค เป็นผู้นำรัฐบาลที่คอยรับใช้สหรัฐ

 

 

10 ชาติอาเซียน มีมติร่วมทำฐานข้อมูลก่อการร้าย

แนวหน้า : นายฮัสซัน วิรายูดา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย กล่าวว่า สมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่จัดการประชุมในเมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ เห็นพ้องกันว่าจะร่วมจัดทำฐานข้อมูลเกี่ยวกับการก่อการร้าย เช่น บัญชีรายชื่อผู้ต้องสงสัยว่าเป็นสมาชิกก่อการร้ายในภูมิภาค เป็นต้น

         

 

เริ่มส่งกะเหรี่ยงอพยพจากไทยไปสหรัฐฯ UNHCRตั้งเป้ากรอง 4 หมื่นคนใน 3 ปี

ผู้จัดการรายวัน : ตาก - สหรัฐฯเริ่มกระบวนการคัดกรองผู้หนีภัยการสู้รบจากพม่า ก่อนขนย้ายจากไทยเข้าอเมริกา ตั้งโต๊ะสัมภาษณ์ปลายเดือนนี้ ตามแผนของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ที่ตั้งเป้าส่งผู้หนีภัยฯจากไทยไปประเทศที่ 3 ให้ได้ 4 หมื่นคนภายใน 3 ปี กำหนดปีแรกวางแผนย้าย 1.7 หมื่นคน ทั้งนี้รัฐบาลทหารพม่าประกาศไม่ยอมรับผู้หนีภัยสงครามจำนวนกว่า 76,000 คน ที่อาศัยในพื้นที่พักพิงฯในฝั่งประเทศไทยว่า ไม่ใช่พลเมืองของตน ทำให้ UNHCR ต้องดำเนินการขนย้ายผู้หนีภัยในพื้นที่พักพิงชั่วคราวไปยังประเทศที่ 3

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น