จี้ "ปิยสวัสดิ์" ชะลอชง ครม.แก้กฎหมายเอื้อ ปตท.

สคบ.จับมือชมรมอนุรักษ์สวล.แก่งคอยยื่นหนังสือ รมว.พลังงานชะลอชง ครม.แก้ กม.เอื้อ ปตท. แจงหากดำเนินการต้องมีธรรมาภิบาล เปิดเผย โปร่งใส มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง


 


ตามที่กระทรวงพลังงานกำลังดำเนินการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายและจัดตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆขึ้นมาเพื่อแก้คดี ปตท.โดยรีบเร่งผลักดันให้ผ่านมติ ครม. เพื่อออกมาเป็นกฎหมาย กฎ หรือระเบียบเพื่อบังคับใช้ เช่น การแก้ไข พรฏ.กำหนดอำนาจ สิทธิ ประโยชน์บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) พ.ศ.2544 การจัดตั้งคณะกรรมการควบคุมดูแลขึ้นมาเพื่อรับโอนทรัพย์สินบางส่วนและอำนาจบางส่วนของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และหรือตั้งองค์กรกำกับดูแลกิจการก๊าซธรรมชาติชั่วคราวนั้น 


 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(15 ม.ค.) สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค(สอบ.) และชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแก่งคอย จ.สระบุรี ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องถึงนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ขอให้ชะลอการนำเรื่องเข้าสู่วาระการประชุมครม. และขอให้เปิดเผยข้อมูลและทบทวนการแก้ไขพระราชกฤษีกากำหนดอำนาจ สิทธิ  ประโยชน์ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) พ.ศ.2544 การตั้งคณะกรรมการกำกับธุรกิจหรือกำกับนโยบาย ปิโตรเลียม และหรือการตั้งองค์กรกำกับดูแลกิจการก๊าซธรรมชาติชั่วคราว


 


โดยหนังสือเรียกร้องระบุใจความว่า กรณีบริษัท ปตท.เป็นกรณีที่มีข้อพิพาทอยู่ในศาลปกครองสูงสุด และยังเป็นกรณีขององค์กรกึ่งรัฐกึ่งเอกชนที่มีการดำเนินธุรกิจการประกอบกิจการที่กระทบต่อผลประโยชน์สาธารณะ ความเดือนร้อนของชาวบ้านในหลายพื้นที่ และผู้บริโภคผู้ใช้และจ่ายค่าพลังงานไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมัน


 


ดังนั้น หากกระทรวงพลังงานจะดำเนินการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายกำหนดอำนาจ สิทธิ ประโยชน์บริษัท ปตท. และการตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างความเป็นธรรมในสังคมนั้น ต้องมีกระบวนการธรรมาภิบาลในการดำเนินการอย่างเปิดเผย โปร่งใส มีส่วนร่วมของคนในสังคมและตรวจสอบได้ รวมทั้งในด้านเนื้อหาสาระของการแก้ไขปรับปรุงการเสนอกฎหมาย และการตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆนั้นก็ต้องเป็นไปและพิสูจน์ได้ว่าเพื่อประโยชน์สาธารณะและประชาชนอย่างแท้จริง


 


อย่างไรก็ตาม จากการติดตามข้อมูลข่าวสารที่ไม่เปิดเผยอย่างชัดเจน พบว่าการดำเนินการดังกล่าวของกระทรวงพลังงาน ไม่ได้เป็นไปโดยเปิดเผย โปรงใส ไม่มีกระบวนการส่วนร่วมของประชาชน และไม่ได้มีเนื้อหาสาระที่เป็นไปเพื่อแก้ไขปัญหาประโยชน์ของประเทศ สาธารณะ และประชาชนอย่างแท้จริง โดยพบว่า 1.ไม่แก้ไขปัญหาเรื่องทรัพย์สินของรัฐและผลประโยชน์สาธารณะได้อย่างแท้จริง เช่น เรื่องกิจการท่อก๊าซธรรมชาติที่ควรดึงกลับมาเป็นของรัฐ เนื่องจากเป็นทรัพยสิทธิที่ได้มาจากการรอนสิทธิ์และการเวนคืนที่ดิน และส่งผลให้เกิดการผูกขาดในแนวดิ่ง 2.ไม่แก้ไขปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนจากสถานะกึ่งรัฐกึ่งเอกชนของ ปตท. รวมทั้งเครือข่ายธุรกิจและอาณาจักรของ ปตท. ส่งผลต่อการเอื้อให้ผลประโยชน์ของรัฐถูกผ่อนถ่ายไปให้เอกชนทำกำไร เอาเปรียบประเทศ ประชาชน และผู้ประกอบการอื่น


