โฆษกกระทรวงต่างประเทศฉุน รองนายกฯสิงคโปร์ให้ทักษิณเข้าพบ

ประชาไท - 17 ม.ค. 50 หลังจากการรัฐบาลสิงคโปร์ให้การต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยที่เดินทางไปสิงคโปร์เพื่อพบกับรองนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ 2 คนคือ นายหว่อง กันเส็ง และ นายเอส จายากุมาร และให้โอกาสให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้สัมภาษณ์สดกับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น และหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล แบบเจาะลึกในวันจันทร์ที่ 15 ม.ค.

 

นายกิตติ วะสีนนท์ อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึง กรณีความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสิงคโปร์ว่า ทางการไทยไม่เคยต่อว่าต่อขานหรือตำหนิสิงคโปร์ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปประเทศสิงคโปร์ เพราะเป็นสิทธิในการเดินทาง แต่ประเด็นที่ยกขึ้นมาคือกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ มีการพบปะกับบุคคลระดับรองนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ โดยที่ทางการสิงคโปร์เองก็รู้เห็น ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อความมั่นใจ ความเชื่อมั่น และความเข้าใจอันดีระหว่างไทยและสิงคโปร์

 

นายกิตติ กล่าวว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศของไทยรับทราบการแถลงตอบของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นท่าทีที่ทางการสิงคโปร์เคยพูดมาตลอด แต่อาจมีบางประเด็นที่ยังไม่มีความชัดเจน เพราะแม้ว่าปลายสัปดาห์ก่อนมีการพูดคุยในระดับต่างๆ ทั้งในกระทรวงการต่างประเทศและในระดับอาเซียนที่เซบู ประเทศฟิลิบปินส์ โดยนาย นิตย์ พิบูลย์สงคราม ได้คุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศของสิงคโปร์แล้ว ว่าหากทางสิงคโปร์มีการพบปะกับ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเป็นการส่งสัญญาณที่ไม่ถูกต้องออกมา และขอให้ทบทวน แต่กลับปรากฏว่ายังมีการพบปะดังกล่าวอยู่

 

อธิปไตยและความเป็นเพื่อนบ้าน

กรณีที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ระบุว่า หวังว่าทางการไทยจะเคารพท่าทีของประเทศสิงคโปร์ในฐานะประเทศที่มีอธิปไตยนั้น นายกิตติกล่าวว่า "ทางการไทยเคารพอธิปไตยของมิตรประเทศ และกำลังพูดถึงมิตรภาพที่เพื่อนจะต้องเข้าใจสถานการณ์ และมีการปฏิบัติที่สมเหตุสมผล ซึ่งเชื่อมั่นว่าเพื่อนคงจะเข้าใจในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ " นายกิตติกล่าว

 

อ้อมแอ้ม "แม้ว" ผิดเป็นเรื่องภายใน แต่เพื่อนบ้านต้องรู้เอง

นายกิตติ กล่าวถึงกรณีที่สิงคโปร์ระบุว่า ทางการไทยไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาการกระทำผิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อสิงคโปร์ว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณโดยตรง เนื่องจากมีคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) รับผิดชอบอยู่ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทางการสิงคโปร์รับทราบติดตามเหตุการณ์บ้านเมืองของไทยโดยใกล้ชิด และในฐานะมิตรประเทศย่อมรู้ว่าเกิดอะไร ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องรายงานให้สิงคโปร์ทราบสิ่งที่เกิดขึ้นทุกระยะ

 

ไม่กดดันแค่ส่งสัญญาณ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ พรรคไทยรักไทยออกมาระบุว่า การที่รัฐบาลไทยมีท่าทีแบบนี้เป็นการกดดัน นายกิตติกล่าวว่า ไม่ใช่การกดดันแต่เป็นการประเมินในฐานะมิตรประเทศ

 

"ขบวนการการประเมินมีอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ชี้นำว่าต้องมีท่าทีอย่างไร เพราะเป็นสิทธิของทางการสิงคโปร์จะต้องพิจารณา เพียงแต่สิ่งที่เกิดขึ้นทางการไทยไม่พอใจ ที่ผ่านมาก็มีการพูดคุยกันก่อน เมื่อพูดคุยแล้วไม่เข้าใจ ก็ต้องมีสัญญาณว่าทางการไทยไม่พอใจ และไม่ได้อยากให้อะไรแย่ลง แต่อยากให้ความสัมพันธ์ ความร่วมมือ เป็นไปในทางที่ดีโดยตลอด" นายกิตติกล่าว

 

หวัง "แม้ว" ไม่ก่อเหตุอีก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าหากในอนาคต พ.ต.ท.ทักษิณ มีการเข้าพบผู้บริหารระดับสูงของประเทศอื่นอีก ทางการไทยจะแสดงจุดยืนอย่างไร

 

นายกิตติ กล่าวว่า ต้องพิจารณาเป็นเหตุการณ์ โดยหวังว่าคงไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก ทั้งนี้พยายามจะแยกสิทธิส่วนบุคคล กับกิจกรรมที่กระทบกระเทือนต่อการสร้างความสมานฉันท์และสร้างเสถียรภาพด้านความมั่นคง ในส่วนกรณีสิงคโปร์ ก็เป็นครั้งแรกที่กรณีเช่นนี้เกิดขึ้น

 

นายกิตติ กล่าวถึงมาตรการที่จะดำเนินต่อไปว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงต่างประเทศพิจารณาการดำเนินการที่เหมาะสมซึ่งทางกระทรวงก็ได้พิจารณาแล้ว ประเมินแล้ว ส่วนในอนาคตยังไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องประเมินความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป

 


ทั้งนี้ เมื่อวันอังคารที่ 16 ม.ค. กระทรวงต่างประเทศไทยประกาศระงับความร่วมมือภายใต้กรอบโครงการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานข้าราชการ พลเรือนไทย-สิงคโปร์ (Civil Service Exchange Program หรือ CSEP), ยกเลิกการประชุม CSEP ครั้งที่ 8 ซึ่งเดิมที่จะจัดขึ้นในวันที่ 29-31 มกราคม 2550 รวมถึงการถอนคำเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสิงคโปร์ ที่จะมาเยือนไทย ในวันที่ 29-30 มกราคม 2550 เพื่อร่วมกิจกรรมในการประชุม CSEP

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์