 


3.ไม่แก้ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนของบุคคลที่มีตำแหน่งเป็นหรือเคยเป็นข้าราชการประจำ ข้าราชการการเมือง ที่ต้องรักษาผลประโยชน์สาธารณะ ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย แต่บางคนเป็นคณะกรรมการกำกับดูแลด้วย และซ้ำร้ายยังเป็นคณะกรรมการในบอร์ดของ ปตท.หรือบริษัทลูกของ ปตท.หรือรัฐวิสาหกิจหรือบริษัทอื่นๆในกิจการพลังงานทั้งไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ และบริษัทน้ำมันด้วย ทำให้บุคคลเหล่านี้ไม่สามารถรักษาผลประโยชน์สาธารณะได้จริง 4.ไม่มีมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค และคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันอย่างแท้จริง


 


กรณีดังกล่าว สอบ.และชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแก่งคอย จ.สระบุรี จึงขอเรียกร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ว่า 1.ขอให้ชะลอการนำเรื่องเข้าสู่วาระการประชุม ครม. : ร่างแก้ไขเพิ่มเติม พรฎ.กำหนดอำนาจ สิทธิ ประโยชน์บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พ.ศ.2544 การจัดตั้งคณะกรรมการควบคุมดูแลขึ้นมาเพื่อรับโอนทรัพย์สินบางส่วนและอำนาจบางส่วน ของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และหรือการตั้งองค์กรกำกับดูแลกิจการก๊าซธรรมชาติชั่วคราว 2.ขอให้เปิดเผยข้อมูลเนื้อหาสาระทั้งหมดและทบทวนการแก้ไขกฎหมายกำหนดอำนาจ สิทธิ  ประโยชน์บริษัท ปตท.  และการจัดตั้งองค์กรหรือคณะกรรมการชุดต่างๆด้านพลังงาน


 


3.จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้เกี่ยวข้องและประชาชนในสังคม ตั้งแต่การแก้ไขกฎหมาย การเสนอกฎหมาย การตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ และการมีสัดส่วนของภาคประชาสังคมอยู่ในคณะกรรมการชุดต่างๆ 4.มีมาตรการการคุ้มครองผู้บริโภค คุ้มครองพลเมือง และการคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการพลังงานอย่างชัดเจน เช่น การมีองค์กรกำกับดูแลกิจการพลังงานที่เป็นอิสระที่คำนึงถึงผลประโยชน์สาธารณะเป็นที่ตั้ง  โดยกำกับดูแลกิจการพลังงานทั้งไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมัน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเพื่อถ่วงดุลตรวจสอบฝ่ายกำหนดนโยบาย และฝ่ายประกอบการ


 


นายพีระศักดิ์ สุขสำราญ ผู้ประสานงานชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแก่งคอย จ.สระบุรี กล่าวว่า การยื่นหนังสือเรียกร้องในวันนี้เพื่อต้องการให้มีการชะลอการนำเรื่องเข้าสู่วาระการประชุมครม. และขอให้เปิดเผยข้อมูลและทบทวนการแก้ไขพระราชกฤษีกากำหนดอำนาจ สิทธิประโยชน์ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) พ.ศ.2544 การตั้งคณะกรรมการกำกับธุรกิจหรือกำกับนโยบาย ปิโตรเลียม และหรือการตั้งองค์กรกำกับดูแลกิจการก๊าซธรรมชาติชั่วคราว เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่จะกระทบคนทั้งประเทศ ดังนั้นตนเห็นว่ารัฐบาลควรจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วน ทั้งในกรณีการแก้ไขกฎหมาย การเสนอกฎหมายโดยคำนึงถึงผลประโยชน์สาธารณะเป็นที่ตั้ง


 


อย่างไรก็ตาม นายพีระศักดิ์ กล่าวต่อว่า หนังสือเรียกร้องฉบับดังกล่าวทางเลขาของ รมว.กระทรวงพลังงานเป็นผู้รับและแจ้งว่าจะรีบเสนอต่อ รมว.กระทรวงพลังงานโดยเร็ว แต่อย่างไรก็ตามหากภายใน 15 วันยังไม่มีคำตอบหรือท่าทีที่ชัดเจนจาก รมว.กระทรวงพลังงานต่อเรื่องดังกล่าวแล้ว ชาวบ้านจะมีการเคลื่อนไหวกดดันต่อไปแน่นอน เพราะการพิจารณาเรื่องนี้หากทำกันจริงๆใช้เวลาแค่ 1 อาทิตย์ก็เพียงพอแล้ว.


 


..........................................................................


ที่มา สำนักข่าวประชาธรรม